ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 21

ทำไมต้องมองกันแบบนี้

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สิบของบ่ายวันนี้ พร้อมกับเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีอย่างแรง จนคน5คนที่นั่งสุมหัวอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งโหยง "นี่คุณภีมคะ จะจ้องหน้าฉันอีกนานไหมคะ เอกสารกองนี้มันไม่ได้งอกเงยขึ้นมาได้เองเพราะคุณมองมันหรอกนะคะ!" กานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดปนระอา มือเรียวกำปากกาในมือแน่นจนข้อ้วนิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานงอหง้ำแก้มป่องด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง ตั้งแต่กานต์โดนจีโน่เพื่อนตัวดีหลอกแกมบังคับให้มาช่วยเคลียร์งานโปรเจกต์ด่วนที่ออฟฟิศของภีมเมื่อสองชั่วโมงก่อน ภีมก็เอาแต่ นั่งเท้าคาง ส่งสายตาแพรวพราว และจ้องมองมาที่เขาโดยไม่ยอมปริปากพูดเรื่องงานสักคำเดียว บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวที่ควรจะเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันชวนอึดอัด... เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามอยู่ในอกอย่างไร้เหตุผล "ก็ไม่ได้มองเอกสารนี่ครับ" ภีมตอบเสียงนุ่ม ใบหล่อเหลายกยิ้มมุมปากนิดๆ แบบที่กานต์เกลียดนักเกลียดหนา ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "มองคนแถวนี้ต่างหาก... เพลินตากว่าอ่านกราฟฟิกตั้งเยอะ" "ไอ้...!" กานต์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น "ถ้าว่างมากนักก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นเอกสารตรงหน้าซะค่ะ! อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้ฉันต้องมานั่งเคลียร์คนเดียวแบบนี้ งานนี้นะ ถ้าไม่เสร็จก่อนหกโมงเย็น นายไม่ได้กลับห้องแน่!" "ดุจังเลยน้า... เมียใครเนี่ย" ภีมแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวนาน พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม, ดวงตาคู่คมทอดมองเด็กนิเทศปากจัดด้วยความเอ็นดูระคนขี้เล่น "แล้วที่บอกว่าไม่ได้กลับห้องเนี่ย หมายถึงให้ไปนอนห้องเดียวกันใช่ไหมครับ พี่พร้อมเสมอนะคะ" พั้วะ! สมุดโน้ตเล่มหนาถูกยกขึ้นมาตีโต๊ะดังสนั่นเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู กานต์รู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นโกโก้คอฟฟี่ได้อยู่แล้ว ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหน้าด้านหน้าทนขึ้นทุกวันนะ! ยิ่งพนนึกถึงข้อความแชทประโยคสุดท้ายจากตอนก่อนหน้าที่อีกฝ่ายส่งมาว่า *“คิดถึงนะ... ครับ”* แล้วกดยกเลิกไม่ทัน ยิ่งทำให้กานต์เผลอใจสั่นทุกทีที่สบตา "ใครเมียนายวะ! พูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวแม่ก็เอาแฟ้มนี้ฟาดหน้าซะหรอก!" กานต์โวยวายเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินจนตัวบิด เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หันหน้าหนีไปมองวิวนอกกระจกใสเพื่อหลบสายตากรุ้มกริมคู่นั้น "เขินแล้วชอบโวยวายตลอดเลยนะเราเนี่ย" ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังและทรงพลังเสียจนกานต์ต้องแอบจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ กานต์หันขวับกลับมาตั้งท่าจะด่าต่อให้หูชา แต่จังหวะที่หันกลับมานั้น ปลายจมูกโด่งรั้นของเขากลับเฉียดผ่านแก้มสากของอีกฝ่ายไปเพียงนิดเดียวอย่างไม่คาดคิด เพราะภีมแกล้งโน้มใบหน้าเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม กานต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตากลมโตคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ฉายแววอ่อนโยนและจริงจังอย่างที่หาดูได้ยาก ความเงียบในห้องทำงานกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เสียงหัวใจของทั้งสองคนดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีนี้ ภีมไม่1พูดอะไรสักคำ เขายังคงมองลึกเข้าไปในดวงตาของกานต์ ปลายนิ้วเรียวแกร่งค่อยๆ เอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นละมุนที่แตะลงมาบนผิวเนื้อทำให้กานต์สะท้านเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนแทบจะกระกระโดดออกมานอกอก "กานต์..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเบาราวกับกระซิบ แต่มันกลับดังชัดเจนก้องกังวานในความรู้สึก "อ... อะไรเล่า ถอยไปนะไอ้บ้า..." กานต์พยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แต่เสียงของตัวเองกลับสั่นพร่าและเบาราวกับเสียงกระซิบเสียเอง ไร้ซึ่งพลังอำนาจในการขู่เข็ญใดๆ ทั้งสิ้น ภีมระบายยิ้มละมุนออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคนมองใจละลายยวบยาบลงไปกองกับพื้น มือหนาเลื่อนมาจับมือบางที่กำลังกำปากกาแน่นเอาไว้ ค่อยๆ คลายออกช้าๆ แล้วกุมไว้หลวมๆ "เลิกปากแข็งสักทีได้ไหมครับ..." ภีมเอ่ยเสียงนุ่ม ดวงตาพราวระยับจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "รู้ไหม... ว่าเวลาเธอทำหน้าแบบนี้ พี่อยากจะ..." ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในเสี้ยววินาทีวิกฤต ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของจีโน่เพื่อนสนิทที่เดินยิ้มร่าถือแก้วกาแฟเข้ามาหน้าตาเฉย "อุ๊ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย พอดีกูเอากาแฟมาส่ง... เชี่ย! ทำไมหน้าแดงกันหมดเลยวะ หรือแอร์เสีย?" จีโน่แกล้งทำเป็นอุทานเสียงดัง ตาโตมองสลับไปมาระหว่างภีมที่ถอยกลับไปนั่งตัวตรงอย่างเสียดาย กับกานต์ที่รีบสะบัดมือออกหน้าแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู กานต์รีบหันขวับไปคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มแก้เขินทันที หัวใจยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ แต่ทว่า... ในวินาทีที่จีโน่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง ปากเจ้ากรรมของเพื่อนสนิทตัวชงก็เอ่ยประโยคที่ทำให้กานต์แทบสำลักน้ำพรวดออกมา "อ้อ เกือบลืม... เมื่อกี้ตอนกูเดินขึ้นมาข้างล่าง กูเห็น 'พี่กรณ์' เดือนคณะนิเทศเก่าของมึงกำลังเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาในตึกนี้พอดีเลยวะกานต์ เห็นบอกว่าแวะมาหา... เอ่อ มึงว่าเขายังจำทางมาห้องนี้ถูกอยู่ใช่ไหมวะ?" พรึบ! ภีมที่นั่งนิ่งสงบเมื่อครู่ หันขวับไปมองหน้าจีโน่ทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและความวุ่นวายให้แก๊งนี้ด้วยกันนะคะ! 🥰
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%