"ถ้าก้าวขาซ้ายพลาดไปอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว ร่างกายของเจ้าคงสลายกลายเป็นละอองข้อมูลไปนานแล้ว... เรย์"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่เงาร่างซึ่งทะลุมิติออกมาเมื่อครู่ยังคงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางอากาศที่สั่นระริก แรงดันเวทมนตร์สีครามเข้มแผ่ซ่านจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเรย์เกิดรอยร้าวเป็นเส้นใยแมงมุม ลูคัสที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบยกโล่เหล็กขึ้นตั้งรับด้วยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าของชายหนุ่มร่างยักษ์ แม้เขาจะเป็นสายแทงค์ผู้ผ่านศึกมาโชกโชน แต่เผชิญหน้ากับตัวตนปริศนานี้ กลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดลงอย่างช่วยไม่ได้
เซเลสที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยสีอเมลีนของเธอยังคงพินิจพิเคราะห์รอยแยกมิติด้วยความสนใจ ราวกับกำลังมองดูงานศิลปะชิ้นเอกที่หลุดออกมาจากยุคโบราณที่ถูกลืมเลือน
"แหม... เล่นเปิดตัวได้เสียงดังเอิกเกิร์กเสียจริงนะคะ ท่านอธิการบดีสำนักวิจัยมิติที่หก" เซเลสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเจือความเย้ยหยันเล็กน้อย พลางใช้ปลายนิ้วเคาะขอบแก้วชาสมุนไพรในมือ "ถ้ามาเพื่อจะพังโรงตีเหล็กกระจ้อยร่ำนี่ล่ะก็ เกรงว่าเจ้าของร้านเขาจะยังทำผลงานชิ้นเอกไม่เสร็จหรอกนะคะ"
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวพ้นจากมิติที่บิดเบี้ยว เผยให้เห็นชายสูงวัยในชุดคลุมนักเวทสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายแผนที่ดวงดาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตากลับเปล่งประกายคมกริบราวกับดวงดาราในยามวิกาล—เขาคือ "มาสเตอร์โวลดอร์" ผู้ดูแลหอคอยแห่งการสร้างสรรค์ NPC ระดับสูงที่ผู้เล่นในเซิร์ฟเวอร์หลักยังไม่มีใครเคยไขปริศนาปลดล็อกตัวตนได้
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สมองของเขาประมวลผลด้วยความเร็วสูง ระบบอินเทอร์เฟซเกมแสดงผลเตือนสีแดงฉานระดับอันตรายรอบวิสัยทัศน์ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ถอยหลัง ชายหนุ่มละสายตาจากแขกผู้มาเยือน หันกลับไปมองเตาหลอมอัคคีมายาที่กำลังส่งเสียงคำรามต่ำๆ อยู่เบื้องหน้า
นี่ไม่ใช่เวลามาตื่นตระหนก...
