"เดี๋ยว... เดี๋ยวสิพวกแก มือไม้อยู่ไม่สุขกันเหรอวะ!"
เสียงโวยวายดังลั่นโต๊ะประจำที่ร้านกาแฟใต้คณะนิเทศศาสตร์ เรียกสายตาจากโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่กานต์ในตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะมาสนใจภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้นค่ะ ใบหน้าหวานที่ปกติจะเชิ่ดใส่คนอื่นตลอดเวลา กลับขึ้นสีแดงจัดลามไปจนถึงใบหู ร่างบางพยายามจะถอยหลังหนี แต่ติดที่พนักเก้าอี้และแผงอกกว้างของภีมที่โน้มตัวลงมาครอบงำพื้นที่หายใจไว้จนหมด
เหตุการณ์เมื่อวินาทีที่แล้วยังวนเวียนอยู่ในหัว... ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดแก้ม และสายตาพราวระยับที่มองมาเหมือนจะกลืนกินเขาทั้งตัว ทำเอาสติสตางค์ที่สะสมมาทั้งชีวิตปลิวหายไปกับสายลมหมดแล้วค่ะ
"อ้าว กานต์... หน้าแดงเป็นกุ้งต้มเลยนะ เป็นลมแดดหรือเปล่าเนี่ย" จีโน่ ตัวชงระดับตำนานประจำกลุ่ม ยิ้มกริ่มพร้อมกับยกแก้วชานมขึ้นมาดูดอย่างสบายใจเฉิบ สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองเพื่อนสนิทกับหนุ่มวิศวะตัวสูงที่ยังคงรักษาระยะห่างแบบอันตรายไว้ไม่ยอมถอย
"ลมแดดบ้าอะไรเล่า! แกนั่นแหละจีโน่ หลบไปเลยนะ! แล้วก็... นายอ่ะภีม ถอยออกไปไกลๆ เลยนะเว้ย หน้าจะมาใกล้ขนาดนี้ทำไมเนี่ย!" กานต์ใช้สองมือดันอกแกร่งเอาไว้สุดแรงเกิด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนค้อนควับ พยายามกลบเกลื่อนความใจสั่นด้วยการทำเสียงดุใส่
ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำที่ดังใกล้หูทำเอาคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด ร่างสูงยอมผละตัวออกไปนั่งพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม แต่สายตาก็ยังคงจ้องมองมาที่กานต์ไม่วางตา ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากนิดๆ แบบที่เห็นแล้วหมั่นไส้ที่สุด
"ก็เห็นเหม่อ... นึกว่าวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว เลยจะช่วยทำ CPR ให้" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเนือยๆ แต่แววตานี่เจ้าเล่ห์เป็นประกาย
"CPR บ้านแกสิ! หน้าตาแบบฉันเนี่ยนะต้องทำ CPR ประสาทเหอะ!" กานต์แหวใส่ทันควัน รีบคว้าแก้วน้ำแดงโซดาของตัวเองขึ้นมาดูดจนหมดแก้วเพื่อดับความร้อนผ่าวบนใบหน้า
บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนๆ ในกลุ่ม แต่ภีมกลับไม่ได้สนใจเสียงแซวเหล่านั้น สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่คนปากแข็งที่ตอนนี้กำลังเม้มปากแน่น หลบตาเขาพัลวัน มือเรียวบางแกะหลอดพลาสติกในแก้วจนยับยู่ยี่
ภีมรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้บรรยากาศมันไหลไปเรื่อยๆ แบบนี้ เขากับกานต์ก็คงจะวนเวียนอยู่กับความสัมพันธ์แบบ 'เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ' ที่ต่างคนต่างฟอร์มจัดใส่กันไปอีกนานสองนาน ตั้งแต่มัธยมจนถึงตอนนี้... เขารอเวลาที่จะได้พูดคำนี้มานานเกินไปแล้ว
มือหนาเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ เรียกความสนใจจากทุกคนบนโต๊ะให้หันกลับมามอง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ้าวค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากลำโพงของร้าน
"นี่..." ภีมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาดื้อๆ จนกานต์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ
"อะไรของนายอีก..." กานต์ถามเสียงเบาลงโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นประกายบางอย่างในดวงตาคมคู่นั้น มันไม่ใช่แววตากวนประสาทแบบที่ชอบใช้แกล้งเขาเป็นประจำ แต่มันคือความจริงจังที่ทำเอาใจหายวาบ
ภีมไม่ตอบทันที เขานั่งไขว่ห้าง ศอกวางบนโต๊ะแล้วประสานมือเข้าหากัน สายตาสีเข้มมองตรงเข้าไปในดวงตากลมโตของกานต์ราวกับจะอ่านทะลุไปถึงข้างใน
"ถามจริง..." ภีมเริ่มพูดต่อ น้ำเสียงทุ้มกังวานและชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็ปกคลุมโต๊ะกลุ่มของพวกเขา
"ถ้ากู... ไม่ได้แค่มองมึงเป็นแค่เพื่อน ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนถึงวันนี้..."
