“จะยืนเป็นเสาหินท้าลมฝนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมคะคุณกานต์ หรือว่าเปลี่ยนใจอยากย้ายสำมะโนครัวมาเป็นเด็กวิศวะถาวรแล้ว?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าหมั่นไส้ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของภีมที่ขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของกานต์แทบจะแนบติดกับบานประตูไม้ กานต์สะดุ้งสุดตัว มือที่กำลูกบิดอยู่เมื่อครู่เผลอปล่อยออกโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นไอมิ้นต์เย็นๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนคนตัวเล็กกว่าต้องรีบก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ—ทว่าติดที่บานประตู เจ้ากรรมนายเวรคนนี้ถึงได้กะระยะทางมาได้พอดีเป๊ะจนเขากลายเป็นนกน้อยในกรงทองไปเสียแล้ว
“ถอยไปเลยนะไอ้ภีม! มายืนดักรอคนอื่นเขาแบบนี้ เป็นสตอล์กเกอร์หรือไงเล่า หน้าตาก็ดีไม่น่าทำตัวน่ากลัวเลยนะเนี่ย” กานต์เชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการพ่นวาจาเผ็ดร้อนใส่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ภีมยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ดวงตาคมกริบพราวระยับราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด เขาใช้มือข้างหนึ่งทาบลงกับบานประตู กักตัวกานต์ให้อยู่ในอาณาเขตวงแขนอย่างแนบเนียน โน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบเดียว “เปล่าเป็นสตอล์กเกอร์สักหน่อยค่ะ... แค่เป็นห่วงคนที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ แถวตึกคณะคนอื่นมากกว่า”
คำว่า *‘คนที่ชอบ’* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ กานต์รู้สึกเหมือนมีฝูงผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้องจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นเมื่อครู่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนลามไปถึงใบหู ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อเจอ ลูกหยอดระดับสิบของนายวิศวะขี้แกล้งคนนี้
“ใครคนที่ชอบของแก! พูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวแม่ก็เอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเข้าให้หรอก!” กานต์ทำท่าเงื้อมือขึ้นขู่ ทั้งที่ดวงตากลมโตหลบวับ ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นตรงๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับพิรุธความเขินที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ได้
ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอกจนกานต์สัมผัสได้ มือหนาที่ว่างอยู่เอื้อมออกมาช้าๆ ตั้งใจจะแกล้งให้อีกฝ่ายเสียอาการหนักกว่าเดิม ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งตกลงมาปรกหน้าผากมนของกานต์อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาคนปากดีถึงกับแข็งทื่อ ตัวแข็งเป็นหินไปชั่วขณะ ลืมหายใจไปเลยทีเดียว
“ปากบอกว่าจะฟาด... แต่ทำไมหน้าแดงจนจะระเบิดอยู่แล้วล่ะคะคุณแฟนวิศวะขา?” ภีมกระซิบเสียงพร่า แกล้งเน้นคำว่า ‘แฟน’ ชัดถ้อยชัดคำจนกานต์อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
“ใครแฟนแกวะ! อย่ามามั่วซั่วไอ้ภีม!” กานต์โวยวายเสียงหลง มือเล็กผลอกเข้าที่อกแกร่งเต็มแรงเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ภีมกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ราวกับภูเขาหินผาที่ต่อให้พายุเข้าก็ไม่มีวันสั่นคลอน
“ก็ยังไม่ได้พูดชื่อสักหน่อย ร้อนตัวจังเลยน้า...” ภีมลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาคมมองสำรวจใบพักตร์หวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงลำคออย่างนึกเอ็นดู “หิวหรือยังคะ? ยืนเถียงกับฉันหน้าห้องเนี่ย ใช้พลังงานไปเยอะแล้วนะ พาไปเลี้ยงชาบูกู้ชีพดีไหม หรือจะเปลี่ยนเป็นกินเราแทนดีล่ะ?”
“ไอ้คนทะลึ่ง! สมองแกมีแต่เรื่องแบบนี้หรือไงฮะ!” กานต์ตวาดแว้dใส่แก้เขิน พยายามผลักอกหนาอีกรอบจนสำเร็จ ภีมยอมผถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างอารมณ์ดี เปิดทางให้คนตัวเล็กได้หลุดพ้นจากกรงล้อม แต่มีหรือที่คนอย่างภีมจะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ
แชตในมือถือของกานต์สั่นครืดขึ้นมาทันทีราวกับรู้จังหวะ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันยอดฮิต
*(แชต)*
**Peem_ว้าวุ่นนะน้อง:** ยืนเขินจนหูแดงหมดแล้วเด็กเรณู สนใจเปลี่ยนสถานะจากคู่กัดมาเป็นคู่รักแบบถาวรเลยไหมคะ? เดี๋ยวยกบัญชีทั้งหมดให้ดูแลเลยเอ้า!
