"ถ้ามึงกล้าดองอีกรอบนะไอ้จีน กูจะเอาสลิปโอนเงินค่าเหล้าเมื่อคืนไปประจานให้แฟนแกรรู้ว่าแอบแวบไปร้านนั่งชิลกับชะนีแถวทองหล่อ!"
เสียงตบโต๊ะดัง *ป้าบ* สนั่นห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง พร้อมกับร่างบางของเด็กนิเทศปีสองอย่าง **กานต์** ที่กำลังชี้หน้าคาดโทษเพื่อนสนิทตัวดีอย่าง **จีโน่** ผู้ยืนถือแก้วน้ำเปล่าทำหน้าลอยชายอยู่หน้าตู้เย็น
"โหน้องกานต์ พูดจาใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้บาปกรรมนะจ๊ะ พี่จีโน่คนนี้ออกจะซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวกับน้องน้ำมนต์จะตายไป อีกอย่าง... วงเราไม่ได้นัดมาเคลียร์เรื่องค้างคาใจเรื่องชะนีที่ไหนค่ะคุณขา แต่นี่คือ 'วงเหล้าทิพย์' เพื่อกระชับมิตรภาพอันร้าวฉานของคู่รัก(กำมะลอ)ต่างหากล่ะ!"
จีโน่ลอยชายเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพรมผืนหนากลางห้อง บนโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ มีขวดน้ำอัดลมและถ้วยขนมขบเคี้ยววางเกะกะ ทว่าจุดศูนย์กลางความสนใจของห้องนี้ไม่ได้อยู่ที่ของกิน... แต่มันคือขวดพลาสติกเปล่าๆ ขวดหนึ่งที่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงกลาง พร้อมจะถูกหมุนวนเพื่อชี้ชะตาชีวิตของคนในวง
และคนที่นั่งเงียบ ทำหน้าตายเป็นตู้เย็นเคลื่อนที่มาตั้งแต่เริ่มเกม... ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
**ภีม** หนุ่มวิศวะปีสามร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงวอร์มสบายๆ เจ้าของฉายา 'แฟนผมหวง' ที่นั่งไขว่ห้างพิงโซฟาด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเบอร์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาหนาชวนมองคู่นั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าบึ้งตึงของกานต์เลยสักวินาทีเดียว
"มองหน้ากูมีปัญหาเหรอไอ้พี่ภีม!" กานต์แหวใส่ทันทีเมื่อหันไปเจอสายตาแพรวพราวที่ส่งมาเป็นระลอกคลื่น "อยากโดนกูเอาหมอนอิงฟาดหน้าสักรอบไหมคะ ถึงได้ทำสายตากรุ้มกริมเหมือนคนโรคจิตแบบนั้น"
"เปล่าครับ... เอ้ย! เปล่าค่ะ" ภีมแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางเบา ชายหนุ่มไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวชวนหมั่นไส้ "พี่แค่มองคนปากเก่งแถวนี้... เห็นบ่นว่าเบื่อๆ อยากหากิจกรรมตื่นเต้นทำ พอจีโน่มันเสนอเกม Truth or Dare ขึ้นมา ทำไมตอนนี้ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกล่ะครับ เอ๊ย... ลืมตัว พูดค่ะๆ"
"ไอ้ภีม! อยากตายนักใช่ไหม!" กานต์แยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่จีโน่กลับไวishกว่า มือเรียวคว้าขวดน้ำเปล่าแล้วหมุนสุดแรงเกิดทันที
*ติ๊กๆๆๆๆๆ*
ขวดพลาสติกหมุนวนเป็นวงกลม ท่ามกลางเสียงลุ้นระทึกในใจของสามชีวิต กานต์กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ขณะที่จีโน่แอบยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย... และในที่สุด ปากขวดก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง ก่อนจะชี้ตรงเป๊ะไปที่...
*ร่างสูงของภีม*
"อุ๊ย! ควีนออฟเดอะไนท์ พระเอกของเราโดนค่ะ!" จีโน่ปรบมือแปะๆ อย่างชอบใจ รีบทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการจำเป็นทันที "ในฐานะที่น้องภีมโดนเลือก... ขอถามก่อนว่าจะเลือก Truth (ความจริง) หรือ Dare (กล้าท้า) ดีคะคุณพี่"
ภีมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองเพื่อนสนิทตัวแสบแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาสบตากับกานต์ที่นั่งจ้องเขม็งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ
"พี่เลือก Dare ครับ... เอ้ย! Dare ค่ะ" ภีมเน้นคำหลังเสียงดังฟังชัด แถมยังจงใจกะพริบตาปริบๆ ส่งสัญญาณยั่วโมโหให้อีกฝ่ายหงุดหงิดเล่น
กานต์เบ้ปากหมั่นไส้จนหน้ายับ "มั่นหน้ามั่นโหนกชะมัด... จัดไปเลยจีโน่ เอาภารกิจที่มันยากๆ ให้มันตับพังไปเลย เอาให้มันต้องไปวิ่งแก้ผ้า quanh คอนโดเลยยิ่งดี!"
