"ถ้าแกยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกสลับกับคนกำลังจะไปปล้นธนาคารแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันจะเอาชาไข่มุกแก้วนี้เทราดหัวแกจริงๆ นะกานต์"
เสียงกระซิบกระซาบของจีโน่ดังลอดไรฟัน พร้อมกับศอกที่สะกิดเข้าที่สีข้างอย่างแรงจนเครื่องดื่มในมือแทบกระฉอก กานต์สะดุ้งสุดตัว รีบดึงสติที่ล่องลอยไปไกลตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กลับเข้าร่าง กวาดสายตามองเพื่อนสนิทหน้าหมวยที่นั่งเท้าคางส่งสายตาพิฆาตมาให้จากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะม้าหินอ่อนใต้คณะนิเทศศาสตร์
"ใครหน้าเหมือนคนท้องผูก ปากคอเรานี่มัน..." กานต์ทำท่าฮึดฮัดจะเถียงตามความเคยชิน แต่พอเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองจากหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็ต้องรีบหุบปากฉับทันที
ภาพที่สะท้อนขึ้นมาคือเด็กหนุ่มคณะนิเทศฯ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากแจ๋วและฝีปากกล้า กำลังนั่งเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์แถมยังมีอาการตาข่ายสั่นระริกทุกครั้งที่หางตาเหลือBไปเห็นร่างสูงๆ ของใครบางคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปไม่ไกลนัก
ให้ตายเถอะ... นี่มันไม่ใช่แค่ความตึงเครียดธรรมดาแล้วค่ะ แต่มันคือบรรยากาศชวนอึดอัดระดับสิบกะโหลกที่ต่อให้เอาแอมโมเนียมาดมก็ไม่อาจช่วยเยียวยาได้!
สาเหตุก็มาจากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนนั่นแหละค่ะ หลังจากที่กานต์เกือบจะเผลอใจยอมจำนนให้กับสายตาเจ้าเล่ห์และคำพูดกวนประสาทของนายภีม วิศวะตัวแสบเข้าให้ เจ้าตัวก็ชิงตัดบทแล้ววิ่งหนีขึ้นหอพักมาแบบไม่คิดชีวิต ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนงงอยู่หน้าตึก
แล้วผลลัพธ์คืออะไรน่ะเหรอคะ?
คือการที่วันนี้... ในเวลาเรียนคาบเดียวกัน ที่โรงอาหารเดียวกัน และตอนนี้... ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใกล้ตึกคณะที่สุดแสนจะบังเอิญ (หรือจงใจก็ไม่แน่ใจ) ไอ้วิศวะคนนั้นดันยกแก้วกาแฟมานั่งแหมะอยู่โต๊ะข้างๆ พร้อมกับแก๊งเพื่อนตัวชงของมัน โดยมีสายตาคมกริบคู่นั้นคอยชำเลืองมองมาทางนี้เป็นระยะๆ แบบเนียนๆ แต่ตั้งใจจนคนโดนมองแทบจะกลายร่างเป็นกุ้งเผาอยู่แล้ว!
*ปิ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดคราด ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของกานต์ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบคว้าขึ้นมาเปิดดูอย่างร้อนตัว คิดว่าเป็นข้อความจากใครบางคนที่นั่งอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมมือ
**(JINO_GN):** *เบาได้เบากานต์ แกทำตัวเหมือนคนมีความผิดติดตัวตลอดเวลา ยิ่งแกหลบตาและทำตัวมีพิรุธ ไอ้มืด (ฉายาที่จีโน่ตั้งให้ภีมลับหลัง) มันยิ่งได้ใจใหญ่แล้วโน๊ะ ดูดิ... มันยิ้มมุมปากอีกแล้ว แหม... อยากเอาทิชชูเปียกปาหน้าชะมัด*
กานต์รีบเงยหน้าขึ้นมองค้อนจีโน่ทันที ก่อนจะก้มลงพิมพ์ตอบกลับใต้โต๊ะด้วยความเร็วแสง
**(KAN_TNR):** *ใครมีพิรุธ ไม่มี๊! ฉันแค่นั่งคิดงานอยู่ต่างหากเล่า แกอย่ามาปรักปรำนะจีโน่*
**(JINO_GN):** *คิดงานหรือคิดถึงเขายะ หน้าแดงจนลามไปถึงใบหูแล้วคุณชาย ถ้าใจมันจะยอมแพ้ง่ายขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อชุดเจ้าบ่าวรอเลยดีไหมคะ*
**(KAN_TNR):** *จีโน่! อยากตายใช่ไหม เดี๋ยวแม่หยิกให้เนื้อเขียวเลย!*
กานต์กัดฟันกรอด นิ้วเรียวกดพิมพ์ขู่เพื่อนสนิทกลับไปอย่างหัวเสีย แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาจริงๆ เมื่อหางตาดันเหลือบไปเห็นว่าร่างสูงของคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนา กำลังลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขาเรื่อยๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว...
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มซูมอินเข้าหาความอึดอัด เสียงพูดคุยรอบบริเวณนั้นคล้ายจะเบาลงไปถนัดตา
กานต์แกล้งก้มหน้าก้มตาไถหน้าจอโทรศัพท์ทำเป็นไม่สนใจโลก ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวสุดขีด รับรู้ได้ถึงเงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาบังแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่าย พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ลอยมาแตะปลายจมูก... กลิ่นสะอาดๆ ที่ชวนให้ใจสั่นทุกครั้งที่ได้1กลิ่น
"อ้าว... น้องกานต์ นั่งทำอะไรตรงนี้ครับ หน้าตึงเชียว ท้องผูกเหรอ หรือว่า... คิดถึงพี่จนสมองกลับแล้วเนี่ย"
เสียงทุ้มกวนประสาทเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมที่เป็นเอกลักษณ์ ภีมย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกับคน0ปากแข็งที่นั่งเกร็งจนหลังแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์
กานต์เม้มปากแน่น รีบเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ แม้ว่าข้างในจะเต้นรัวเหมือนกลองเพลก็ตามที
"ใครคิดถึงนาย บ้าหรือเปล่า ฉันแค่นั่งรอเวลาเข้าเรียนต่างหาก ถอยไปเลยนะภีม ตัวก็นอนขวางทางเดินอยู่ได้ เกะกะชะมัด" ปากว่ามือไว... กานต์เอื้อมมือไปผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อไล่ทางอ้อม แต่ทว่า... แทนที่ภีมจะถอยหลังกลับยอมโดนผลักง่ายๆ เจ้าตัวกลับอาศัยจังหวะนั้นโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันแค่คืบ!
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม ทำเอาคนปากเก่งถึงกับพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมดในพริบตา
"เกะกะเหรอครับ..." ภีมกระซิบเสียงต่ำ จงใจทิ้งจังหวะให้ทุกลมหายใจดูเชื่องช้าลง ดวงตาคมกริมพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "แต่พี่ว่า... ตัวเราหอมดีนะ หอมจนพี่ไม่อยากขยับไปไหนเลยว่ะ"
*ตึ้ก... ตึ้ก... ตึ้ก...*
เสียงหัวใจของกานต์ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท จนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันไปด้วย ใบหน้าที่เคยเชิดรั้นบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามลึกไปจนถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ อยากจะอ้าปากด่ากราดแบบทุกทีเพื่อกู้ศักดิ์ศรี แต่ลำคอมันตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้สักคำ
จีโน่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหน้า แอบส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ในลำคอด้วยความฟินระดับสิบ แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาเชียร์อัพสุดฤทธิ์
"แหม... คุณภีมคะ แดดร่มลมตกแบบนี้ มาหยอดน้องเขาแถวนี้ ระวังมดจะขึ้นตานะคะ พอดีโต๊ะนี้มดมันดุด้วยสิ" จีโน่เอ่ยแทรกขึ้นมาขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้แกมหยอกล้อ เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนรักที่กำลังจะละลายคาเก้าอี้
ภีมปรายตามองจีโน่นิดนึงก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวกลับขึ้นมายืนตรงเต็มความสูง แต่สายตาคู่คมก็ยังคงทอดมองกานต์ด้วยความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์
"งั้นพี่ไม่กวนแล้วดีกว่า... ไว้เจอกันในคลาวนะครับ *คุณแฟน*"
ประโยคหลังเจ้าตัวจงใจเน้นเสียงหนักแน่น พร้อมกับส่งวิ้งค์พิฆาตมาให้หนึ่งทือก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะ ทิ้งให้กานต์นั่งอ้าปากพะงาบๆ หน้าแดงแจ๋อยู่คนเดียว
"ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส!" กานต์กัดฟันกรอด สบถไล่หลังร่างสูงด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด มือบางยกขึ้นจับแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองแล้วทึ้งหัวตัวเองเบาๆ ด้วยความเขินอายจนอยากจะมุดดินหนี
ให้ตายเถอะ... หลบหน้าก็แล้ว ทำเป็นเมินก็แล้ว แต่ทำไมไอ้บ้านี่ถึงยิ่งรุกหนักขึ้นทุกทีวะเนี่ย!
แต่ทว่า... ในขณะที่กานต์กำลังหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ปั่นป่วน หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่ส่งตรงมาจากบุคคลอันตรายคนเดิม...
**(PEEM_VEE):** *เลิกเรียนแล้ว ห้ามหนีกลับก่อนนะเด็กดื้อ... พี่จองโต๊ะร้านหมูกระทะหน้ามอไว้แล้ว ถ้าไม่อยู่รอ... พี่จะเดินไปอุ้มหนูกลับหอต่อหน้าเพื่อนทั้งคณะจริงๆ ด้วย*
กานต์เบิกตากว้าง อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตา... ระหว่างการวิ่งหนีให้สุดชีวิตกับยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้
และในวินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะกดปิดหน้าจอเพื่อตัดปัญหา...
*แกร๊ก!*
เสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาอีกครั้ง กานต์สะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ...
ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ร่างของภีมอย่างที่คิด แต่กลับเป็นบุคคลปริศนาในชุดไปรเวทเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ใบหน้าคมคายหยักศกที่กานต์ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน กำลังยืนส่งยิ้มแปลกๆ มาให้ พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีขาวซองหนึ่งลงตรงหน้าเขา
"ขอโทษนะครับ... น้องใช่คนที่ชื่อกานต์หรือเปล่าครับ? พอดีมีคนฝากนี่มาให้..."
**[ตอนต่อไป: ความลับที่ถูกเปิดเผยในร้านหมูกระทะ และการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่ทำให้ภีมถึงกับหุบยิ้ม!]**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหวีดและเขินไปพร้อมกับเจ้าเด็กปากแข็งคนนี้นะคะ! ❤️
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 36
หลบหน้าก็ทำไม่ได้
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!