**Karn_กานต์นิเทศ:** บ้าบอ! ใครเขาสนใจบัญชีแกฟะ! เก็บเงินไว้กินข้าวเถอะไป๊!
**Peem_ว้าวุ่นนะน้อง:** อ้าว แสดงว่าสนใจเรื่องเปลี่ยนสถานะสินะ หูย... เขินแย่เลยน้า แบบนี้ต้องให้รางวัลคนปากแข็งสักหน่อยแล้วล่ะ
กานต์มองหน้าจอแล้วเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน พิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ ด้วยความหมั่นไส้
**Karn_กานต์นิเทศ:** ใครบอกว่าสนใจ! เพ้อเจ้อ! เลิกส่งข้อความมาปั่นประสาทได้แล้วโว้ย!
**Peem_ว้าวุ่นนะน้อง:** ไม่เลิกหรอกค่ะ จนกว่าจะได้คำตอบที่ชื่นใจ... อ๊ะ เงยหน้าขึ้นมาสิคะ คนสวย
กานต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ—และพบว่าภีมไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว!
ร่างสูงไปโผล่อยู่ที่มุมระเบียงทางเดินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ภีมยืนพิงกำแพง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือแนบหู ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นโบกทักทายเขาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มละลายใจที่ส่งตรงมาให้แบบไม่กั๊ก
“มองอะไรเล่า! เดินหนีทำไมเนี่ย!” กานต์ตะโกนถามข้ามทางเดิน
“เปล่าหนีค่ะ แค่รอให้เธอเดินมาหาเองต่างหาก...” ภีมเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมคู่นั้นมองตรงมาที่กานต์ด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่จริงจังจนน่าใจหาย “...เพราะถ้าเธอไม่ยอมเดินมาหาเรา งั้นเราคงต้องเดินไปหาเธอเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะหนีเราไม่พ้นแล้วล่ะนะคะ”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงก็กดวางสายโทรศัพท์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยแววตาอบอุ่นอ่อนโยนที่ทำเอากานต์ยืนนิ่งค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ในจังหวะที่กานต์กำลังจะก้าวขาเดินเข้าไปหาคนตัวสูงเพื่อสะบัดใส่สักที เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอมือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ข้อความจากภีม
มันคือข้อความจากกลุ่มแชตลับ *“แก๊งชงเข้มให้เต็มคาราโอเกะ”* ที่ส่งมาจากจีโน่เพื่อนสนิทตัวดี
*(แชตกลุ่ม)*
**Gino_จีโน่คนสวยขา:** @Karn_กานต์นิเทศ มึงอย่าเพิ่งใจอ่อนยวบยาบนะอีเพื่อนรัก! แต่อีภีมมันเพิ่งโพสต์สตอรี่ไอจี... มึงรีบกดเข้าไปดูด่วนเลย มึงพลาดไม่ได้เด็ดขาด!
กานต์ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง นิ้วเรียวกดสลับหน้าจอเข้าไปดูสตอรี่อินสตาแกรมของภีมทันทีอย่างเสียไม่ได้ ภาพบนหน้าจอแสดงผลเป็นภาพถ่ายระยะประชิดของแผ่นหลังเขาเองในขณะที่กำลังยืนหน้าแดงอยู่หน้าห้อง พร้อมกับแคปชั่นสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายสูบฉีดพุ่งปรี้ดจนแทบคลั่ง
*“เหยื่อติดกับแล้วครับ เตรียมตัวสละโสดได้เลย 😊💍”*
พร้อมกับแท็กชื่อไอจีของเขาคาไว้กลางหน้าจอแบบไม่มีทางหนีพ้น!
กานต์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของโพสต์ที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ปลายทางเดินทันที ภีมยกโทรศัพท์มือถือขึ้นชูให้ดูหลา พร้อมกับขยับปากพูดไร้เสียงแต่,อ่านออกเสียงได้ชัดเจนแจ๋วว่า—
*“ยอมรับซะดีๆ นะคะ... ว่าเธอเองก็คลั่งรักเราเหมือนกัน”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความกวนของนายภีมเขานะคะ!
ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง•ตอนที่ 19
ความใกล้ที่เกินเพื่อน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีแฟนผมหวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!