"ถ้าตรายางหมึกเวทมนตร์นี้ประทับลงไปบนกระดาษสัญญากิลด์อย่างสมบูรณ์แล้ว ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นสำหรับการเช่าพื้นที่ย่านการค้าเขตตะวันออกของมหานคร Aethelgard จะพุ่งสูงขึ้นถึงสามร้อยเหรียญทอง... นายแน่ใจแล้วใช่ไหม เรย์?"
เสียงทุ้มต่ำของลูคัสเจือไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ปลายนิ้วหนาของเพื่อนสนิทในชุดเกราะเหล็กกล้ากำลังเคาะโต๊ะไม้เนื้อแข็งของสำนักงานทะเบียนราษฎร์และกิลด์หลวงเป็นจังหวะถี่ ๆ รอบตัวพวกเราเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้เล่นหน้าใหม่และเจ้าหน้าที่ NPC ที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบเอกสารเวทมนตร์ แต่พื้นที่รอบโต๊ะทำงานตัวเล็ก ๆ กลับเงียบสงบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยอาคมสะกดเสียงระดับสูงที่เซเลสเป็นคนร่ายเอาไว้
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผ่นหนังจารึกอักขระที่แผ่ไอความร้อนจาง ๆ เขากำลังใช้ปากกาขนนกปลายแหลมเปี๊ยบ บรรจงเขียนโครงสร้างภาษารูนโบราณลงบนช่องสำหรับระบุ ‘กฎระเบียบและอุดมการณ์ของกิลด์’ ด้วยความนิ่งสงบ สมาธิของชายหนุ่มแน่วแน่จนแทบจะหลอมรวมเข้ากับตัวอักษรแต่ละตัวที่ถูกวาดลวดลายลงไป
"สามร้อยเหรียญทองเป็นราคาที่สูงทีเดียวสำหรับกิลด์เกิดใหม่ที่มีสมาชิกแค่สามคนค่ะ... ลูคัส" เสียงหวานใสก้องกังวานของเซเลสแทรกขึ้นเบา ๆ อาจารย์สาวในชุดคลุมนักเวทสีครามลึกลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวาย เปลือกตาสีมุกปรือลงเล็กน้อยยามที่เธอมองสำรวจรอยยิ้มมุมปากของลูกศิษย์คนโปรด "แต่เจ้าเด็กนี่ไม่ได้กำลังซื้อแค่ทำเลค้าขายหรอกนะ เขากำลังซื้อ ‘สิทธิ์’ ในการเข้าถึงห้องนิรภัยใต้ดินของสมาคมช่างฝีมือต่างหากล่ะ จริงไหมคะ เรย์?"
เรย์วางปากกาขนนกลงอย่างแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเซเลส แววตาสีดำสนิทสะท้อนประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมจนคนมองต้องนึกทึ่ง
"ถูกต้องครับ... เอ่อ หมายถึง ถูกต้องค่ะ" เรย์เผลอหลุดสำนวนเดิมออกมาจนต้องรีบแก้คำพูดในใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงกฎเหล็กบางอย่างในโลกแห่งนี้ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "พื้นที่ย่านการค้าเขตตะวันออกไม่ได้มีดีแค่ทำเล แต่ใต้พื้นดินของบล็อกที่แปด มี ‘เตาหลอมเพลิงวิญญาณบรรพกาล’ ที่หลงเหลือมาจากยุคก่อนมหาสงครามซ่อนอยู่ หากเราจดทะเบียนกิลด์ขนาดเล็กและได้รับสิทธิ์ครอบครองอาคารพาณิชย์ระดับสามดาว เราจะสามารถเชื่อมต่อท่อไอความร้อนใต้พิภพนั้นเข้ากับเตาหลอมส่วนตัวในร้านค้าของเราได้ทันทีค่ะ"
เรย์อธิบายระบบเกมและแผนธุรกิจด้วยความเชี่ยวชาญราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค การสร้างเวิลด์บิลดิ้งของเกม VRMMO นี้มีความซับซ้อนและสมจริงสูงมาก ไอเทมหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม แต่ทุกตารางเมตรมีผลต่อสถิติและโบนัสการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
"นายคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่เราสู้กับบอสแมงมุมเหล็กที่ชั้นสามแล้วสินะ..." ลูคัสถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความยอมจำนน รอยยิ้มแห้ง ๆ ปรากฏบนใบหน้าคมคายของนักสู้สายแทงค์ "ให้ตายเถอะ ฉันนึกว่านายแค่อยากหาที่เปิดร้านขายดาบกระจอก ๆ ซะอีก ที่แท้ก็วางแผนจะผูกขาดตลาดอาุดร/เครื่องป้องกันระดับสูงในเมืองหลวงตั้งแต่ก้าวแรกเลยเรอะ!"