จีโน่ทำท่าเอานิ้วแตะคาง ทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี "แหม่ น้องกานต์ใจร้ายจังเลยนะคะ... งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า ไม่ต้องถึงขั้นวิ่งแก้ผ้าหรอก เอาเบสิกๆ แต่ฟินจิกหมอนแตกตามสไตล์พีชชี่เบอร์รี่... อะแฮ่ม! กฎข้อเดียวของภารกิจนี้คือ..."
จีโน่เว้นจังหวะแกล้งทำเป็นกระแอมกระไอมเรียกเรตติ้ง ก่อนจะประกาศกร้าว
"ให้ภีมกับกานต์... *จ้องตากัน* ห้ามกะพริบตา ห้ามหลบตา ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น เป็นเวลาเต็มๆ หนึ่งนาที! ถ้าใครกะพริบตาก่อนหรือหลุดขำก่อน ถือว่าแพ้ และบทลงโทษคือต้องเป็นคนล้างจานกองโตในอ่างสัปดาห์นี้ทั้งหมด!"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นพลันเงียบกริบลงทันที
เสียงแอร์ตัวเก่าส่งเสียงหึ่งเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของใครบางคนที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ กานต์อ้าปากค้างเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "เดี๋ยวๆๆ จีโน่! ทำไมบทลงโทษมันถึงมาตกที่กูด้วยวะ แล้วทำไมต้องจ้องตา? เกมบ้าบออะไรเนี่ย!"
"อ้าว ก็มึงเป็นคนท้าเองนี่คะคุณน้อง อยากสนุกก็ต้องลงทุนหน่อยสิยะ หรือว่า..." จีโน่หรี่ตามองอย่างจับผิด ยิ้มกรุ่มกริม "กลัวว่าตัวเองจะแพ้ใจตัวเองก่อนล่ะสิ ถึงได้โวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนแบบนี้"
"ใครกลัว! กูเนี่ยนะจะกลัว!" กานต์รีบสวนกลับทันควันเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของเด็กนิเทศปีสอง ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะหันขวับไปมองหน้าคู่กรณีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "เอาสิ! แค่จ้องตาแค่นี้ ขนหน้าแข้งกูไม่ร่วงหรอกเว้ย! อยากจ้องนักใช่ไหม จัดมาเลย!"
ภีมไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
ชายหนุ่มเพียงแค่ขยับตัวเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับกานต์ลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยแตะจมูกของคนตัวเล็กกว่าจนเผลอชะงัก
ดวงตาคมกริบคู่นั้น... ยามนี้มันไม่มีความกวนประสาทหรือแววตาขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความนิ่งสงบ ทว่ากลับลุ่มลึกและดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดึงดูดให้คนมองหลุดเข้าไปในวังวนนั้นโดยไม่รู้ตัว
"พร้อมนะ..." จีโน่ทำเสียงกระซิบกระซาบราวกับกำลังพากย์การแข่งขันชิงแชมป์โลก มือเรียวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดจับเวลา "สาม... สอง... หนึ่ง... เริ่ม!"
*ติ๊ด!*
เวลาเริ่มต้นเดิน
ในตอนแรก กานต์ตั้งใจว่าจะส่งสายตาดุด่าและอาฆาตมาดร้ายใส่ภีมให้มากที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดจนต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้และกะพริบตาก่อน แต่ทว่า... ทันทีที่ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างจริงจัง บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายจะถูกกดปุ่มปิดเสียงลงอย่างไร้สาเหตุ
นัยน์ตาสีนิลของภีมสะท้อนภาพใบหน้าของเขาชัดเจน
มันชัดเจนเสียจนกานต์รู้สึกราวกับว่า โลกทั้งใบในตอนนี้เหลืออยู่แค่เขากับผู้ชายคนนี้เพียงแค่สองคน
ไม่มีเสียงรถราข้างนอก ไม่มีเสียงพัดลมแอร์ และไม่มีเสียงหัวเราะคิกคักของจีโน่ที่กำลังนั่งลุ้นอยู่มุมห้อง มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่ดัง *ตึ้ก... ตึ้ก... ตึ้ก...* อยู่ในอก แข่งกับจังหวะเวลาที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน
*สามสิบวินาทีผ่านไป...*
กานต์เริ่มหายใจติดขัด ความร้อนผ่าวค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ภีมยังคงจ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้า มีเพียงมุมปากหยักที่ยกขึ้นน้อยมากๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น แต่แววตาคู่นั้น... มันกำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน
เรื่องราวที่กานต์ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดเข้าข้างตัวเอง
*สิบวินาทีสุดท้าย...*
ดวงตากลมโตเริ่มสั่นไหว ขนตางอนกะพริบถี่ขึ้นด้วยความทำอะไรไม่ถูกเมื่อระยะห่างมันใกล้เกินไป ภีมขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยอัตโนมัติ ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกัน กานต์รู้สึกเหมือนสมองกำลังรวนเรและหยุดทำงานไปชั่วขณะ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
สายตาคู่นั้นของภีม... มันไม่ได้กำลังมองเพื่อนสนิทหรือคนรู้จักทั่วไป
แต่มันเป็นสายตาของคนที่กำลังโหยหา... และเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่างมานานแสนนาน
*“ห้ามกะพริบตานะครับ... คนดี”*
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกล ดังลอดริมฝีปากหยักนั้นออกมาในเสี้ยววินาทีก่อนที่เวลาหนึ่งนาทีจะหมดลง
กานต์เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อเผลอสบเข้ากับประกายตาที่ไหววูบอย่างลึกซึ้งของคนตรงหน้า ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ราวกับถูกมนต์สะกดตรึงไว้กับที่...
