"บอกว่าไม่ต้องมารับไงคะคุณวิศวะขา หน้าคณะฉันคนยิ่งเยอะอยู่ เดี๋ยวพวกชะนีกวางน้อยแถวนี้ก็รุมทึ้งแกหรอก"
กานต์กดเสียงต่ำใส่โทรศัพท์มือถือในมือ ขณะที่ขายาวๆ ของตัวเองกำลังก้าวฉับๆ ลงมาจากตึกคณะนิเทศศาสตร์ ท่ามกลางสายตานับสิบที่หันมามองเป็นตาเดียว ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกค่ะ... ก็เพราะมอเตอร์ไซค์คันโตสีดำสนิทที่จอดเด่น Sela อยู่หน้าตึก พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปลดกระดุมบนสองเม็ด กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ที่ยืนพิงเบาะรถกอดอกส่งยิ้มกวนประสาทมาให้
ให้ตายเถอะ! นี่พ่อคุณเล่นใหญ่รัชดาลัยมาก มารับถึงตึกแถมยังยืนเป็นจุดเด่นยิ่งกว่าป้ายนิเทศประจำคณะอีกนะ
(ก็อยากให้รุมทึ้งไปสิครับ จะได้รู้ว่าคนนี้มีเจ้าของแล้ว) ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากยาว ชวนให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนเอาสำลีก้อนโตมาอุดคอหอยจนหายใจไม่ทั่วท้อง (อีกอย่าง... เมื่อคืนใครก็ไม่รู้ส่งไลน์มางอแงบอกว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้า ขี้เกียจขับรถ อยากมีคนขับรถส่วน
"อีภีม! นั่นมันบทสนทนาในฝันตอนฉันละเมอต่างหากเล่า ใครอนุญาตให้เอามาอ้างคะ!" กานต์แหวใส่เสียงดังลั่นจนเพื่อนๆ ในคณะที่เดินตามลงมาต้องหันขวับมามองด้วยความสงสัย
"เสียงดังจังเลยนะคะ เมียจ๋า"
ภีมกดวางสาย พร้อมกับเก็บสมาร์ทโฟนเข้ากระเป๋าเสื้อกั๊กช่างกล จากนั้นก็สาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงบันไดทางขึ้นตึก กานต์สะดุ้งโหย่งเมื่อมือหนาถือวิสาสะยื่นมาคว้าสายสะพายกระเป๋าเป้ของเขาไปถือไว้เองหน้าตาเฉย แถมยังถือวิสาสะใช้นิ้วเรียวยาวเคาะหน้าผากมนเบาๆ หนึ่งที หมั่นไส้จริงๆ ค่ะ!
"ใครเมียแกยะ! พูดมากเดี๋ยวแม่เอาสันแฟ้มฟาดหัวแบะ" กานต์แยกเขี้ยวขู่ ฟาดมือลงบนท่อนแขนแกร่งไปทีหนึ่งแก้เขิน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด กลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอากานต์ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะทนมองนานๆ ไม่ไหว
"เจ็บจังเลยค่ะ แต่ถ้าเปลี่ยนจากฟาดแขน เป็นโอบเอวแทน... พี่จะยอมให้ตีฟรีสามทีเลยเอ้า"
"ทุเรศ!"
"ทุเรศแต่ก็รักใช่ไหมล่ะครับ"
ภีมยัก
ระหว่างทางที่ขับมอเตอร์ไซค์ฝ่าการจราจรกรุงเทพฯ ยามบ่าย ลมร้อนๆ พัดตีปะทะใบหน้า แต่แปลกมากที่กานต์กลับรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันช่างอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนจั๊กจี้หัวใจแปลกๆ มือเรียวเล็กที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะเกาะแค่เบาะรถด้านหลังเอาไว้เพื่อความปลอดภัย สุดท้ายก็จำใจต้องเอื้อมไปกำชายเสื้อนิเทศของคนข้างหน้าไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่ภีมเบรกกะทันหัน แผ่นหลังกว้างๆ ของอีกฝ่ายก็จะชนเข้ากับจมูกของเขาพอดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อสะอาดๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนขับจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
"เกาะแน่นๆ สิครับ หรืออยากเปลี่ยนมานั่งกอดเอวพี่ดีล่ะ พี่ไม่ถือนะ" เสียงทุ้มตะโกนแข่งกับเสียงลมผ่านหมวกกันน็อก
"ฝันไปเถอะไอ้ภีม! ขับรถดีๆ เลยนะเว้ย ถ้าล้มหัวฟุตบาทนะ ฉันจะหยิกเนื้อแกให้เขียวเป็นแถบเลย!" กานต์แหวกลับเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินที่ลามเลียไปทั่วใบหน้า ร้อนจนคิดว่าถ้าเอาไข่มาตอกใส่หัวตอนนี้คงสุกพอดีแน่ๆ
และในจังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนไลน์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นรัวๆ จนสั่นสะเทือนต้นขา
*Ping! Ping! Ping!*
เป็นแชทกลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิท "สามหนุ่มสามมุม" ที่มีจีโน่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปั่นประสาทโลกีย์คู่นี้
[Jino_Gino]: อ้าวๆๆๆ เห็นนะจ๊ะคุณแม่! มีคนมารับถึงตึกนิเทศ ว이้ววว หวานหมูเลยนะมึง
[Kan_Kanok]: อีโน่! แกแอบส่องฉันเหรอ! อยู่ไหนห๊ะ!
