กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก•ตอนที่ 12

งานเทศกาลประจำเมือง

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
กลิ่นหอมกรุ่นของพายแอปเปิ้ลอบใหม่และกลิ่นอายควันจางๆ จากเตาฟืนของช่างตีเหล็กข้างทางลอยอวลผสมผสานไปกับละอองแสงสีทองที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้ายามเย็นของมหานคร Aethelgard เทศกาลฤดูใบไม้ผลิประจำปี หรือที่ชาวเมืองเรียกขานกันว่า ‘มหกรรมดาราประดับทวีป’ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว เสียงหัวoเราะครึกครื้นของผู้เล่นและ NPC ที่เดินเบียดเสียดกันอยู่บนถนนปูด้วยหินแกรนิตไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกรื่นรมย์เท่าที่ควรนัก ในหัวของเขายังคงก้องกังวานไปด้วยเสียงกระซิบอันเย็นเยียบประหลาดที่ดังขึ้นเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน—*“ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้าอีกครั้ง... ท่านผู้ตีเหล็กแห่งโชคชะตา”*—ถ้อยคำนั้นยังคงสร้างรอยคลื่นความสงสัยในใจของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใจเย็นและมีไหวพริบเป็นเลิศ “ใจลอยไปถึงไหนแล้วคะ หรือว่ากลิ่นหอมของเนื้อย่างร้านนั้นกำลังดึงดูดวิญญาณนักประดิษฐ์ของคุณให้ออกจากร่างไปเสียแล้ว?” เสียงหวานใสที่เจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังขึ้นข้างกาย เซเลสในชุดคลุมนักเวทสีครามปักลวดลายดาราศาสตร์โบราณที่ได้รับการพรางตาด้วยเวทมนตร์ระดับสูงเพื่อให้กลมกลืนกับฝูงชน ขยับเข้ามาใกล้จนเรย์ได้กลิ่นอายจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าและตำราโบราณ อาจารย์สาวเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์สีหน้าของลูกศิษย์หนุ่มด้วยความเอ็นดู “เปล่าครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ครับ... หมายถึง... ผมแค่กำลังคิดเรื่องวัตถุดิบทำค้อนตีเหล็กอันใหม่น่ะครับ” เรย์เกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยออกไป แต่ก็รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้จะยังมีความประหม่าหลงเหลืออยู่บ้างเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ NPC อัจฉริยะที่รู้ทันเขาไปเสียทุกเรื่อง “ฮึๆ โกหกไม่เนียนเอาเสียเลยนะคะ เจ้าหนูนักวางแผน” เซเลสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นัยน์ตาคู่คมมองตรงไปเบื้องหน้า ที่ซึ่งลูคัสกำลังพยายามตักตวงความสุขจากซุ้มเกมยิงธนูชิงตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ด้วยความมุ่งมั่นสุดชีวิต ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเพื่อนสนิทสายแทงค์เรียกเสียงหัวเราะจากผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี “ปล่อยให้ลูคัสเขาเพลิดเพลินกับบรรยากาศเถอะค่ะ นานๆ ทีเราจะได้พักจากการลงดันเจี้ยนและฟาร์มไอเทมจนตาแฉะแบบนี้” เซเลสเอ่ยต่อ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นจนเรย์รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก “อีกอย่าง... โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ระบบเควสต์และค่าสถานะที่ต้องคำนวณหรอกนะคะ เรย์ การได้หยุดพักเพื่อมองดูความงดงามที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมือของกาลเวลาก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เช่นกัน” เรย์มองรอยยิ้มของหญิงสาว ภายในใจเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย เกม VRMMO ทั่วไปมักขับเคลื่อนด้วยความเร่งรีบ การแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง และการอัปเกรดพลังอย่างไร้ขีดจำกัด แต่สำหรับเขา เซเลสเปรียบเสมือนบัฟชีวิตที่คอยดึงให้เขากลับมาพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยของโลกใบนี้—โลกที่มีชีวิต มีจิตวิญญาณ และมีความลับที่ระบบเกมไม่ได้เขียนไว้ในคู่มือ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินที่ประดับประดาด้วยโคมไฟเวทมนตร์หลากสีสัน บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความครึกครื้น เสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีโบราณบรรเลงคลอเคลียไปกับเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว เรย์ใช้สายตาวิเคราะห์ สังเกตสถาปัตยกรรมรอบตัวและการจัดวางร้านค้าในเทศกาลอย่างเงียบๆ สมaกับที่เป็นนักสำรวจผู้ชื่นชอบการแกะสลักไอเทม “ถ้าเรานำแร่หินดาราที่ได้จากชั้นใต้ดินของดันเจี้ยนคราวก่อนมาผสมกับเศษเวทมนตร์ที่ตกค้างในโคมไฟพวกนี้...” เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะจ้องมองแสงเรืองรองที่สะท้อนบนผิวน้ำของน้ำพุกลางเมือง “เราน่าจะสร้างโล่ที่มีคุณสมบัติสะท้อนเวทมนตร์ได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก...” “ช่างตีเหล็กผู้หมกมุ่น” เซเลสส่ายหัวเบาๆ อย่างระอา แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับกว้างขึ้น “แม้แต่ในงานเทศกาล สมองของคุณก็ยังไม่ยอมหยุดทำงานสินะคะ เอาเถอะค่ะ... ในเมื่อคุณมีความทะเยอทะยานขนาดนั้น อาจารย์ผู้นี้ก็ยินดีจะช่วยสนับสนุน... แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องพาฉันไปกินเครปสตรอว์เบอร์รีร้านโน้นเสียก่อนนะคะ” เรย์อมยิ้มบางๆ บรรยากาศความตึงเครียดจากเสียงกระซิบปริศนาเมื่อครู่ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้นด้วยความเรียบง่ายและเป็นกันเองนี้ เขารู้สึกได้ถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างเขากับอาจารย์สาวลึกลับ รวมถึงมิตรภาพที่มั่นคงกับลูคัสที่กำลังวิ่งถือตุ๊กตาหมีหน้าตาตลกกลับมาหาพวกเขาด้วยความภาคภูมิใจ ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น... จนกระทั่งเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังพวกเขา มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ แต่เป็นเสียงย่างก้าวที่หนักแน่นและจังหวะจะโคนราวกับถูกคำนวณไว้ทุกกระเบียดนิ้ว แรงกดดันมหาศาลที่ถูกกดทับลงมาอย่างกะทันหันทำให้เสียงรอบข้างทั้งหมดราวกับถูกปิดสวิตช์ลงในพริบตา ผู้เล่นรอบกายต่างหยุดเดินและหันไปมองด้วยความตื่นตระหนก เรย์สะดุ้งเฮือก รีบดึงเซเลสมาหลบอยู่ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักสู้ พร้อมกับที่ลูคัสพุ่งเข้ามาตั้งโล่กำบังด้านหน้าทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ร่างสูงโปรดในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าไว้ภายใต้ฮู้ดกว้างก้าวออกมาจากเงามืดของซุ้มร้านค้า รัศมีสีดำทมิฬแผ่ซ่านออกมาจากตัวของบุคคลปริศนา รุนแรงเสียจนไอคอนสถานะของเรย์กระพริบเตือนสีแดงฉาน “ไม่เจอationกันนานเลยนะคะ... ผู้สืบทอดแห่งค้อนเพลิงโลกันตร์” น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอמהขึ้น พร้อมกับที่มือสวมถุงมือหนังสีดำยื่นวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา วัตถุที่ส่องแสงสีม่วงเข้มและส่งเสียงคำรามเบาๆ ในความเงียบ—**[กุญแจเหล็กกล้าแห่งหอคอยบรรพกาล: ระดับ SSS]** ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าเรย์ พร้อมกับหน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงเพลิงที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นวิสัยทัศน์ทั้งหมด [ระบบตรวจพบภารกิจระดับความยากสูงสุด: "พันธสัญญาแห่งผู้ตีเหล็กผู้ล่วงลับ"] [คำเตือน: การรับภารกิจนี้จะปลดล็อกพื้นที่ต้องห้าม "ซากปรักหักพังแห่ง Aethelgard ยยุคโบราณ" และเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ของท่านกับทวีปหลักอย่างถาวร] [ท่านต้องการ "รับ" หรือ "ปฏิเสธ" บททดสอบจากอดีตกาล?] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และเซเลสในทุกๆ ก้าวของการผจญภัยนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%