"บอกว่าให้จับแบบนี้ ไม่ใช่เอาค้อนมาทุบลูกขนไก่ค่ะคุณกานต์ ถ้าตีแรงขนาดนั้น ไม้แบตในมือฉันคงหักคามือพี่ก่อนจะได้ลงคอร์ทจริงนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นชิดริมใบหู พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ยื่นเข้ามาครอบทับมือเรียวของฉันบนด้ามจับไม้แบตเตอรี่อย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อสะอาดๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ภีม! ใครอนุญาตให้มาจับมือฉันไม่ทราบ ปล่อยเลยนะ!" ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับทันทีจนเกือบทำไม้แบตหล่นพื้น แต่คนตัวสูงกว่ากลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือฉันไว้หลวมๆ แล้วหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
นี่คือบทลงโทษจากการที่ฉันดันเผลอไปรับคำท้าเขาเมื่อวานนี้ หลังจากเหตุการณ์โทรศัพท์เครื่องนั้นที่เกือบทำให้เราบ้านแตก... ไม่สิ ความจริงคือฉันต่างหากที่งอนเขาจนแทบไม่อยากมองหน้า แต่สุดท้ายก็แพ้ลูกตื๊อและสายออดอعของนายวิศวะจอมกวนคนนี้ จนต้องยอมแบกสังขารมาสนามแบดมินตันในร่มแถวหอพักตอนสองทุ่มครึ่งแบบนี้จนได้
บรรยากาศในคอร์ทแบดมินตันค่อนข้างเงียบสงบเพราะเป็นรอบดึก มีเพียงเสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นยางและเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเราสองคน
"ก็เห็นว่าตีแป๊กมาสามลูกติดแล้วนี่คะ แฟนใครก็ไม่รู้ น่าเอ็นดูชะมัด ดื้อตาใสแถมยังตีลูกออกนอกเส้นตลอดอีกต่างหาก" ภีมแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกโด่งเกือบจะชนแก้มฉันอยู่รำเซาะ
"ใครแฟนแก! พูดจาพล่อยๆ อีกแล้วนะภีม ระวังฉันจะเอาไม้แบตนั่นหวดกบาลจริงๆ ด้วย" ฉันชี้หน้าคาดโทษ พยายามบังคับหัวใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงเกินความจำเป็น แค่เขายืนมองด้วยสายตาแบบนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็ทำงานหนักจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว
"ปากบอกไม่ใช่แฟน แต่เมื่อคืนใครนะงอนจนบล็อกไลน์ฉันไปตั้งสองชั่วโมง แถมยังสั่งห้ามไม่ให้ตอบแชทสาวยลดาคนนั้นด้วย..." เจ้าตัวรวบไม้แบตทั้งสองอันไว้ในมือข้างเดียว ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละนิด บีบให้ฉันต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเหล็กข้างคอร์ทอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ก็... ก็ยัยนั่นส่งรูปคู่สมัยมัธยมมาทำไมเล่า! แล้วเธอก็พิมพ์มาแซวตั้งยาว ใครจะไปรู้ว่าแค่รุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าเฉยๆ" ฉันเบี่ยงสายตาหนีความจริงที่เริ่มจำนน พวงแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อนึกถึงความงี่เง่าของตัวเองเมื่อคืน
ภีมยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเหมือนต้องการจะอ่านใจ นิ้วเรียวยื่นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด
"หึงก็บอกว่าหึงสคะคนดี ไม่เห็นต้องฟอร์มเยอะเลย... รู้ไหมคะว่าตอนที่เธอพิมพ์มาโวยวาย ฉันนั่งยิ้มจนเหงือกแห้งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์คนเดียวเนี่ย" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนฉันแทบละลาย
ระหว่างที่เรากำลังตกอยู่ในภวังค์ความเงียบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหวานจนน่าหมั่นไส้ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของภีมก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกนั้นทันที
*Rrrr*
ภีมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่ก็ยอมผละตัวออกไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แวบแรกที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับข้อความแจ้งเตือน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ก็พลันเลือนหายไป กลายเป็นความนิ่งเรียบที่น่ากลัวจนฉันรู้สึกได้
"ใครเหรอ..." ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยโดยอัตโนมัติ
ภีมไม่ตอบ เขากดปลดล็อกหน้าจอ กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ข้อนิ้วมือข้างที่ถือโทรศัพท์จะกำแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้ง ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมลัวของมุมคอร์ท เผยให้เห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก—
*แม่ภีม*
และประโยคสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำเอาบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อกี้พังทลายลงในพริบตาเดียว:
*[ภีม... ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน? ทำไมตาชินบอกว่าแม่บ้านที่บ้านใหญ่เห็นคนแปลกหน้าเข้าไปป้วนเปี้ยนแถวห้องนอนเรา... และที่สำคัญที่สุด เอกสารสัญญาโอนหุ้นบริษัทของพ่อ... มันหายไปจากตู้เซฟแล้ว!]*
พีชชี่เบอร์รี่ขอขอบคุณคุณรีดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและความวุ่นวายให้ใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 23
สอนตีแบตหรือสอนให้รัก
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!