เสียงฝีเท้าของเรย์จมหายไปกับพื้นพรมมอสหนานุ่มใต้ร่มเงาไม้โบราณของป่า *Verdant Veil* ป่าเริ่มต้นที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นเพียงลานฝึกซ้อมระดับล่าง แต่สำหรับชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีเทาเข้มคู่นี้และหัวใจที่หลงใหลในกลไกของระบบเกมแล้ว ที่นี่คือคลังสมบัติทางนิเวศวิทยาที่ยังไม่มีใครแตะต้อง
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังชั้นดีกวาดผ่านหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ข้อมูลจำพวกค่าความหนาแน่นของมานาในอากาศและอัตราการผุกร่อนของหินฟอสซิลรอบตัวถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยสมองอันเฉียบคมของเขา
"ค่าความต้านทานเวทมนตร์ในดินโซนนี้สูงกว่าโซนแรกถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์... ลูคัส นายมั่นใจนะว่าเราไม่ได้เดินหลุดเข้ามาในเขตเรดโซนของแผนที่กิลด์?"
เรย์เอ่ยถามสหายร่วมกิลด์ที่กำลังใช้โล่ขนาดใหญ่กวาดกิ่งไม้หนาทึบเบื้องหน้า เสียงหอบหายใจเบาๆ ของลูคัสสะท้อนผ่านระบบเสียงรอบทิศทางของเกม VRMMO สมจริงนี้
"โธ่ เรย์ นายก็รู้ว่าฉันไว้ใจระบบนำทางของกิลด์เราแค่ไหน... อีกอย่าง เจ้าตั๊กแตนเหล็กกล้าสามตัวที่เพิ่งจัดการไปเมื่อกี้ มันดรอปแกนพลังงานระดับ C มาให้เรานะเว้ย ไม่เห็นเหรอว่ามันคุ้มค่าที่จะเดินลึกเข้ามาน่ะ" ลูคัสหันมาส่งยิ้มกวนๆ ผ่านหน้ากากเหล็ก พลางใช้สันดาบใหญ่เคาะไหล่ตัวเองเบื้องหน้า
เรย์ส่ายหัวเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเอ็นดู เขารู้ดีว่าสหายสนิทคนนี้มักจะใช้สัญชาตญาณนำทางมากกว่าเหตุผล แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อมั่นในความอึดของแทงค์คู่ใจเช่นกัน
ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
กลิ่นอายของไอน้ำและยางไม้สดจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของสนิมเหล็กเก่าแก่และกลิ่นอายอับชื้นของหินที่ถูกปิดตายมานับพันปี หมอกสีขาวเนื้อหนาเริ่มไหลทะลักเข้ามาปกคลุมรากไม้ขนาดมหึมาจนมองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่เคยสาดส่องผ่านยอดไม้ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมืดสลัวสีครามที่น่าขนลุก
*ติ๊ง!*
เสียงเตือนของระบบดังขึ้นเบื้องหน้า แผงหน้าจอสีแดงฉานปรากฏขึ้นพร้อมตัวอักษรเตือนภัยที่สั่นไหว
[คำเตือน: ผู้เล่นเข้าสู่เขตพื้นที่หวงห้าม 'รอยแยกแห่งซากโบราณสถาน' (Ancient Ruin Fissure)]
[สถานะ: สูญเสียการเชื่อมต่อกับแผนที่หลัก / ไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายฉุกเฉินได้ชั่วคราว]
"เรย์... หมอกนี่มันอะไรวะเนี่ย มองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย สกิลเรดาร์ของฉันถูกบล็อกด้วย!" ลูคัสชะงักฝีเท้า ยกโล่ขึ้นตั้งรับสัญชาตญาณนักสู้ตื่นตัวเต็มที่ กล้ามเนื้อใต้เกราะเกร็งแน่นจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีกันเบาๆ
"ตั้งสติไว้ อย่าเพิ่งขยับสุ่มสี่สุ่มห้า ลูคัส" เรย์ก้าวเข้าไปยืนชิดแผ่นหลังของเพื่อนสนิท มือขวาจับด้ามค้อนตีเหล็กพกพาแน่น ดวงตากวาดมองผ่านม่านหมอกหนาทึบเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ในโลกของ Aethelgard ไม่มีระบบใดที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล การที่ระบบตัดการเชื่อมต่อและบล็อกการเคลื่อนย้าย แปลว่าสถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาให้เป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ของเนื้อเรื่อง หรือไม่ก็... มีบางสิ่งที่ทรงพลังมากกำลังตื่นจากการหลับใหล
ทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น เสียงก้าวเท้าอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานราวกับเสียงระฆังโบราณก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า... *กริ๊ง... กริ๊ง...*
มันไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ป่าทั่วไป และไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่า แต่มันคือเสียงกระทบกันของโลหะมีค่าและเครื่องประดับโบราณ
หมอกสีขาวหนาทึบแยกตัวออกจากกันช้าๆ ราวกับถูกแหวกด้วยมือที่มองไม่เห็น เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายกลุ่มดาวโบราณก้าวเดินออกมาจากความมืด เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยสะท้อนกับแสงเรืองรองจางๆ จากอักขระเวทที่ลอยวนอยู่รอบกาย
รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรู้เท่าทันและแววตาสีม่วงเข้มคู่นั้น... เซเลส
"ยินดีต้อนรับสู่เขาวงกตแห่งกาลเวลาค่ะ... เหล่าเด็กน้อยผู้หลงทางในรอยต่อของประวัติศาสตร์"
น้ำเสียงหวานใสกังวานเอื้อnเอ่ยด้วยจังหวะที่เยือกเย็นและน่าหลงใหล นางยืนพิงเสาหินปรักหักพังแห่งหอคอยโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ราวกับนางเฝ้ารอการมาเยือนของพวกเขามานานนับศตวรรษแล้ว
ลูคัสอ้าปากค้างเล็กน้อย ดาบในมือเกือบหลุดร่วง "เดี๋ยวนะ... NPC ตัวนี้มาจากไหนกัน ทำไมเรดาร์ของฉันถึงไม่เตือนภัยตั้งแต่แรก?"
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนสนิท สายตาของเขาจดจ้องไปยังสัญลักษณ์รูปเฟืองและวงแหวนเวทมนตร์ที่สลักอยู่บนกำแพงหอคอยด้านหลังเซเลส ซึ่งมีลวดลายและโค้ดโครงสร้างพลังงานตรงกับเศษแร่ปริศนาที่เขาเคยเก็บได้ในตอนแรกไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณคือผู้ดูแลหอคอยแห่งนี้สินะครับ... หรือควรจะเรียกว่า คุณคือผู้ซ่อนความลับที่ระบบของ Aethelgard พยายามปกปิดไว้กันแน่?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายในดวงตาที่ฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ
เซเลสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ นางก้าวเข้ามาใกล้เรย์ทีละน้อย จนระยะห่างเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ ปลายเลิฟเล็บเรียวสวยแตะลงเบาๆ ที่ค้อนตีเหล็กในมือของชายหนุ่ม ก่อนที่อักขระเวทโบราณบนตัวค้อนจะเปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาเองโดยที่เรย์ไม่ได้ออกคำสั่ง
"ฉลาดมาก... เด็กหนุ่มผู้ถือกำเนิดจากช่างตีเหล็กธรรมดา แต่กลับมีสายตาที่มองทะลุเปลือกนอกของโลกใบนี้ได้" เซเลสกระซิบแผ่วเบาชิดริมหูของเรย์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "แต่ทว่า... ความอยากรู้อยากเห็นของเธอนี่แหละ ที่จะเปิดประตูบานที่ไม่อาจปิดกลับลงไปได้อีกแล้ว"
ทันทีที่ปลายนิ้วของเซเลสผละออก หอคอยโบราณเบื้องหลังนางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นดินใต้เท้าของเรย์และลูคัสแตกออกเป็นรอยแยกสีทองคำเปล่งประกาย แสงไฟสีแดงฉานนับร้อยดวงพลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกันจากภายในซากปรักหักพัง ราวกับดวงตาของอสูรกายยักษ์ที่เพิ่งลืมตาตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
*ติ๊ง!*
[ประกาศจากระบบกลาง: ผู้เล่นเรย์และลูคัส ได้ปลดล็อกเงื่อนไขลับระดับ SSS - 'มรดกแห่งหอคอยโบราณเซเลส']
[คำเตือน: บอสลับผู้พิทักษ์ประตูมิติ 'โกลโกธา' กำลังจะปรากฏตัวในอีก 10 วินาที... คุณจะถอยหลังหรือยอมรับคำท้าทายแห่งโชคชะตา?]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมก้าวเข้าสู่ความลับอันดำมืดและน่าตื่นเต้นนี้ไปพร้อมกับเรย์และเซเลสนะคะ
กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก•ตอนที่ 2
รอยแยกแห่งซากโบราณสถาน
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!