"การทำธุรกิจใน Aethelgard ถ้าไม่เดินหมากให้ล่วงหน้าสามตา มีหวังถูกกลุ่มกิลด์ใหญ่กลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรอกค่ะ" เซเลสหัวเราะคิกคักในลำคอ รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยเลศนัยราวกับรู้ดีว่ามีอุปสรรคอะไรรออยู่เบื้องหน้า "อีกอย่าง... อย่าลืมสิ่งที่เราเพิ่งได้มาจากการสำรวจดันเจี้ยนลับเมื่อวานนี้สิคะ"
คำพูดของเซเลสทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนไปในพริบตา
เรย์หันไปมองกระเป๋าหนังมิติที่วางอยู่บนตัก มือเรียวของชายหนุ่มเอื้อมไปสัมผัสผิวสัมผัสเย็นเฉียบของกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วแตะโดน เนื้อผ้าเวทมนตร์ก็สั่นระริกเบา ๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในโสตประสาท—เสียงที่ไม่ได้มาจากลำโพงระบบเกมทั่วไป แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
*[คำเตือน: ไอเทม ‘กระดูกของบรรพชน’ ในกระเป๋าของท่าน กำลังส่งเสียงเรียกหาบางสิ่ง!]*
หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศ ตัวอักษรสีเลือดกระพริบถี่รัว บ่งบอกถึงระดับความอันตรายที่พุ่งทะยานเกินขีดจำกัดของพื้นที่ปลอดภัย เรย์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด การสั่นสะเทือนของไอเทมชิ้นนี้รุนแรงกว่าตอนอยู่ในดันเจี้ยนอย่างเทียบไม่ติด ราวกับว่าตัวเมืองหลวง Aethelgard แห่งนี้... มีบางสิ่งที่ดึงดูดมันเข้าหา
"ดูเหมือนว่าการจดทะเบียนกิลด์ของเราในวันนี้ จะไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการค้าขายธรรมดาซะแล้วล่ะค่ะ"
เรย์พึมพำเบา ๆ ขณะที่เลื่อนชื่อกิลด์ที่เขาเพิ่งคิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ลงไปในช่องสุดท้ายของใบสมัครด้วยลายมือที่มั่นคง
**ชื่อกิลด์อย่างเป็นทางการ:**
**‘รุ่งอรุณนิรันดร์’ (Eternal Dawn)**
ตรายางเวทมนตร์รูปดวงอาทิตย์สีทองอร่ามถูกเจ้าหน้าที่ NPC กดลงบนกระดาษสัญญาท่ามกลางเสียงประกาศก้องกังวานของระบบหลักที่ดังสะเทือนไปทั่วทั้งเขตการค้า แจ้งเตือนการถือกำเนิดของกิลด์อิสระลำดับที่สามร้อยหกสิบห้า
ทว่า... ในวินาทีที่หมึกเวทมนตร์ซึมลงสู่เนื้อกระดาษจนเกิดแสงสว่างวาบสีทอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรย์คุ้นเคยก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงระฆังโบราณที่ก้องกังวานจากหอคอยกลางเมือง—หอคอยที่ปิดตายมานานนับพันปี
*ก๊องงงงงงงงงง—!*
เสียงระฆังนั้นไม่ได้ยินแค่ในหู แต่ทำให้ผู้เล่นทุกคนในเมืองหลวงสะดุ้งเฮือก ท้องฟ้าเหนือมหานคร Aethelgard ที่ควรจะเป็นสีครามสดใสยามบ่าย กลับถูกย้อมด้วยม่านหมอกสีดำทมิฬอย่างรวดเร็วราวกับถูกความมืดกลืนกิน
เซเลสที่เคยมีท่าทีสบาย ๆ มาตลอดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นหายวับไปจากใบหน้า เหลือไว้เพียงความเคร่งขรึมและประหลาดใจอย่างที่สุด เธอกลืนน้ำลายลงคออึกลึก ก่อนจะหันมามองเรย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"เด็กน้อย..." น้ำเสียงของเซเลสสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ "เจ้า... ไปเอากระดูกชิ้นนั้นมาจากซากปรักหักพังส่วนไหนของชั้นใต้ดินกันแน่คะ?"
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากตอบอะไร แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นจากใต้พื้นดิน เบื้องล่างของสำนักงานทะเบียนราษฎร์ พื้นหินอ่อนแกร่งแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับไอน้ำสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก และเสียงคำรามต่ำทุ้มที่ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับมีอสูรกายขนาดยักษ์กำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
ตรงหน้าโต๊ะทำงานของพวกเขา มิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ และเงาร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ก็ก้าวทะลุมิติออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกิลด์ ‘รุ่งอรุณนิรันดร์’ ในตอนนี้นะคะ!
กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก•ตอนที่ 5
นามกิลด์ 'รุ่งอรุณนิรันดร์'
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!