"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเรียกตำรวจจริงๆ ด้วยนะ!"
เสียงหวานที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามดัดให้แข็งกร้าวของกานต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกสุดหรู ปลายจมูกรั้นๆ รื้นขึ้นด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังร่างสูงของคนที่เพิ่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
สิ้นเสียงของแม่บ้าน กานต์หน้าซีดเผือดลงทันทีในขณะที่ภีมกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีเข้มฉายแววอันตรายประกายวับวับอย่างท้าทาย
บรรยากาศรอบตัวของภีมในวินาทีนี้... ไม่มีเค้าลางของความกวนประสาท หรือรอยยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำเวลาแกล้งกันเลยสักนิด ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม แต่มันไม่ใช่ความน่ากลัวที่ทำให้อยากวิ่งหนี... มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้กานต์ขยับขาไม่ออกต่างหาก
"ตำรวจเหรอคะคนสวย..." เสียงทุ้มต่ำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักนั้นแหบพร่ากว่าทุกครั้ง ภีมหยุดยืนห่างจากร่างบางเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส จนกานต์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ถะ... ถอยไปเลยนะภีม นายจะทำบ้าอะไร แฟนฉัน... เอ๊ย เพื่อนฉันกำลังจะมาแล้วนะ!" กานต์ละล่ำละลักแก้ตัวเสียงหลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปมองแจกันดอกไม้ข้างทางหนีสายตาคมกริบที่มองมาอย่างรู้ทัน
"แฟนเหรอคะ? ไหนล่ะแฟน... ตั้งแต่รู้จักกันมา เห็นมีแต่ฉันนี่แหละที่ยืนอยู่ตรงนี้ตลอด" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่มันช่างบาดลึก ความขี้เล่นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังหนักหน่วงที่กดทับหัวใจคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก นิ้วเรียวหนายื่นออกไปเล็กน้อย ราวกับอยากจะแตะต้องแก้เนียนๆ เหมือนทุกที แต่แล้วเจ้าตัวก็ชะงักค้างกลางอากาศ เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะดึงมือกลับไปกำหมัดแน่นข้างลำตัวแทน
พีชชี่เบอร์รี่เห็นแล้วยังแอบลุ้นจนจิกหมอนขาดกระจุยเลยค่ะ! บอกเลยว่าอีตาภีมโหมดนี้คือดาเมจุนแรงระดับร้อยริกเตอร์ ใครจะไปทนไหวคะเนี่ย!
"นาย... นายเปลี่ยนไปนะภีม" กานต์กระซิบเสียงแผ่ว ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนหวั่นไหว ปรกติแล้วภีมจะต้องสวนกลับด้วยคำพูดกวนๆ ชวนประสาทกิน หรือไม่ก็หาทางหยอกล้อให้เขาอารมณ์เสียเล่น แต่นี่... ดวงตาคู่นั้นกลับจริงจังเสียจนน่ากลัว
"เปลี่ยนเหรอ?" ภีมทวนคำ เสียงทุ้มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยอมลดทิฐิแล้วทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมตรงหน้าโซฟาที่กานต์ยืนอยู่ เพื่อให้ระดับสายตาของเราเสมอกัน "แล้วที่ผ่านมา... ที่ฉันต้องทำเป็นกวนประสาท ต้องคอยแกล้ง ต้องคอยกวนใจนายทุกวัน นายรู้บ้างไหมวะว่ามันโคตรเหนื่อยเลยนะกานต์"
"อะ... อะไรของนาย อยู่ๆ มาพูดบ้าอะไรเนี่ย" กานต์ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนพนักโซฟา แต่ไปไหนไม่รอดแล้วเพราะภีมใช้สองมือยันเบาะโซฟาไว้ทั้งสองข้าง เหมือนเป็นการกักขังเขาไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย
"ฉันไม่ได้บ้า..." ภีมเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บซ่อนมานานแรมปี "นายคิดว่าฉันสนุกเหรอวะ ที่เห็นนายวิ่งไปตามไอ้รุ่นพี่คนนั้น ที่ต้องมานั่งฟังนายเพ้อถึงคนอื่น ทั้งๆ ที่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ นายมาตลอด... มันคือฉัน"
ฉ่า!
