ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 4

ข้าวเช้าหรือน้ำยาเสน่ห์

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องซื้อมา... แล้วนี่อะไร หิ้วมาทำไมตั้งสองถุง ฉันไม่ใช่ช้างม้าสะพานควายนะยะที่จะได้กินจุขนาดนั้น” เสียงโวยวายแหลมสูงปรี๊ดของกานต์ดังลั่นห้องรับแขกทันทีที่ร่างสูงโปร่งของภีมก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมฉุยของข้าวต้มป็อบอาร์ตและปาท่องโก๋ร้อนๆ ที่ลอยเตะจมูกจนกระเพาะอาหารที่สงบเสงี่ยมมาตลอดคืนส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาดื้อๆ เจ้าของห้องยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ใบหน้าหวานงอคว่ำลงครึ่งหนึ่ง ปากก็บ่นกระพิมกระพำไม่หยุด แม้ว่าดวงตากลมโตคู่สวยจะแอบเหลือบมองถุงพลาสติกในมืออีกฝ่ายอย่างห้ามไม่อยู่ก็ตาม ภีมยักไหล่กวนๆ สไตล์วิศวะปีสามที่ผ่านศึกสงครามเกียร์มาโชกโชน เขาวางถุงอาหารลงบนโต๊ะกระจกอย่างถือวิสาสะ ราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องเช่าราคาแพงของเพื่อนร่วมคณะนิเทศศาสตร์ แต่เป็นบ้านของตัวเองตามที่เขาเคยประกาศกร้าวไว้เมื่อคืนก่อน “ก็เห็นบ่นงุ้งงิ้งอยู่ในแชทว่าหิวจนไส้จะขาด แถมเมื่อคืนก็ใช้พลังงานไปเยอะ... จำไม่ได้เหรอคะคุณหนูกานต์ ว่าใครกันแน่ที่โวยวายเสียงดังลั่นห้องจนห้องข้างๆ เกือบโทรแจ้งตำรวจข้อหาทรมานสัตว์” ภีมลอยหน้าลอยตาพูดพลางหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวนุ่มอย่างสบายอารมณ์ สายตากวนประสาทคู่นั้นพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นแล้วกานต์อยากจะหยิบหมอนอิงฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ “ไอ้บ้าภีม! ใครเสียงดังไม่ทราบฮึ! แกนั่นแหละที่รังแกฉัน... แล้วดูสิ ซื้ออะไรมาเนี่ย ไข่เยี่ยวม้ากับกะเพราหมูสับเผ็ดสะใจเหรอวะ รู้ก็รู้ว่าฉันกินเผ็ดมากไม่ได้ เดี๋ยวก็ท้องไส้พังพอดีสur” กานต์เดินเข้าไปกระแทกเท้าปึงปัง หยิบถ่องข้าวขึ้นมาเปิดดูด้วยความหงุดหงิดปนความอยากรู้อยากเห็น “อ้าว ก็เห็นเมื่อคืนปากเก่งนัก นึกว่ากระเพาะจะทนทานกว่านี้นะคะ” ภีมแกล้งทำเสียงล้อเลียน ยื่นมือหนาไปหยิบคู่ช้อนส่อมออกมาแกะซองพลาสติกยื่นให้หน้าตาเฉย “กินเข้าไปเถอะน่า ซื้อมาด้วยความเสน่หาล้วนๆ กลัวคุณชายเขาจะนอนหิวตายคาเตียงแล้วไม่มีแรงมาเถียงกับผม” “ใครบอกว่าอยากให้ซื้อมาวะ ยัดเยียดชัดๆ!” กานต์รับช้อนมาถือไว้ด้วยท่าทางฟึดฟัด แต่ปากก็ยอมตักข้าวต้มร้อนๆ เข้าปากไปคำโต ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นมาพร้อมกับรสชาติกลมกล่อมที่ทำเอาคนที่กำลังฟอร์มจัดถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว—*อร่อยชิบหาย...* ร้านนี้มันอยู่ตรงไหนวะ ทำไมรสชาติมันละมุนกลมกล่อมราวกับใส่ผงวิเศษลงไปครึ่งกระปุกแบบนี้ ภีมมองท่าทางที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของคนตรงหน้าแล้วหลุดขำพรืดออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแววเอ็นดูระคนขบขันอย่างปิดไม่มิด “อร่อยจนพูดไม่ออกเลยเหรอคะคุณชาย หรือว่าในข้าวต้มมันผสมน้ำยาเสน่ห์ที่คุณแม่ยายแอบส่งสูตรลับมาให้ผมเมื่อวานนี้กันแน่” “น้ำยาบ้าบออะไรของแกเล่า!” กานต์สำลักข้าวต้มทันทีจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำมาดื่มแก้ไอ หน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ “ใครเขาจะไปทำน้ำยาเสน่ห์ใส่ข้าวให้คนกวนประสาทแบบแกกินกันยะ ฝันกลางวันอยู่หรือไง!” “อ้าว ก็เห็นกินเอาๆ ซะขนาดนั้น นึกว่าติดใจฝีมือคนซื้อซะอีก” ภีมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นไอแดดยามเช้าลอยมาแตะจมูกจนกานต์ต้องผละถอยหลังอัตโนมัติ ทว่าสะโพกกลับชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวจนหนีไปไหนไม่ได้ “ยะ... ยืนใกล้เกินไปแล้วนะ ถอยไปเลยไอ้ภีม!” กานต์เงยหน้าขึ้นต่อว่าเสียงสั่น พยายามใช้มือผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ภีมกลับยืนปักหลักนิ่งราวกับภูเขาหิน แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด “ก็แค่อยากดูใกล้ๆ ว่าข้าวเช้ากับหน้าตาคนกิน อันไหนมันจะน่าเคี้ยวมากกว่ากันนะ...