งานตีดาบเล่มแรกที่เซเลสเป็นผู้ชี้นำวัตถุดิบและขั้นตอนกำลังดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว หากพลาดตอนนี้ ทุกอย่างที่ทุ่มเทไปจะสูญเปล่าทันที
"ลูคัส ประคองแนวป้องกันไว้ แต่อย่าเพิ่งโจมตีโต้กลับ" เรย์สั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตาของเขาฉายแววแน่วแน่ชนิดที่ทำให้เพื่อนซี้อย่างลูคัสต้องยอมพยักหน้ารับคำสั่งอย่างไม่มีข้อกังขา
"เข้าใจแล้ว... นายจัดการทางนั้นให้เสร็จก็พอ ทางนี้ฉันยันไว้ให้เอง!" ลูคัสคำรามในลำคอ พร้อมกับเปิดใช้สกิล [Iron Wall] จนเกราะเหล็กสั่นสะเทือนด้วยออราสีทอง
โวลดอร์หรี่ตามองเด็กหนุ่มผู้เป็นมนุษย์ตรงหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "น่าสนใจ... เผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้มีข้อจำกัดด้านพลังชีวิตและความหนาแน่นของมานา กลับกล้าเมินเฉยต่อหน้าข้าเพื่อสนใจก้อนเหล็กไร้ค่าในเตาหลอมงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เจ้าหนู"
"มันไม่ใช่ก้อนเหล็กไร้ค่าครับ... เอ่อ, หมายถึง มันไม่ใช่ก้อนเหล็กไร้ค่าค่ะ" เรย์เกือบเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาตามความเคยชินในชีวิตจริง แต่ด้วยสัญชาตญาณของเกมเมอร์สายโรลเพลย์ เขาปรับโทนเสียงให้เข้ากับบรรยากาศทันที "สิ่งที่กำลังหลอมรวมอยู่ ณ ตอนนี้ คือจุดเริ่มต้นของทฤษฎีการตีเหล็กที่โลกใบนี้ยังไม่เคยบันทึกไว้ต่างหากล่ะคะ"
เรย์หยิบสูตรส่วนผสมพิเศษที่เซเลสเคยใบ้ให้เมื่อสามวันก่อนขึ้นมาทบทวนในหัว
— แร่หินอัคคีทมิฬ (Obsidian Magma Ore) 3 ส่วน
— ผงผลึกดาราบริสุทธิ์ (Stardust Powder) ที่ผ่านการกรองด้วยเวทมนตร์ธาตุลมระดับสูง
— และที่สำคัญที่สุด... หยดน้ำตาแห่งภูตพฤกษาที่เก็บรักษาอุณหภูมิไว้ไม่ให้เกิน 800 องศาเซลเซียส
อัตราส่วนเหล่านี้ไม่มีเขียนอยู่ในตำราเล่มไหนในเกม Aethelgard มันเป็นสมการที่เรย์ต้องคำนวณความหนืดของมานาในเตาหลอมเทียบกับอุณหภูมิภายนอกแบบเรียลไทม์ มือเรียวของเรย์หยิบ ค้อนเหล็กกล้าโบราณ (Ancient Blacksmith's Hammer) ขึ้นมา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้สอดคล้องกับเสียงคำรามของเปลวเพลิงภายในเตาหลอม
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเรย์:
[ท่านกำลังเข้าสู่สภาวะ "ซิงโครไนซ์สมบูรณ์แบบ" (Perfect Synchronization) กับเตาหลอมอัคคีมายา]
[อัตราความสำเร็จในการตีขึ้นรูปเพิ่มขึ้น 300%]
เซเลสยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ ราวกับกำลังชมละครเวทีรอบปฐมทัศน์ที่เธอเป็นผู้กำกับบทด้วยตนเอง "เอาล่ะ... แสดงให้เขาเห็นสิคะ เรย์ ว่าความรู้ที่ข้าถ่ายทอดไปไม่ได้เสียเปล่า"
โวลดอร์ที่ยืนกอดอกอยู่เงียบๆ เริ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากเตาหลอม คลื่นพลังนั้นไม่ใช่เวทมนตร์บริสุทธิ์ และไม่ใช่พลังปราณดิบ แต่เป็นการหลอมรวมกันระหว่าง "วิศวกรรมระบบเกม" และ "เจตจำนงของผู้สร้าง" อย่างลงตัวจนน่าเหลือเชื่อ
*เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!*
ประกายไฟสีม่วงอมฟ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้องใต้ดินของกิลด์ แรงกดดันรอบตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง เรย์เงื้อมือขึ้นสุดแขน จังหวะที่ค้อนกระทบลงบนเนื้อโลหะสีดำสนิทในเตาหลอม เกิดเสียงกังวานราวกับเสียงระฆังโบสถ์ที่ดังสะท้อนไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง
*กริ๊งงงงง—!*
ทุกอณูของอากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ โลหะสีดำสนิทที่ถูกตีขึ้นรูปเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งประกายมุก ลวดลายอักษรโบราณนับร้อยตัวปรากฏขึ้นบนใบดาบอย่างอัตโนมัติ ราวกับพวกมันมีชีวิตและกำลังหายใจร่วมกับผู้สร้าง