ใบหน้าหวานของกานต์ร้อนผ่าวขึ้นมาดั่งโดนน้ำร้อนลวก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออกสักคำ แพ้... แพ้ราบคาบให้กับความจริงจังที่ระเบิดออกมาจากปากของคนตรงหน้า
แชทในมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดคราดขึ้นมาเบาๆ รัวๆ ไม่หยุด หน้าจอคงเป็นกลุ่มแชทของไอ้จีโน่ตัวแสบที่ส่งข้อความมาปั่นไม่หยุดหย่อนแน่ๆ แต่ตอนนี้กานต์สนใจอะไรไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบหดแคบเหลือเพียงใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เพื่อนสนิท' (ที่อยากเลื่อนขั้น) คนนี้เท่านั้น
"นาย..." กานต์เม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนเจ็บแปลบ "นายพูดจริงเหรอภีม..."
"เรื่องแบบนี้... ฉันเอามาล้อเล่นกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอกนะกานต์" ภีมระบายยิ้มขมๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความกวน แต่มันกลับทรงพลังและงดงามที่สุดเท่าที่กานต์เคยเห็นมาในชีวิต "ฉันชอบนาย... ชอบมาตั้งแต่ตอนมัธยมแล้ว ที่แกล้งก็เพราะอยากให้หันมามอง ที่กวนตีนเพราะไม่อยากให้ไปมองใคร... แค่นั้นเลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน กานต์อ้าปากพะงาบๆ คล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็จุกจนพูดไม่ออก น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความตื้นตันและสับสนปนเปกันไปหมด
มือเรียวเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้น สัญชาตญาณบอกให้ผลักไส แต่มือเจ้ากรรมกลับทำได้แค่เพียงวางทาบลงบนไหล่กว้างของคนตรงหน้าเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณยอมจำนนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดๆ
ภีมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ประกายความดีใจจะพาดผ่านดวงตาสีเข้มคู่นั้น ร่างสูงขยับตัวเข้าหาเตรียมจะเอื้อมมือมาโอบกอดร่างบางที่ยอมเปิดใจให้เห็นช่องว่างในกำแพงน้ำแข็งนั้นแล้ว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังระเบียงดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งแบบไม่เกรงใจบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นเลยแม้แต่น้อย!
ทั้งภีมและกานต์สะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน ภีมรีบดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดขีด ขณะที่กานต์รีบยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลนลาน
กานต์หันขวับไปมองยังต้นเสียงที่ระเบียงด้วยความตกใจระคนหงุดหงิด ใครมันบังอาจมาขัดจังหวะตอนนี้ฟะ! แต่ออกซิเจนในปอดกลับหมดเกลี้ยงทันที เมื่อเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หลังกระจกใส ไม่ใช่ใครที่ไหน...
แต่เป็น 'จีโน่' เพื่อนสนิทตัวชง ที่ถือวิสาสะปีนระเบียงห้องพักชั้นสามขึ้นมา พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือหน้าจอแชทกลุ่มโชว์หราให้เห็นเต็มสองตา พร้อมกับขยิบตาปิ๊บๆ ส่งซิกแปลกๆ มาให้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด
และประโยคถัดมาที่จีโน่ตะโกนทะลุกระจกเข้ามา ก็ทำให้กานต์แทบอยากจะเอาหัวมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด—
"อุ๊ย! ขัดจังหวะบอกรักกันเหรอวะเพื่อน! กูส่งคลิปที่พวกมึงสารภาพรักกันเมื่อกี้ลงกลุ่มรวมเพื่อนวิศวะ-นิเทศเรียบร้อยแล้วนะ... สู้ๆ นะมึง ยอดวิวพุ่งกระฉูดแน่นอน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะและโมเมนต์ใจสั่นคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 25
ภีมคนเดิมที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!