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของกานต์เต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในวัดท่าทางจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นผิดจังหวะและสมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออก เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *‘Ping!’* ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงอย่างไม่ไยดี กานต์รีบยกมือขึ้นดันอกภีมสุดแรงแล้วกระโดดหนีออกมาตั้งหลักทันที ดวงตากลมโตเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับชื่อของเพื่อนสนิทตัวแสบอย่าง ‘จีโน่’ ที่ส่งข้อความเข้ามาสะกิดต่อมความอยากรู้อยากเห็น *[จีโน่ผู้รอบรู้]: เป็นไงบ้างมึง ข้าวเช้าที่พี่ภีมซื้อไปถูกปากหรือถูกใจมากกว่ากัน? ระวังนะมึง กินเข้าไปมากๆ เดี๋ยวจะถอนตัวไม่ขึ้นเพราะติดใจทั้งข้าวทั้งคนซื้อ!* กานต์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้เพื่อนสนิทที่ขยันชงเข้มเสียเหลือเกิน นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงเพื่อแก้เก้อ *[Karn_Kant]: เพ้อเจ้ออะไรของแกวะไอ้โน่! ฉันก็แค่กินกันตายเฉยๆโว้ย คนอย่างฉันไม่มีทางแพ้ทางไอ้บ้าภีมเด็ดขาด!* ทว่าในขณะที่กำลังจะกดส่งข้อความนั้นเอง มือหนาของใครอีกคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก็ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้งก่อนที่นิ้วเรียวยาวของภีมจะจิ้มลงไปที่ปุ่มส่งข้อความบนหน้าจอของกานต์อย่างรวดเร็ว—*บรื้ม!* ข้อความถูกส่งออกไปต่อหน้าต่อตา โดยที่กานต์ยังไม่ทันได้กดลบคำพูดอวดดีพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ! “ไอ้ภีม! แกทำบ้าอะไรเนี่ย!” กานต์หันขวับไปโวยวายเสียงดังลั่นห้อง หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นว่าข้อความนั้นถูกอ่านโดยอีกฝ่ายทันที ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาระยิบระยับมองคนตัวเล็กที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความเอ็นดูระคนท้าทาย “อ้าว ก็ช่วยส่งไงครับ จะได้ไม่ต้องพิมพ์เองให้เมื่อยนิ้ว... อีกอย่าง ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไอ้โน่มันรู้ความจริงขึ้นมาว่า... คนที่ปากบอกว่าไม่มีทางแพ้เนี่ย แท้จริงแล้วกำลังหน้าแดงจนลามไปถึงหูอยู่ตอนนี้ มันจะทำหน้ายังไงนะ?” กานต์อ้าปากค้าง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของภีมเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ใบหูสีแดงจัดของเขาอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกดที่ดังชิดริมฝีปาก “ไหนลองตอบผมหน่อยสิคะ... ว่าที่บอกว่าไม่มีทางแพ้นี่ หมายถึงไม่อยากแพ้ผม หรือว่าแอบกลัวใจตัวเองกันแน่หึ?” — *‘Ping!’* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแชทของจีโน่เด้งสวนขึ้นมาทันที พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาลมหายใจของกานต์สะดุดกึก: *‘แหมมมม กลิ่นความรักมันลอยมาแตะจมูกกูทะลุตึกนิเทศเลยนะมึง... ว่าแต่เตรียมตัวเป็นแฟนเด็กวิศวะเขายังอะ?’* (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความคลั่งรักในตอนนี้นะคะ เลิฟยูว์ที่สุดค่ะ!)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%