"ถ้าคุณคิดว่าถุงกระดาษสีน้ำตาลข้างตัวนั่น คือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมด... ผมเกรงว่าคุณกำลังดูถูกสติปัญญาของเชฟในร้านนี้เกินไปหน่อยครับ, คุณเลขาฯ"
เสียงทุ้มต่ำของรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องครัวแคบๆ กลิ่นอายของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนงวดเป็นสีนมข้นยังคงลอยอวลอยู่ปลายจมูก ตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ประโยคทิ้งท้ายของบทสนทนาก่อนหน้าจากปากของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *'คนเดียวกับคนที่สั่งให้คนมาปิดร้านเธอในวันนี้นั่นแหละ'*
รินไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง มือเรียวยังคงบรรจงใช้มีดสเตนเลสคมกริบแล่เนื้อปลาเก๋าตัวเขื่องเป็นชิ้นบางเฉียบ ความแม่นยำในทุกน้ำหนักมือสะท้อนถึงจิตใจที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แม้ว่าในใจจะพายุโหมกระหน่ำจากการตระหนักรู้ว่า... บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความพินาศของร้านเล็กๆ แห่งนี้ จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากไอ้พวกญาติผู้พี่ตัวแสบที่จ้องจะฮุบที่ดินมรดกของตระกูล ร่วมมือกับนายทุนหน้าเลือดที่ชื่อ 'ศิลา'
"คุณรินเข้าใจสถานการณ์ได้รวดเร็วสมคำร่ำลือครับ" เลขาฯ หนุ่มผู้มาเยือนยิ้มแห้งๆ เขาขยับแว่นกรอบทองบนสันจมูกอย่างประหม่าเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาดำขลับที่ไร้ซึ่งแววหวาดกลัว "ท่านประธานของเรา... เอ่อ... คุณศิลา ไม่ใช่คนใจคอคับแคบ แต่การที่ร้านของคุณตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านพาณิชย์เก่าแก่ โดยไม่มีการรีโนเวตหรือยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย มันสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่..."
"ผู้ถือหุ้น?" รินวางมีดลงบนเขียงไม้ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง เธอหันกลับมาเผชิญหน้า มือทั้งสองข้างกอดอกไว้หลวมๆ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "บอกเจ้านายของคุณด้วยนะครับว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมของฉัน ไม่ใช่กองมรดกที่ใครหน้าไหนจะเอาเงินฟาดหัวแล้วไล่ตะเพิดเหมือนหมูเหมือนหมา... และถ้าเขาอยากคุยกับฉันนัก ทำไมไม่โผล่หัวออกมาจากเงามืด แล้วมาพูดต่อหน้าล่ะครับ?"
"ผมมาแล้วครับ"
เสียงที่สามดังแทรกขึ้นจากทางประตูด้านหลังร้าน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามสำหรับลูกค้าทั่วไป
อุณหภูมิในห้องครัวดร็อปฮวบลงทันที รินชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาถ่านกัมมันต์ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและอำนาจล้นเหลือแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มผู้มาใหม่โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ศิลายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจสภาพความทรุดโทรมของห้องครัวเก่าคร่ำคร่าด้วยสายตาของนักลงทุนผู้มองเห็นมูลค่าในทุกตารางนิ้ว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเชฟสาวผู้ดื้อรั้น
นี่คือ 'คุณศิลา' สามีจอมบงการผู้เป็นข่าวหน้าหนึ่งในนิตยสารธุรกิจทุกฉบับ และตอนนี้... เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับข้อเสนอที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ลงคอ
"คุณ..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกดไว้ระเบิดวูบขึ้นมาในอก "บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นอย่างไร้มนุษยธรรม แบบนี้คงเป็นวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจระดับพันล้านสินะครับ?"
