เสียงหัวingคิกคักของจีโน่ดังขึ้นแทรกกลางระหว่างเสียงดนตรีจังหวะเบาๆ ในร้านคาเฟ่กึ่งบาร์ย่านอารีย์ ตัวชงประจำกลุ่มของเรากำลังใช้หลอดดูดน้ำสมูทตี้สีพาสเทล พร้อมกับทำสายตากรุ้มกริ่มส่งให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนายภีม วิศวะปีสามผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแบบกวนประสาทเป็นอาชีพ
"นี่... มองนานขนาดนี้ จะกินหัวกานต์เข้าไปเลยไหมคุณภีม?" จีโน่เอ่ยแซวขึ้นมาลอยๆ แต่สายตาพร่างพราวระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์
กานต์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาไถโทรศัพท์มือถือเพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์ชวนอึดอัด ชะงักมือทันing ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าดุใส่เพื่อนสนิท "จีโน่ แกจะบ้าเหรอ พูดอะไรเพ้อเจ้ออีกแล้วนะ"
"เปล่าสักหน่อย ฉันพูดความจริงนี่นา" จีโน่ลอยหน้าลอยตาเถียง "ใครๆ เขาก็เห็นกันหมดแหละ ยกเว้นก็แต่คนแถวนี้แหละที่ซื่อบื้อ หรือแกล้งทำเป็นซื่อบื้อก็ไม่รู้"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารรอบตัวเราพลันเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊คลอยคลอเบาๆ ภีมไม่ได้แก้ตัวหรือทำท่าทีลนลานเหมือนทุกที ชายหนุ่มเพียงแต่แค่นมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองกานต์ด้วยความแพรวพราวเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับมีความลึกซึ้งบางอย่างที่ต่อให้คนปากแข็งอย่างกานต์พยายามหลบเลี่ยงแค่ไหน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันชัดเจนเสียจนคนรอบข้างยังต้องอมยิ้ม
ภีมยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย "ก็ไม่ได้อยากกินหัวหรอก..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเนิบนาบชวนหมั่นไส้ "แต่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า... หมายถึง บิงซูนะ มองหน้ากานต์แล้วนึกถึงความหวานพอดี"
"อี๋! เลี่ยนมากแม่!" จีโน่ทำท่าทางขนลุกขนพอง ยกมือขึ้นูแขนตัวเองประกอบฉากเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ ในกลุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันได้ทันที "พ่อคุณเอ้ย หยอดเก่งเป็นที่หนึ่ง สงสารคนฟังบ้าง หน้าแดงจนจะลามไปถึงใบหูอยู่แล้วเนี่ย"
กานต์รีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองร้อนผ่าว ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกจนต้องแกล้งทำเป็นหันไปมองวิวข้างนอกกระจกใสเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา "ใครหน้าแดง แกตาฝาดแล้วจีโน่ อากาศในร้านมันร้อนต่างหากเล่า!"
"ร้อนอะไรล่ะ แอร์ตั้ง 23 องศาขนาดนี้" จีโน่หรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปสบตากับคนอื่นๆ ในโต๊ะที่ต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันเป็นเสียงเดียว
ความจริงแล้ว... ไม่ใช่แค่จีโน่หรอกที่รู้ ทุกคนบนโต๊ะนี้รู้ดี ตั้งแต่วันแรกที่ภีมเริ่มเข้ามาวนเวียนใกล้ชิดกับกานต์ สายตาที่ภีมใช้มองเพื่อนสนิทคนนี้มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนเล่นทั่วไปเลย มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหน ความเอ็นดู และความรู้สึกมากมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มกวนๆ นั้น
พีชชี่เบอร์รี่ขอบอกเลยนะคะว่า โมเมนต์แบบนี้แหละที่ทำเอาคนอ่านอย่างเราต้องแอบจิกหมอนขาดไปหลายใบ เพราะความเนียนของพ่อคุณเขามันช่างทรงพลังเสียเหลือเกิน
"เออ กานต์..." ภีมเปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ดวงตาสེ་น้ำตาลเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่กานต์ราวกับจะสื่อสารบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกไปตรงๆ ต่อหน้าเพื่อนฝูง "พรุ่งนี้... ว่างไหม"
"ถามทำไม มีธุระอะไรอีกเล่า" กานต์หันกลับมาเลิกคิ้วใส่ ทำทีเป็นตั้งกำแพงป้องกันตัวตามนิสัยปากแข็ง
"เปล่า แค่จะชวนไปดูหนัง" ภีมตอบหน้าตาย มือหนาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ "หนังผีที่แกอยากดูเข้าพอดีนี่ หรือว่ากลัว... ถ้ากลัวเดี๋ยวเราให้นั่งตักนะ จะได้กอดได้ถนัดหน่อย"
"ไอ้ภีม!" กานต์โวยวายลั่น โยนทิชชู่ใส่หน้าคนกวนประสาททันทีท่าเสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อนๆ ในกลุ่มที่แซวกันระงม
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาโบ๊ะบ๊ะ หน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของกานต์ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ
มันเป็นข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เนื้อหาภายในนั้นกลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกานต์แข็งค้างไปในทันที...
*(อ่านต่อตอนที่ 18)*
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของภีมและกานต์มาจนถึงตอนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่รักทุกคนค่ะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 17
สายตาที่ไม่อาจปิดบัง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!