“นี่! เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อคนอื่นได้แล้วครับคุณวิศวะ ถ้าจีโน่ตายขึ้นมา ใครจะช่วยเชียร์พวกคุณให้รักกันล่ะ หื้ม?”
จีโน่ยกมือขึ้นกุมขมับ พลางถอยกรูดไปติดผนังห้องเมื่อเห็นภีมเดินย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มันเย็นเยียบเสียจนคนมองขนลุกซู่ กานต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานบึ้งตึงเสียจนเกือบจะกลายเป็นก้อนเมฆพายุฝน
“กูไม่ได้จะฆ่ามึง แต่กูแค่จะถามว่า... ที่เมื่อกี้มันคืออะไร” ภีมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นเหมือนหินทุ่มลงบนอก “มึงปั่นประสาทกูไม่พอ ยังจะเอาคนอื่นมาล่อให้กานต์หึงกูเล่นอีกเหรอ?”
“เหอะ! หึง?” กานต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองภีมอย่างเอาเรื่อง “ใครหึง? มโนเก่งไปหรือเปล่าภีม อย่าสำคัญตัวผิดนะที่เห็นฉันยืนเงียบ ไม่ได้แปลว่าฉันรู้สึกอะไรกับเรื่อง ‘อ่อย’ ของนายหรอกนะ”
ภีมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนจากสีหน้าเย็นชาเป็นยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจกว่าเดิม เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวกานต์จนอีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลังไปจนติดกำแพง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของคนตรงหน้าทำเอากานต์ใจเต้นรัวจนต้องกลั้นหายใจ
“ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องกำสายกระเป๋าจนจะขาดแบบนั้นล่ะครับกานต์?” ภีมโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่า “แล้วทำไมเมื่อกี้ตอนที่ยัยดาวคณะบัญชีนั่นมาขอไลน์ฉัน... มือของเธอถึงเย็นขนาดนี้?”
“ปะ...ปล่อยนะ!” กานต์ผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ภีมกลับอาศัยจังหวะนี้คว้าข้อมือเล็กไว้แล้วรวบเข้าหาตัว “เราจะลงไปหาข้าวกิน อย่ามาเล่นตลกแถวนี้”
“ยังไม่กินหรอก” ภีมตอบสั้นๆ ก่อนจะเบนสายตาไปหาจีโน่ที่ยืนลุ้นจนตัวเกร็ง “มึงออกไปก่อนไปจีโน่ ไปรอที่รถ เดี๋ยวพวกกูตามไป”
“เอ้า! ไอ้นี่... จะเคลียร์กันก็เบาๆ หน่อยนะเว้ย อย่าให้กูต้องแจ้งกู้ภัยเพราะกานต์โดนจูบจนขาดใจตาย” จีโน่ทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนประสาทเสียก่อนจะเผ่นแนบออกจากห้องไปทิ้งให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที
กานต์เม้มปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบที่จ้องมองมาไม่วางตา “นายเป็นบ้าอะไร... เรื่องเมื่อกี้เขาก็แค่มาถามทาง ไม่เห็นต้องทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขนาดนั้นเลย คนอื่นมองมามันน่าเกลียดนะภีม”
“น่าเกลียดเหรอ?” ภีมเลิกคิ้ว “แล้วไอ้การที่คนอื่นมาทำตาหวานใส่แฟนฉัน... เอ้อ หมายถึงคนที่ฉันจีบอยู่เนี่ย มันไม่น่าเกลียดกว่าหรือไง”
“ใครแฟนเธอ! อย่ามาตีเนียน!” กานต์แหวกลับ หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
“ก็ถ้าไม่ใช่อย่าหึงดิ” ภีมท้าทาย พลางไล้นิ้วโป้งไปตามข้อมือของอีกคนเบาๆ “บอกมาคำเดียวว่า ‘ไม่หึง’ แล้วฉันจะเลิกกวน”
กานต์เงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจในอกเต้นรัวเหมือนกลองชุด เขารู้ดีว่าภีมขี้แกล้งแค่ไหน แต่สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของคนตรงหน้ากลับทำให้ความโกรธที่สั่งสมมาหายวับไปกับตา เหลือเพียงความรู้สึกปั่นป่วนที่ควบคุมไม่ได้