ศิลาไม่สะท้านต่อคำเหน็บแนม เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะเตรียมอาหารอีกสองก้าว จนรินต้องผถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก "ผมไม่ได้บุกรุกครับ เชฟริน ผมแค่ใช้สิทธิ์ในฐานะ... ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของตึกแถวแถבนี้ทั้งหมด รวมถึงสัญญาเช่าที่กำลังจะหมดอายุลงในอีกสามวันข้างหน้าด้วย"
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ สมองอันชาญฉลาดเริ่มคำนวณตัวเลขและความเป็นไปได้ในหัวอย่างรวดเร็ว สัญญาเช่า... เธอยังเหลือเวลาอีกตั้งสามเดือน!
"คุณโกหก! สัญญาของฉันยังมี..."
"สัญญาฉบับเก่าถูกยกเลิกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารครับ" ศิลาตัดบทน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวกับคมมีด "แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อไล่คุณออก... ตรงกันข้าม ผมมีข้อเสนอ"
ชายหนุ่มผายมือไปยังรอบๆ ห้องครัวที่เก่าคร่ำคร่า "ร้านนี้มีศักยภาพ วัตถุดิบที่คุณใช้ ฝีมือที่คุณมี... มันน่าเสียดายถ้าจะต้องมาจมปลักอยู่กับตึกผุพังและพวกญาติจอมปลอมที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อคุณ ผมจะรีโนเวตที่นี่ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนครัวหลังนี้ให้กลายเป็นครัวมาตรฐานระดับมิชลิน ยกระดับร้าน 'กับข้าวกลิ่นอายความคิดให้หอมหวล' ของคุณให้กลายเป็นแฟรนไชส์ระดับพรีเมียม... และแน่นอนว่า ผมจะจัดการกวาดล้างพวกญาติหิวเงินที่คอยมารังควานคุณให้ออกไปจากชีวิตอย่างถอนรากถอนโคน"
ข้อเสนอที่หอมหวานราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ รินจ้องมองนัยน์ตาคู่นั้น พยายามค้นหาเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความใจป้ำอย่างไร้เหตุผลนี้ สามีสายเปย์ผู้บงการชีวิตคนอื่นอย่างไร้ความปรานี... ทำไมเขาถึงลงทุนลงแรงขนาดนี้เพื่อผู้หญิงที่เพิ่งเคยพบหน้ากันจริงๆ?
"แล้วผมต้องแลกด้วยอะไรครับ?" รินถามเสียงเยียบเย็น "ร่างกาย? ศักดิ์ศรี? หรืออิสรภาพของผม?"
ศิลาโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วตาจนรินต้องกั้นหายใจ "แลกกับการเป็นภรรยาทางนิตินัยของผม... และการทำอาหารให้ผมกินทุกมื้อด้วยฝีมือของคุณแต่เพียงผู้เดียว"
บรรยากาศในห้องครัวหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับข้อเสนอที่เหนือความคาดหมาย ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นหูของป้าชื่นและบรรดาญาติผู้พี่ที่ตามราวีไม่เลิกรา
"ริน! เปิดร้านเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน อย่ามาทำเป็นหดหัวเป็นเต่าหลบหนีปัญหา!"
ศิลาเหลือบมองไปทางหน้าร้านเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ เขาส่งสัญญาณมือให้เลขาฯ จัดการด้านนอก ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่แฝงความเอ็นดูไว้อย่างมิดชิด
"ว่าอย่างไรล่ะครับเชฟริน..." ศิลากระซิบแผ่วเบารemอข้างใบหู "จะเลือกสู้รบปรบมือกับปลิงพวกนั้นด้วยตัวคนเดียวต่อไป หรือจะยอมให้สามีคนนี้... ช่วยยกกระทะขึ้นตั้งเตาให้คุณใหม่ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป?"
รินกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อ ความลังเลฉายชัดในแววตา แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธข้อเสนออันน่าเหลือเชื่อนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นติดต่อกันเป็นจังหวะรัวเร็วราวกับจะพังเข้ามา ทันใดนั้น ประตูไม้เก่าแก่ด้านหลังห้องครัวที่ควรจะล็อกสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างเงาสูงโปรใครอีกคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของ... เมนูต้องห้ามที่หายสาบสูญไปจากตระกูลเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 3
คุณชายผู้มาก่อนเวลา
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!