[Jino_Gino]: ไม่ได้ส่องค่ะคุณพรี่ พอดีกูมาส่งรายงานที่ตึกทะเบียน แล้วบังเอิญเห็นภาพบาดตาบาดใจ... ตายแล้ววว พระเอกวิศวะเขามารับนายเอกนิเทศกลับบ้าน น่ารักจนมดขึ้นจอโทรศัพท์แล้วเนี่ย
[Pheem_Phakin]: ขอบใจนะไอ้จinoที่ช่วยชม เดี๋ยวตอนเย็นเลี้ยงน้ำปั่นหน้ามอ
[Jino_Gino]: โอโห ท่านประธานบริษัทใจดีมากค่ะ! งั้นกูขอชาไทยไข่มุกแก้วใหญ่นะคะพี่ภีม
[Kan_Kanok]: พวกแกสองคนนี่มัน... น่ารำคาญจริงๆ! ถึงมอเมื่อไหร่ฉันจะไปกระชากหัวแกแน่จีโน่!
กานต์หลุดขำพรืดออกมากับความโบ๊ะบ๊ะของเพื่อนสนิท แม้จะพิมพ์ขู่กลับไปยาวเหยียดแต่รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้าตอนนี้กลับกว้างเสียจนปิดไม่มิด เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า ทุกรอยยิ้ม ทุกอาการพยักหน้าหงึกหงัก และเสียงหัวคิกคักเบาๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากหมวกกันน็อกใบโต ถูกสะท้อนผ่านกระจกมองข้างให้คนขับรถสุดกวนเห็นจนหมดสิ้น
ภีมอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมทอดมองผ่านกระจกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก ตั้งแต่มัธยมจนถึงตอนนี้... กานต์ก็ยังคงเป็นรอยยิ้มเดียวในโลกที่ทำให้เขาอยากตื่นขึ้นมาเจอทุกวัน
รถมอเตอร์ไซค์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดนัดพบที่จีโน่ยืนรออยู่ กานต์รีบก้าวขาลงจากรถทันทีที่จอดนิ่งสนิท มือเรียวถอดหมวกกันน็อกออกแล้วสะบัดผมปอยที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด
"อ่ะ หมวก! คราวหลังไม่ต้องมารับอีกเลยนะ เปลืองน้ำมันรถ!" กานต์ยื่นหมวกกันน็อกคืนให้กระแทกกระทั้น
"เปลืองน้ำมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ... แต่เปลืองความรู้สึกกับคนแถวนี้มากกว่า" ภีมรับหมวกมาถือไว้พล่อมยิ้มกวน "เดินเรียนดีๆ ล่ะ ถ้าคิดถึงก็โทรหาได้นะจ๊ะ"
"ใครจะไปคิดถึงแกฟะ หน้าปลาหมึกแบบนี้เจอแล้วอาหารเป็นพิษ!"
"ปากดีแบบนี้ เดี๋ยวคืนนี้ทักไปทวงค่ามัดจำความน่ารักนะกานต์"
ภีมยักคิ้วให้ท้าทายหนึ่งทีก่อนจะบิดคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กานต์ยืนกัดริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความหมั่นไส้ปนเขินจนตัวบิด
ร่างบางหันหลังเตรียมจะเดินเข้าตึกเรียนเพื่อไปสมทบกับจีโน่ที่ยืนถือแก้วน้ำปั่นรออยู่ลิบๆ แต่ทว่า... จู่ๆ โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่ส่งตรงมาจากแชทส่วนตัวของ "ภีม"
กานต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย นิ้วเรียวเลื่อนกดเปิดอ่านข้อความนั้นทันทีโดยไม่ทันคิดอะไร
[Pheem_Phakin]: "กานต์..."
[Pheem_Phakin]: "คือว่า..."
[Pheem_Phakin]: "จริงๆ แล้วที่กูตามตื๊อ มารับมาส่ง แล้วก็กวนประสาทมึงทุกวันนี้..."
[Pheem_Phakin]: "เพราะกู..."
ข้อความถูกพิมพ์ค้างไว้แค่นั้น... ก่อนที่ระบบจะแสดงสถานะว่า *'Pheem_Phakin ยกเลิกข้อความแล้ว'*
กานต์ยืนนิ่งค้างกลางทางเดิน แดดบ่ายที่ร้อนระอุราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน เสียงรอบข้างคล้ายถูกตัดขาด หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เมื่อครู่เสียอีก ความสงสัยและความอยากรู้พุ่งทะยานจนแทบคลั่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพิมพ์อะไรค้างไว้แล้วรีบลบหนีไปแบบนั้น
เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ
จะทักไปถามดีไหมนะ... ว่าเมื่อกี้แกจะพิมพ์อะไรวะไอ้ภีม?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของน้องกานต์ในตอนนี้ด้วยนะคะ เลิฟยูว์ที่สุดค่ะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 7
ไปเรียนยังไงให้ใจสั่น
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!