“ฉัน... ฉันแค่รำคาญ” กานต์ตอบเสียงแผ่ว “รำคาญที่ต้องมาเห็นนายยืนให้คนอื่นเกาะแกะ มันเสียเวลาชีวิตฉันที่ต้องมารอคนบ้ากามมายืนแจกไลน์คนอื่น”
ภีมหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูมีความสุขอย่างปิดไม่มิด เขาเชยคางกานต์ขึ้นให้สบตากันตรงๆ สายตาที่เคยดูร้ายกาจบัดนี้กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้คนมองแทบละลาย
“รู้ไหมว่าตอนเธอโกรธ... เธอน่ารักแค่ไหน”
“หยุดเลยนะ... ไม่ต้องมาหยอด”
“ไม่ได้หยอด พูดเรื่องจริง” ภีมขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “และถ้าเธอหึง... ฉันก็จะบอกให้ว่าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะหัวใจของฉันมันล็อคไว้ที่กานต์คนเดียวมานานแล้ว ไม่ว่างพอจะไปแจกใครหรอกนะ”
กานต์แทบหยุดหายใจ คำสารภาพที่แสนจะธรรมดาแต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างสูงส่งตรงเข้ากลางใจจนเขาไปไม่เป็น ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลุดออกมาเต้นนอกอก เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของภีมก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*‘ตึ๊ง!’*
ภีมละสายตาจากกานต์มามองหน้าจอเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นข้อความเด้งขึ้นมา
*‘พี่ภีมคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ พอดีดาวลืมของไว้ที่ห้องพี่ตอนที่ไปหาเมื่อกี้น่ะค่ะ... สะดวกให้ดาวเข้าไปเอาไหมคะ?’*
กานต์ชะโงกหน้าไปมองข้อความนั้นพอดี ความร้อนในอกที่เพิ่งจะสงบลงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ความหึง... มันคือความเดือดดาลที่ปนไปด้วยความเสียความรู้สึก
“ลืมของ?” กานต์แค่นยิ้มเย็นชาพลางถอยห่างออกมา “ถึงห้องแล้วเหรอถึงได้ลืม? สงสัยจังว่าลืมไว้ที่ไหน... หรือว่า ‘จงใจ’ ทิ้งไว้กันแน่”
ภีมหน้าเสียทันที เขารีบกดยกเลิกข้อความนั้นทิ้ง แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเสียแล้ว กานต์หันหลังขวับเตรียมจะเปิดประตูห้องเดินหนีออกไป
“กานต์! ฟังก่อน! ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ!” ภีมรีบคว้าแขนกานต์ไว้ แต่คราวนี้อีกฝ่ายกลับสะบัดมือออกอย่างรุนแรง
“ไม่ต้องมาจับ! ไปเคลียร์กับน้องเขาให้เรียบร้อยนะภีม...” กานต์หันกลับมา แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่กลับเย็นเยียบสนิท “เพราะต่อจากนี้ไป... ฉันจะถือว่าเราไม่รู้จักกัน!”
*‘ปัง!’*
เสียงประตูห้องปิดดังสนั่นจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน ภีมยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมในขณะที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขายังคงสว่างค้างอยู่กับข้อความใหม่ที่ส่งตามมา
*‘ดาวบอกพี่แล้วไงคะ ว่าดาวไม่ได้มาแค่ทักทาย... พี่เองก็รู้นี่ว่าดาวต้องการอะไรจากพี่’*
ภีมกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วปูดโปน เขารู้ดีว่าเรื่องราวมันกำลังจะบานปลาย และที่สำคัญที่สุด... คนที่เขารักที่สุดกำลังเข้าใจเขาผิดแบบกู่ไม่กลับเสียแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความวุ่นวายของยัยกานต์กับนายภีมในตอนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่สัญญาว่าจะรีบมาต่อตอนหน้าให้ไวเลยค่ะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 22
คนขี้หึงที่ซ่อนไม่มิด
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!