กานต์เบิกตากว้างขึ้นทันที ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลไม่ทันกับประโยคที่พรั่งพรูออกมาจากปากคนตรงหน้า เสียงรอบตัวเหมือนถูกปิดสวิตช์ไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุออกมานอกอก
"...แล้วที่ผ่านมากูไม่ได้แกล้งเพราะเกลียด แต่กูแกล้งเพราะอยากให้มึงหันมามองกูคนเดียว..." ภีมเว้นจังหวะนิดหนึ่ง สายตาไหวระริกชั่ววูบก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้กานต์แทบหยุดหายใจ
"...มึงจะเกลียดกูไหมวะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบโต๊ะสนิท จีโน่และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างพากันกลั้นหายใจ ลุ้นตัวโก่งยิ่งกว่าดูซีรีส์รอบรอบชิงชนะเลิศ กานต์อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองขาวโพลนไปหมด คำด่า คำโวยวาย หรือแม้แต่คำปฏิเสธที่เตี๊ยมไว้ในหัวเป็นล้านคำ กลับหายเกลี้ยงราวกับถูกลบด้วยยางลบ
ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอก ใหญ่ยิ่งกว่าตอนโดนเข้าไปใกล้เสียอีก ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีรันฟันแทงกันอยู่ในอก ทั้งตกใจ ทั้งเขินอาย และ... ความรู้สึกอุ่นวาบที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจ
มือบางสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
ภีมเองก็ไม่ได้เร่งเร้า ร่างสูงเพียงแค่นั่งมองอาการของคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน มือหนาวางคว่ำลงบนโต๊ะ ใกล้กับมือของกานต์ ราวกับเปิดโอกาสให้รั้งไว้ หรือผลักไส... ตามใจอีกฝ่ายต้องการ
"วะ... ว่าบ้าอะไรของนายเนี่ย!" ในที่สุดกานต์ก็เค้นเสียงหลุดลอดออกมาได้ น้ำเสียงสั่นพร่าและขาดห้วง ไม่มีความดุร้ายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความเขินจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี
"กูไม่ได้บ้า..." ภีมตอบเสียงนิ่ง แต่แววตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขยิบตัวเข้าไปใกล้กานต์อีกนิดโดยไม่สนใจสายตาแซวระเบิดระเบ้อของจีโน่
"กูถามจริง... แล้วมึงล่ะ กานต์" ภีมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว
"กล้าปฏิเสธไหม... ถ้าบอกว่ามึงไม่ได้รู้สึกเหมือนที่กูรู้สึกอยู่ตอนนี้?"
พริบตานั้น กานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน คำปฏิเสธที่ควรจะพ่นใส่หน้าไอ้คนกวนประสาทติดอยู่ที่ลำพอง ง้างปากเท่าไหร่ก็พูดไม่ออก เพราะไอ้ความจริงที่ว่าหัวใจของเขามันทรยศ... เต้นแรงและยอมจำนนให้กับอีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้วค่ะ!
นิยายเรื่องนี้ พีชชี่เบอร์รี่ ตั้งใจแต่งให้รี้ดทุกคนอมยิ้มตามนะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาตลอดค่ะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 35
กล้าปฏิเสธไหมถ้าไม่ชอบจริง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!