ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 8

ใครอนุญาตให้ยิ้มหวาน

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกแล้วไงคะว่ารอยยิ้มแบบนี้... อนุญาตให้ใช้มองแค่คนคนเดียว" ประโยคกำกวมที่มาพร้อมกับแรงดึงบริเวณข้อมือ ทำให้ร่างบางของกานต์ที่กำลังทำท่าจะหันหลังเดินหนี เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวสูงกว่าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซีตรัสผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในคณะบริหารลอยเข้าแตะจมูก ทว่าสิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่ากลิ่นกาย กลับเป็นอัตราการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่ดังลอดผ่านเนื้อผ้าเสื้อนิศึกษา จนคนฟังเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ พีชชี่เบอร์รี่กลับมาพบกับทุกท่านอีกแล้วนะคะ! ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงตอนที่ 8 กันแล้ว บอกเลยว่าตอนนี้น้องกานต์ของเราอาการหนักมากค่ะ เพราะความหวงมันเริ่มทำงานจนต้านไม่ไหวแล้วล่ะค่ะซิส! ไปติดตามความฟินและความปั่นป่วนของพ่อหนุ่มวิศวะกับน้องนิเทศคนปากแข็งกันต่อได้เลยค่ะ! บรรยากาศหน้าห้องบรรยายวิชาการตลาดระหว่างประเทศในยามบ่าย กำลังคุกรุ่นไปด้วยความชวนหงุดหงิดสำหรับใครบางคน... ไม่ใช่เพราะเนื้อหาของอาจารย์ผู้สอนที่ยากจนชวนง่วงหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะรัศมีวงล้อมรอบกายของนายภีมพล หรือ 'ภีม' พ่อหนุ่มวิศวะปีสามตัวดี ที่ดันมีแฟนคลับสาวๆ จากคณะบริหารมารุมล้อมขอชีทสรุปและเบอร์โทรศัพท์กันให้วุ่นวายต่างหากล่ะค่ะ! "ภีมคะ อันนี้... บทที่สี่ ตรงกราฟฟังก์ชันนี้ พี่ทำความเข้าใจยังไงเหรอคะ พอดีเราอ่านแล้วยังงงๆ อยู่เลย" เสียงหวานหยดย้อยของรุ่นพี่ปีสี่คนสวยกำลังเอ่ยถาม พร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ ชนิดที่ผู้หญิงด้วยกันมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าไม่ได้อยากได้แค่ชีทสรุปแน่นอนค่ะ แต่มันอยากได้เจ้าของชีทกลับบ้านไปด้วยต่างหาก! ร่างสูงของภีมยืนพิงกำแพงกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบทอดมองคนตรงหน้าด้วยความสุภาพตามมารยาท แต่ไอ้รอยยิ้มพิมใจที่ชอบใช้เรี่ยราดนั่นแหละค่ะ ที่มันกำลังทำลายประสาทสัมผัสทุกส่วนของคนที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร "ตรงนั้นเหรอครับ... จริงๆ มันมีเทคนิคง่ายนิดเดียวเองนะ" ภีมจงใจลากเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง พร้อมกับโน้มใบลงไปใกล้รุ่นพี่คนนั้นเพื่อชี้จุดในกระดาษชีท จนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วค่ะคุณผู้ชม! *กึก!* เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นกระเบื้องดังขึ้นเบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงความจงใจกระแทกกระทั้นด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ กานต์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ (ที่แสร้งทำเป็นกดเล่นแก้เขินแต่จริงๆ แอบมองตาเขียวปั๊ด) ทนเห็นภาพบาดตาบาดใจต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ! ปากบอกว่าไม่แคร์ ปากบอกว่าเพื่อนกัน ปากบอกว่าต่างคนต่างอยู่... แต่มือเรียวสวยตอนนี้กลับจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้ออยู่แล้วนะคะน้องกานต์ขา! "เหอะ! แจกยิ้มเก่งยิ่งกว่าพรีเซนเตอร์ยาสีฟัน... เบ้าหน้าแบบนั้นกินเข้าไปได้ไงวะเนี่ย น้ำลายยืดหมดแล้วมั้งนั่น" กานต์พึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่เบาหวิว แต่ฟ่นฟัดออกมาทางลมหายใจจนแก้มป่องกลมเป็นลูกปัด ในจังหวะนั้นเอง จีโน่เพื่อนสนิทตัวดีที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์จับความเคลื่อนไหว ก็เดินถือแก้วชานมไข่มุกเข้ามาสะกิดไหล่ พร้อมกับทำหน้าทำตาล้อเลียนแบบไม่กลัวตาย "อุ๊ยตายวายป่วง... กลิ่นอะไรตุๆ เหมือนคนกำลังจะอกแตกตายแถวนี้เลยแก ว่าไหมจีโน่?" จีโน่ลอยหน้าลอยตาพูดแซว พรางทำท่าสูดดมอากาศทำเป็นซื่อบื้อ "อะไรของแกย่ะจีโน่! ใครอกแตกตาย ไม่มี๊! ฉันจะไปโกรธ ไปหงุดหงิดอะไรไอ้บ้านั่นล่ะ เชิญมันแจกยิ้มเรี่ยราดให้สำลักความสุขตายไปเลยไป!" กานต์เสียงสูงปรี๊ดปฏิเสธทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความจำนนต่อหลักฐาน "แหม เสียงสูงเชียวนะยะพ่อคุณณณ มองแรงจนตาจะหลุดออกจากเบ้าอยู่แล้วนั่น ถ้ามองแล้วมันจะทะลุร่างยัยรุ่นพี่ปีสี่คนนั้นไปได้ แกคงเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งเขาไปสามรอบแล้วมั้ง" จีโน่หัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นเพื่อนรักอาการออกเบอร์ใหญ่ "ก็มันน่าหมั่นไส้ป่ะวะ! มายืนทำหน้าหล่อเรี่ยราดอะไรตรงนี้ หน้าคณะตัวเองไม่มีที่ยืนหรือไง ถึงต้องมาเดินแจกอ้อยให้สาวคณะอื่นแทะเล่นอยู่ได้" กานต์บ่นอุบอับ สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความหงุดหงิดระคนน้อยใจลึกๆ ในขณะที่กานต์กำลังจะหมุนตัวเดินหนีเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์นั้นเอง... "อ้าว จะไปไหนล่ะครับคนสวย ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นใกล้จนชิดติดใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำให้กานต์สะดุ้งสุดตัว ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ค่ะว่าเป็นฝีมือของใคร! ภีมผละตัวออกจากวงล้อมของสาวๆ ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้ รู้ตัวอีกที พ่อหนุ่มวิศวะตัวแสบก็มายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เรียวขายาวก้าวเข้ามาประชิดจนกานต์ไม่มีทางหนี "ใครคนสวยของนายไม่ทราบ! ถอยไปเลยนะไอ้ภีม มายืนหายใจรดต้นคอฉันทำไมเนี่ย อึดอัด!" กานต์แหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า พยายามจะก้าวถอยหลังแต่ติดแผ่นอกกว้างที่กั้นไว้ราวกับกำแพงมนุษย์ ภีมไม่ได้ถอยหนีแถมยังก้มหน้าลงมามองคนตัวเล็กกว่าที่เงยหน้าค้อนเขาจนตาคว่ำ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก แววตาพราวระยับคู่นั้นจ้องมองมานิ่งๆ จนกานต์ต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง "ก็เห็นยืนหน้ามุ้ย คิ้วขมวดจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว... หึงเหรอครับ?" ภีมกระซิบถามเสียงนุ่ม ทอดเสียงทุ้มต่ำเป็นพิเศษตรงคำว่า 'หึง' จนคนฟังรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง "ใครหึง! บ้าหรือเปล่า! มโนเก่งเบอร์นี้ ไม่ไปประกวดเดอะสตาร์วะ!" กานต์เถียงคอเป็นเอ็น รีบยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงแมวอย่างน้องกานต์จะสู้ช้างสารอย่างภีมได้ มือหนากลับคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้ทัน แล้วดึงเข้ามาใกล้กว่าเดิมเสียอีก "ไม่ได้หึงเหรอครับ... แล้วทำไมหน้าแดงถึงหูขนาดนั้นล่ะ หืม?" ภีมเอียงคอมองด้วยความเอ็นดู ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ปะ... ปล่อยนะเว้ย! คนมองกันหมดแล้ว!" กานต์โวยวายหน้าตื่น เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณทางเดิน แล้วพบว่าเพื่อนร่วมคณะหลายคนกำลังแอบมองและอมยิ้มกริ่มมาทางพวกเขา "ให้มองไปสิครับ... จะได้รู้กันทั่วว่าคนนี้มีเจ้าของแล้ว" ภีมกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงจริงจังจนกานต์ใจกระตุกวูบ บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปชั่วขณะ เสียงจอแจของผู้คนรอบข้างเหมือนถูกกดปุ่มปิดเสียง เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรำไปพร้อมๆ กันในจังหวะที่แปลกประหลาด กานต์เงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาคมที่ฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แววตาเจ้าชู้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันคือความจริงจังที่ทำเอาคนปากแข็งพูดไม่ออก "ไอ้... คนฉวยโอกาส" กานต์พึมพำเสียงเบาหวิว ความโกรธเคืองเมื่อครู่นี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า ภีมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองคนในอ้อมแขนด้วยความรักใคร่ที่เจ้าตัวก็ไม่อาจซ่อนไว้ได้มิด "ก็บอกแล้วไงครับว่า... ใครอนุญาตให้ยิ้มหวานให้คนอื่น นอกจากผมคนเดียว" คำพูดหยอดคำเดิมที่เคยได้ยินวนเวียนอยู่ในหัว แต่ครั้งนี้มันกลับทรงพลังจนทำให้กานต์เผลอหลุดยิ้มออกมาบางๆ อย่างลืมตัว ก่อนจะรีบหุบยิ้มแล้วทำท่าทางฮึดฮัดกลบเกลื่อน "ใครยิ้มหวานใส่ใครไม่ทราบ! มโนไปเองคนเดียวแล้ว..." *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชทในโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของภีมดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ภีมละสายตาจากใบหน้าหวานชั่วขณะเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอเรืองแสงขึ้นพร้อมกับข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด... รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของภีมเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอแชทนั้น กานต์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ใครส่งอะไรมา ทำหน้ายังกะเจอผี" ภีมเงยหน้าขึ้นสบตากับกานต์ช้าๆ สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความลังเลและความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายกวนประสาทคนนี้ "กานต์..." ภีมเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "คือว่า... มีเรื่องต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ" ข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กานต์เหลือบไปเห็นเพียงเสี้ยววินาที คือชื่อของใครบางคนที่ทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด และทำให้ความสุขเมื่อครู่วัดระดับดิ่งลงเหวในพริบตา... *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของน้องกานต์ในตอนนี้ด้วยนะคะ เลิฟยูว์ที่สุดค่ะ!*
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%