และในวินาทีที่จีโน่กำลังจะอ้าปากตะโกนบอกว่าหมดเวลา หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของจีโน่ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตกลุ่มที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ—
*(แจ้งเตือน: มีข้อความใหม่จาก "น้ำมนต์ (แฟนจีโน่)")*
**[น้ำมนต์]:** "จีโน่! มึงอยู่ไหน! ทำไมทิ้งกูไว้หน้าห้างคนเดียว! บอกว่าจะไปซื้อน้ำแป๊บเดียว นี่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะ! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ตัวแสบ ไม่งั้นคืนนี้มึงนอนนอกห้อง!"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานและแรงดึงดูดมหาศาล... พังทลายลงในพริบตา!
"เฮ้ย!ิบหายแล้ว!" จีโน่สะดุ้งโหยงจนเกือบตกโซฟา ใบหน้าถอดสีทันทีเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอ "แฟนกูตามล่าแล้ว! กูต้องรีบเผ่นก่อนนะพวกมึง โชคดีนะจ๊ะคู่รักป้ายแดง!"
พูดจบ จีโน่ก็คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจแล้ววิ่งแจ้นพุ่งตัวออกนอกห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ทิ้งให้ประตูกลอนห้องปิดสนิทลง พร้อมกับความเงียบสงบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง... แต่ทว่า บรรยากาศมันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
กานต์รีบดึงสติตัวเองกลับมา หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือบางรีบยกขึ้นผลักไหล่กว้างของภีมให้ออกห่างด้วยความเก้อเขิน ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู
"อะ... ไอ้ภีม! ถอยไปเลยนะ! หมดเวลาแล้วโว้ย! ลุกออกไปห่างๆ กูเลย!"
ภีมยอมผละตัวถอยหลังกลับไปพิงโซฟาตามเดิมช้าๆ แต่ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับหนุ่มวิศวะกลับคืนสู่ใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองคนปากแข็งที่กำลังนั่งหน้าแดงแจ๋ด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน
"เขินเหรอครับ?" ภีมแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนใจสั่น
"ใครเขิน! ใครเขินวะ! หน้ากูแดงเพราะอากาศร้อนต่างหากเล่า!" กานต์โวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ รีบคว้าหมอนอิงขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการสติหลุดของตัวเองไว้
ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้น ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้กานต์อีกครั้ง รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปดึงหมอนอิงออกจากใบหน้าเนียนช้าๆ จนดวงตากลมโตต้องกลับมาสบตากับเขาอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดวงตาคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนและจริงจังเสียจนกานต์แทบหยุดหายใจ
"ถ้าไม่ได้เขิน..." ภีมเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำลงจนชวนให้ใจสั่นสะท้าน "งั้นแปลว่าที่พี่แอบมองมึงมาตลอด... มึงก็รู้ใช่ไหมครับ... ว่ากานต์..."
นิ้วมือเรียวของภีมขยับเข้าใกล้ปลายนิ้วของกานต์ที่วางอยู่บนตัก ราวกับกำลังจะเอื้อมไปกุมไว้... แต่ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกันนั้นเอง—
*(เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของภีมที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นกะทันหัน)*
**[ข้อความใหม่: พีมส่งข้อความถึง กานต์]**
*“กานต์... กูชอบมึงวะ ชอบมานานแล้ว... เป็นแฟนกันนะ”*
ดวงตากลมโตของกานต์เบิกกว้างขึ้นสุดขีดเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ของภีมที่เด้งขึ้นมาหรา... ทว่า ภีมกลับหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวเองเผลอกดส่งข้อความสารภาพความในใจจากแชตส่วนตัวที่พิมพ์ค้างไว้ข้ามปี... ส่งเข้ามาในเครื่องของกานต์ที่วางอยู่ตรงหน้า!
"เฮ้ย! เดี๋ยว!" ภีมรีบพุ่งตัวไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะด้วยความลนลาน นิ้วโป้งรีดเร็วจี๋เพื่อจะกดยกเลิกข้อความ...
แต่มันไม่ทันเสียแล้ว... เพราะกานต์คว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นเต็มสองตา!
(โปรดติดตามตอนต่อไป... อึ้ย! ภีมแกจะโป๊ะแตกแบบนี้ไม่ได้นะ! 🤭)
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและโดเนทกำลังใจให้ "พีชชี่เบอร์รี่" เสมอมานะคะ เลิฟยูว์ที่สุดค่ะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 11
เกมน่าเบื่อที่ใจเต้นแรง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!