“คุณรินรดา ช่วยหยุดหายใจแรงๆ ข้างหูผมเสียทีเถอะครับ... ไม่สิ ต้องบอกว่าหยุดเกร็งเสียที ผมไม่ได้จะกินคุณเข้าไปเสียหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถสปอร์ตหรูที่กำลังแล่นฉิวอยู่บนเส้นทางคดเคี้ยวสู่ภาคเหนือ รินรดาสะดุ้งเฮือก มือที่กุมกระเป๋าเอกสารแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย เธอเบือนหน้าหนีออกไปทางกระจกข้างที่ภาพทิวทัศน์สีเขียวขจีของป่าไม้ถูกเหวี่ยงทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
“ดิฉันไม่ได้เกร็งค่ะ แค่... ประหลาดใจที่ท่านประธานเป็นคนขับรถเอง” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่หัวใจที่เต้นระรัวในอกกลับทรยศเธออย่างร้ายกาจ
คีรินทร์ละสายตาจากถนนเพียงชั่วครู่เพื่อปรายตามองเลขาฯ สาวที่พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดข้างกาย เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกสัตว์นักล่าจับตามอง “การดูงานครั้งนี้มันสำคัญเกินกว่าจะให้คนนอกเข้ามาวุ่นวาย ยิ่งกว่านั้น... ผมอยากใช้เวลาส่วนตัวกับคุณให้มากขึ้น รินรดา”
คำว่า ‘ส่วนตัว’ ของเขาหนักแน่นและทิ้งความหมายคลุมเครือไว้ในอากาศ รินรดาลอบถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าเมธากำลังวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับโครงการเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทองที่เชียงราย และคีรินทร์เลือกที่จะพาเธอมาด้วยเพื่อเป็น ‘เกราะกำบัง’ และ ‘ที่ปรึกษา’ ที่เขาไว้ใจที่สุด แต่ไอ้ความรู้สึกที่ว่า ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของเขามันเริ่มรุกล้ำเข้ามาในหัวใจของเธอทีละน้อยนี่สิ คือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด
รถเลี้ยวเข้าสู่รีสอร์ตส่วนตัวท่ามกลางหุบเขาที่คีรินทร์เป็นเจ้าของ บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงสายน้ำไหลเอื่อย ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด
“เรามีเวลาแค่คืนนี้ก่อนจะเริ่มงานวันพรุ่งนี้” คีรินทร์ก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองดูผ่อนคลายและเย้ายวนกว่าทุกวันที่เจอในห้องทำงาน “คืนนี้ผมอยากให้คุณลืมเรื่องเลขาสาวหัวกะทิไปก่อน และจดจำแค่ว่าคุณมาที่นี่กับใคร”
รินรดาเดินตามเขาเข้าไปในวิลล่าส่วนตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อพบว่าข้างในมีเพียงเตียงนอนขนาดใหญ่เพียงเตียงเดียว “ท่านประธานคะ... ห้องพัก...”
“ห้องเต็มครับ รินรดา พายุที่พยากรณ์ไว้กำลังจะเข้า ทางรีสอร์ตเลยย้ายแขกคนอื่นไปที่ตึกใหญ่หมด เหลือแค่หลังนี้ที่ปลอดภัยที่สุด” เขาโกหกคำโตด้วยใบหน้าตายเรียบ พร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางของเธอไว้ข้างเตียง “หรือคุณอยากจะไปพักที่ตึกใหญ่กับพนักงานคนอื่นล่ะครับ? แต่ผมคงไม่ค่อยสบายใจนัก ถ้าต้องปล่อยให้คุณคลาดสายตาในคืนที่พายุจะเข้าแบบนี้”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกที่ปิดกั้นมาตลอดกำลังสั่นคลอน อดีตที่เคยเจ็บปวดจากการถูกหักหลังทำให้เธอระแวงคนตรงหน้า แต่ทุกสัมผัสและทุกคำพูดของคีรินทร์กลับแฝงด้วยความทะนุถนอมอย่างประหลาด
ช่วงค่ำ ทั้งคู่เลือกที่จะนั่งรับลมที่ระเบียงห้อง คีรินทร์รินไวน์รสเลิศส่งให้เธอ ก่อนจะนั่งลงใกล้จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะเกยกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาผสมกับกลิ่นดินหลังฝนทำเอารินรดาเผลอไผลไปชั่วขณะ
“คุณกลัวผมเหรอ?” เขาถามเบาๆ พลางวางแก้วไวน์ลง แล้วหันมาสบตาเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกราวกับมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ดิฉัน... กลัวที่จะไว้ใจใครอีก” เธอสารภาพออกมาเบาหวิวเหมือนละอองดาวที่กำลังจะเลือนหาย
คีรินทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น มือหนาเอื้อมไปแตะปอยผมที่ปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้จาบจ้วง แต่มันกลับทำให้ร่างกายของรินรดาร้อนผ่าว “บางที... การยอมเสี่ยงเพื่อสิ่งที่คุ้มค่า ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนนะครับ รินรดา”
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่แก้มใส รินรดาหลับตาลง หัวใจที่เคยปิดตายกำลังกรีดร้องให้เธอปล่อยใจ แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแตะแต้มลงบนผิวแก้ม เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศจนพังทลาย
รินรดาลืมตาขึ้นแล้วรีบคว้าโทรศัพท์มาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ... ‘เมธา’
“รับสิครับ” คีรินทร์ขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก “รับแล้วเปิดลำโพง ให้ผมได้ฟังด้วยว่า ‘คนรักเก่า’ ของคุณมีธุระด่วนอะไร ถึงได้โทรมาหาเลขาของผมในเวลาส่วนตัวแบบนี้”
รินรดากดรับด้วยมือที่สั่นเทา เสียงของเมธาดังลอดออกมาด้วยความเยือกเย็น “ริน... ดีใจที่รับสายนะ ผมรู้ว่าคุณอยู่กับมัน... อย่าได้ลืมเสียล่ะ ว่าความลับที่คุณเก็บไว้ ถ้าผมเปิดเผยออกมาเมื่อไหร่ ชีวิตเลขาสาวแสนดีของคุณจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป”
คีรินทร์กระชากโทรศัพท์ไปจากมือเธอแล้วกดตัดสายทันที ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ได้เต็มไปด้วยความรักอย่างเมื่อครู่ แต่กลับมีความระแวงและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเธอดูตัวเล็กไปถนัดตา
“บอกผมมา รินรดา... ความลับที่คุณซ่อนไว้ มันเกี่ยวข้องกับการที่เมธาพยายามจะทำลายบริษัทผมด้วยใช่ไหม?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งและบีบคั้นจนแทบขาดใจ รินรดามองแววตาที่กำลังเปลี่ยนจากรักเป็นความไม่ไว้ใจของคีรินทร์ แล้วเธอก็รู้ตัวว่าทริปนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นของเขา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซ่อนเงื่อนในครั้งนี้นะคะ
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 12
ทริปดูงานที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!