รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 10

ความห่วงใยในยามดึก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมทานยา ผมจะบังคับให้คุณทานด้วยวิธีที่น่าลำบากใจกว่านี้แน่ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจการสั่งการทว่าสั่นไหวด้วยความกังวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอความชื้นของฝนยามค่ำคืน คีรินทร์นั่งอยู่บนขอบเตียง มือหนาประคองถ้วยโจ๊กอุ่นๆ ไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งวางทาบลงบนหน้าผากเนียนที่บัดนี้ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ รินรดาพยายามปรือตาขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างกาย แววตาของหญิงสาวสะท้อนความอ่อนแรงและสับสน หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีจากสัมผัสที่อบอุ่นนั่นด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ทว่าเรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น “คุณ... กลับไปเถอะค่ะ งานที่บริษัท... คุณยังมีอะไรที่ต้องสะสางอีกมาก” “งานที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้เลขาส่วนตัวของผมหายป่วย” คีรินทร์เอ่ยสวนทันควัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยใช้พิฆาตคู่แข่งทางธุรกิจบัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความห่วงใยที่ปิดไม่มิด เขาตักโจ๊กขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากบางที่แห้งผากของเธอ “ทานซะ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจไม่ได้มาจากอาการป่วยเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากความสับสนที่คีรินทร์มอบให้ ยิ่งเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากอดีตอันขมขื่นก็ยิ่งสั่นคลอนมากขึ้นเท่านั้น เธอรับคำสั่งของเขาอย่างจำยอม ยอมอ้าปากรับรสชาติที่จืดชืดแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาดในความรู้สึก “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้คะ?” เธอถามเสียงแผ่วหลังจากกลืนยาเม็ดสุดท้ายลงคอ พลางมองสบตาเขานิ่ง “สำหรับคุณ... ฉันเป็นแค่ลูกน้องที่มีประโยชน์ไม่ใช่เหรอคะ?” คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะข้างเตียงเบาๆ ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้ม เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ สายตาที่จ้องมองเธอนั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง “ถ้าผมบอกว่าคุณเป็นมากกว่านั้น... คุณจะเชื่อไหม?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย้ายวนราวกับมนตร์สะกด “ผมไม่เคยดูแลใครด้วยตัวเองแบบนี้มาก่อน รินรดา แม้แต่กับคนที่ผมเคยคบหาก็ตาม” หัวใจของรินรดาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอ่อนแอจากพิษไข้ทำให้เธอกล้าที่จะมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น มันไม่มีร่องรอยของการหลอกลวงหรือการเสแสร้งอย่างที่เมธาเคยทำ มีเพียงความปรารถนาที่บริสุทธิ์และรุนแรงจนน่ากลัว “คุณกำลังทำให้ฉัน... หวั่นไหว” เธอสารภาพเสียงสั่น ความจริงที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย คีรินทร์ยกมือขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่รินไหลผ่านพวงแก้มร้อนผ่าวนั้นอย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือของเขาลากไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเธอ สัมผัสที่ปลุกเร้าความรู้สึกซ่านสยิวจนรินรดาต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก “นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจครับ” เขาก้มลงมาใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ความเงียบในห้องดูเหมือนจะทวีความบีบคั้นขึ้น ทุกจังหวะการหายใจของทั้งคู่ดูจะสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนจากความห่วงใยกลายเป็นความพิศวาสที่ไม่อาจหักห้ามใจ ทว่า... ในวินาทีที่คีรินทร์กำลังจะประทับรอยจูบลงบนหน้าผากมน เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเขาก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นเสียงเตือนข้อความที่สั่นสะเทือนไปถึงความรู้สึกของรินรดา เมื่อหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นชื่อของผู้ส่งที่ทำให้สีหน้าของคีรินทร์เปลี่ยนไปในทันที 'เมธา' คีรินทร์ชะงักกึก เขากดเปิดข้อความนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่นัยน์ตาคมจะวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางขยำโทรศัพท์ไว้ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ไอ้สารเลว...” คีรินทร์สบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “รินรดา... ฟังผมนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูห้องนี้ให้ใครเด็ดขาด แม้แต่ผมถ้าผมไม่ได้เป็นคนเคาะด้วยจังหวะเดิมที่เราเคยคุยกันไว้” เขาก้าวพรวดออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและข้อความที่รินรดาเห็นเพียงแวบเดียวผ่านหน้าจอที่สว่างค้างอยู่ว่า *'ของเล่นชิ้นโปรดของคุณ ดูแลดีๆ นะคีรินทร์ เพราะอีกไม่กี่นาที ผมกำลังจะเข้าไปแย่งคืน'* ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเป็นกำลังใจให้รินรดาและคีรินทร์ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%