“ถอยไป... เมธา!”
เสียงหวานที่เคยมั่นคงสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด รินรดาพยายามยันตัวขึ้นจากโซฟาหนังตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์ แต่ฝ่ามือหนาของชายที่เพิ่งบุกเข้ามากลับกดไหล่เธอไว้แน่น ลมหายใจอุ่นร้อนของเขามีกลิ่นจางๆ ของยาสูบราคาแพงที่อบอวลชวนสะอิดสะเอียน
“ของเล่นที่คีรินทร์หวงนักหวงหนา... รสชาติจะเป็นยังไงนะ?” เมธาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ แววตาของเขาไม่ได้มีความปรารถนาในเชิงชู้สาว แต่มันเต็มไปด้วยความกระหายที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคู่แข่ง “เขาคงจะเจ็บปวดน่าดู ถ้าเห็นรอยนิ้วมือของฉันทิ้งไว้บนตัวผู้หญิงของเขา”
รินรดาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวเพียงเพราะความปลอดภัย แต่เธอกลัวว่าหากคีรินทร์กลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ ทุกสิ่งที่เขาสร้างมาเพื่อปกป้องเธอจะพังทลายลงเพราะฝีมือของคนเลวๆ อย่างเมธา
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวบางตวัดเข้าที่ใบหน้าของเมธาอย่างจังจนหน้าหันไปตามแรงปะทะ ทว่านั่นกลับเป็นเพียงการเติมเชื้อไฟให้ความบ้าคลั่งในดวงตาของอีกฝ่าย เมธากระชากข้อมือเธอจนรินรดาหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสื้อสูทตัวนอกที่เขาสวมทับมาถูกกระชากจนกระดุมหลุดกระเด็น
“แก...!”
เสียงคำรามต่ำที่ดังขึ้นจากหน้าประตูทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงฉับพลัน คีรินทร์ยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าคมเข้มดุดันจนน่ากลัว นัยน์ตาสีเข้มที่เคยอบอุ่นยามมองรินรดากำลังลุกโชนด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
“ปล่อยเธอ” คีรินทร์สั่ง เสียงนั้นไม่ได้ตะโกน แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้คนในห้องแทบหยุดหายใจ
เมธาแค่นหัวเราะ ปล่อยรินรดาที่เซถลาไปพิงขอบโต๊ะทำงาน มือหนาของคีรินทร์คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของศัตรูทันที ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานถูกระเบิดออกมาผ่านหมัดหนักๆ ที่เสยเข้าที่ปลายคางของเมธาอย่างจัง จนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้น ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบพลันกลายเป็นสนามรบ
รินรดายืนตัวสั่นเทา มือบางกอดตัวเองไว้แน่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม เธอเจ็บที่ข้อมือ แต่ความเจ็บที่หัวใจเมื่อเห็นคีรินทร์ต้องมาเสี่ยงเพียงเพราะเธอต่างหากที่ทำให้เธอแทบขาดใจ
คีรินทร์ไม่ได้สนใจที่จะซ้ำเมธาให้ตาย เขาละสายตาจากศัตรูที่กำลังกุมท้องด้วยความจุก แล้วรีบก้าวเข้ามาหารินรดาที่ทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง
“รดา... รดาครับ มองหน้าผม”
คีรินทร์คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดจากการชกต่อยแตะที่แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายหายไปเมื่อสัมผัส ดวงตาของเขาไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ล้นปรี่จนรินรดาทำตัวไม่ถูก
“ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ” เธอพยายามฝืนยิ้ม ทั้งที่เสียงยังคงสั่นเครือ
“ไม่เป็นไรได้ยังไง... ร่างกายคุณสั่นไปหมดแล้ว” คีรินทร์ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลก อ้อมกอดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเกราะกำบัง แต่มันเป็นความจริงใจที่เขาส่งผ่านออกมา “ขอโทษ... ผมควรจะอยู่ข้างๆ คุณ ผมไม่น่าปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวเลย”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน คีรินทร์ลูบแผ่นหลังของเธออย่างปลอบประโลม รินรดารู้สึกถึงหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของเขา ไม่ใช่หยดน้ำตาจากเธอ... แต่เป็นของเขา
“คีรินทร์...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
เขาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดสิ่งที่กักเก็บไว้ในใจมาตลอด “รดา... ถ้าวันหนึ่งผมต้องสูญเสียทุกอย่างเพียงเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคุณ ผมจะทำโดยไม่ลังเลเลย เพราะสำหรับผม บริษัทน่ะสร้างใหม่ได้ แต่ความรู้สึกที่มีต่อคุณ... ผมหาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว”
ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูหัวใจของรินรดาที่เธอพยายามปิดตายมานานให้เปิดออกจนหมดสิ้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ในแววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความรัก แต่มันคือการอุทิศตนเพื่อปกป้องเธออย่างที่ไม่มีใครเคยทำให้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผลิบานด้วยความรู้สึกที่แท้จริง เมธาที่นอนกุมท้องอยู่บนพื้นก็เค้นเสียงหัวเราะแหบแห้งออกมา เขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง
“ซึ้งกันพอหรือยัง...” เมธาพูดพร้อมกับกดปุ่มสีแดงในมือ “ดูเหมือนพวกคุณจะลืมไปนะว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่บริษัท... แต่เป็นกับดักที่ฉันวางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา”
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วอาคาร ระบบไฟตัดขาดจนทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดทันที เสียงระเบิดเบาๆ ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงกระจกแตกกระจายจากการจู่โจมของคนกลุ่มหนึ่งที่พุ่งเข้ามายังห้องทำงานนี้
คีรินทร์กระชากตัวรินรดาเข้ามาไว้ข้างหลังตัวเองทันที มืออีกข้างคว้าที่เปิดจดหมายบนโต๊ะมาถือไว้เป็นอาวุธ “รดา... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยมือจากผมเด็ดขาด เข้าใจไหม!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะขานรับ ประตูกระจกนิรภัยของห้องทำงานก็แตกกระจายลงพร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่พุ่งเข้ามา... สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในความมืดมิดนี้เอง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของคีรินทร์และรินรดานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยค่ะ
ด้วยรักจาก "ละอองดาวเดือนเก้า"
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 11
คำสารภาพที่ยังไม่พูดออกไป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!