เรย์ใช้ค้อนเคาะแต่งขอบคมดาบเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะคีบมันขึ้นมาแล้วจุ่มลงในอ่างน้ำยาหล่อเย็นบริสุทธิ์ที่ผสมเกล็ดมังกรวารี
*ฟู่ดดดดด—!*
ไอความร้อนสีขาวโพลนพวยพุ่งกลบglบพื้นที่โดยรอบจนมองไม่เห็นทัศนียภาพชั่วขณะ แต่ในวินาทีที่กลุ่มควันจางลง แสงสว่างเจิดจ้าสีทองอร่ามก็พุ่งทะยานทะลุหลังคาร้านตีเหล็กขึ้นสู่ท้องฟ้าจำลองของโลก Aethelgard จนผู้เล่นทุกคนในเมืองเริ่มต้นต่างต้องหยุดเดินและเงยหน้ามองปรากฏการณ์นั้นด้วยความตะลึงงัน
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
[ระบบประกาศทั่วโลก: ผู้เล่น 'เรย์' สามารถสร้างสรรค์ไอเทมระดับตำนานชิ้นแรกของเซิร์ฟเวอร์ได้สำเร็จ!]
[ชื่อไอเทม: ดาบยาวแห่งพันธสัญญาดารา (Stellar Oath Longsword)]
[คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มอัตราการฟื้นฟูมานา 50% ให้แก่ผู้ถือครอง และสามารถสะสมพลังงานจากการโจมตีของศัตรูเพื่อปลดปล่อยดาบแสงโบราณได้!]
โวลดอร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าชราภาพ "บ้าน่า... เจ้าใช้หลักการแปลงสภาพโค้ดข้อมูลมาผสานเข้ากับธาตุโบราณได้อย่างไรกัน... เด็กมนุษย์คนนี้..."
เซเลสหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้เรย์ พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ไหล่ของชายหนุ่มซึ่งกำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสำเร็จ
"ทำได้ดีมากค่ะ เจ้าช่างตีเหล็กตัวน้อยของฉัน" เซเลสกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมา "ดูเหมือนว่า... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญของเราจะเริ่มสนใจในตัวเธอเข้าเสียแล้วสิคะ"
เรย์หันกลับไปสบตากับมาสเตอร์โวลดอร์ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอย่างช้าๆ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ NPC ชราผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับหน้าต่างเควสต์ระดับ SSS ที่เด้งขึ้นตรงหน้าเรย์โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
[เควสต์ลับเฉพาะตัว: "พันธสัญญาแห่งผู้สร้างที่ถูกลืม" ได้รับการปลดล็อกแล้ว]
[เงื่อนไข: ท่านต้องติดตามมาสเตอร์โวลดอร์ไปยังซากปรักหักพังแห่งปฐมกาลภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นไอเทม 'ดาบยาวแห่งพันธสัญญาดารา' จะสูญสลาย]
เรย์จ้องมองหน้าต่างเควสต์นั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นของการผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
และก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธ แสงไฟจากหน้าต่างระบบทั่วทั้งเมืองก็เกิดอาการกระพริบดับวูบพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ... ท้องฟ้าจำลองของ Aethelgard เปลี่ยนจากสีฟ้าสดใสเป็นสีเลือดในพริบตาเดียว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากใต้พื้นพิภพ—เสียงที่บ่งบอกว่า "บางสิ่ง" ที่ถูกผนึกไว้ใต้รากฐานของโลกใบนี้ ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้วจริงๆ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และอาจารย์เซเลสนะคะ!
กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก•ตอนที่ 6
เตาหลอมชิ้นแรกในตำนาน
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์มือใหม่กับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกยังไม่รู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!