“ถ้าคุณคิดว่าการเงียบจะช่วยให้ทุกอย่างจบลง คุณกำลังประเมินความอดทนของผมต่ำเกินไปนะ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความคุกคามดังขึ้นจากเงามืดตรงมุมห้องจัดเลี้ยง รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กดัด เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบเมื่อเห็น ‘เมธา’ ยืนพิงผนังด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ มือข้างหนึ่งของเขาควงปากกาโลหะเล่นไปมา แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าด้านบนสะท้อนเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม
“ฉันไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับคุณ คุณเมธา” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่น “และกรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ นี่เป็นงานเลี้ยงของบริษัทเรา”
เมธาหัวเราะหึในลำคอ เขาเดินก้าวสั้นๆ ออกมาสู่แสงไฟ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งถึงดวงตา “สถานที่? สำหรับนักธุรกิจอย่างเรา ที่ไหนที่มีผลประโยชน์ ที่นั่นก็คือสนามรบไม่ใช่หรือไง แล้วดูเหมือนว่าคุณจะเป็น... จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่คีรินทร์ลืมป้องกันเสียด้วย”
รินรดาขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง เธอรู้จักนิสัยของคีรินทร์ดี เขาเป็นคนดุดันและปกป้องของรักยิ่งกว่าอะไร แต่การที่เมธามายืนอยู่ตรงนี้ ในเวลาที่คีรินทร์กำลังสาละวนอยู่กับการต้อนรับแขกวีไอพีในห้องโถงใหญ่ มันหมายความว่าชายตรงหน้าไม่ได้มาดีแน่
“คุณกำลังเสียเวลาเปล่า” รินรดาเชิดหน้าขึ้น “คีรินทร์ไม่ใช่คนที่คุณจะบีบให้ยอมจำนนด้วยเรื่องแค่นี้”
“ใครบอกว่าผมจะบีบคีรินทร์?” เมธาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ “ผมแค่สนใจว่า... ถ้า ‘ของสำคัญ’ ชิ้นหนึ่งของเขาเกิดมีรอยตำหนิ หรือหายไปจากตำแหน่งเดิม เขาจะยังรักษาความเยือกเย็นนั้นไว้ได้นานแค่ไหน”
เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก “อดีตที่ฝังใจคุณในบริษัทเก่า... ผมรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนรินรดา อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเพราะความซื่อสัตย์ที่คุณมีให้ผู้ชายที่มองคุณเป็นแค่ ‘เลขาฯ’ คนหนึ่งเลย”
รินรดาสะบัดหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับอดีตคนรักที่เคยทรยศหักหลังเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจฉายชัดขึ้นมาในสมองเหมือนภาพหลอน แต่วินาทีที่เธอกำลังจะสวนกลับ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงคุ้นตาที่ยืนอยู่ไม่ไกล... คีรินทร์
เขายืนนิ่งอยู่ตรงซุ้มเสา แววตาคมกริบจ้องมองมายังทิศทางที่เธอและเมธายืนอยู่ ท่าทีของเขาสงบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยบรรยากาศกดดันจนบรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาทันที
“คุณรินรดา” เสียงของคีรินทร์แทรกขึ้นมา ราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความอึดอัด “มาทำอะไรตรงนี้ครับ? ผมรอเซ็นเอกสารสรุปยอดอยู่”
เมธาคลี่ยิ้มกว้าง “โอ้... ผมแค่อาสามาต้อนรับคุณรินรดาแทนงานหนักๆ ของคุณน่ะ คีรินทร์ หวังว่าคงไม่ว่ากันนะ”
คีรินทร์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ของเขาบังร่างของรินรดามิดราวกับเป็นปราการที่ไม่มีใครก้าวข้ามได้ มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือของเลขาสาวอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้รินรดารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทว่ามันก็แฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงความไม่พอใจ
“ผมว่าคุณคงมีแขกคนอื่นให้ดูแลเยอะพอแล้วนะเมธา ส่วนคุณรินรดา... กลับไปกับผม”
คีรินทร์ลากเธอเดินออกมาโดยไม่หันไปมองคู่ปรับเก่าอีก รินรดาพยายามก้าวตามจังหวะของเขา แม้จะรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังข่มอารมณ์โกรธจัดอยู่ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย เขาพาเธอเดินลัดเลาะผ่านสวนหลังห้องจัดเลี้ยงจนมาถึงมุมมืดที่เงียบสงัด ก่อนจะหมุนตัวกลับมาต้อนเธอจนชิดผนังหินอ่อน
“เขาพูดอะไรกับคุณบ้าง” คีรินทร์ถาม เสียงของเขาต่ำพร่า มือข้างหนึ่งยันผนังไว้เหนือศีรษะเธอ ส่วนอีกข้างเชยคางเธอขึ้นให้สบตา “บอกผม... อย่าให้ผมต้องได้ยินจากปากคนอื่น”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น เธอเห็นความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว เธอรู้ดีว่าหากบอกความจริงเรื่องที่เมธาขุดคุ้ยอดีตของเธอ มันจะกลายเป็นการเปิดแผลที่เธอพยายามลืม แต่เมื่อสบกับความอบอุ่นที่เขามอบให้เสมอมา เธอก็ไม่สามารถโกหกเขาได้
“เขา... เขาพูดเรื่องอดีตของฉัน” เธอตอบเสียงสั่น “เขากำลังจะใช้มันเป็นเครื่องมือ”
คีรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนผิวแก้ม “เขาไม่มีวันได้ทำแบบนั้น เพราะผมจะไม่ยอมให้รอยร้าวในอดีตของคุณ มาทำลายปัจจุบันที่คุณอยู่กับผม”
เขาจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ เป็นจูบที่ดูหวงแหนและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่เกินกว่าเจ้านายกับเลขานุการจะพึงมี ทว่าในขณะที่รินรดากำลังจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของเธอก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
เธอกดดูข้อความที่ส่งเข้ามาในแอปพลิเคชันลับที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอติดตั้งไว้ มันเป็นไฟล์ภาพที่ถูกส่งจากหมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน
ภาพในหน้าจอคือภาพถ่ายของคีรินทร์เมื่อสิบนาทีก่อน... ในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าออกจากห้องทำงานส่วนตัว แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนสั่นสะท้าน ไม่ใช่ภาพของเขา
แต่เป็นภาพ ‘ซองจดหมายสีน้ำตาล’ ที่เขากำลังถืออยู่ในมือ... มันคือซองเอกสารที่เธอจำได้แม่นว่าเคยถูกขโมยไปจากห้องทำงานของเธอเมื่อสามวันก่อน และข้างในนั้นคือหลักฐานสำคัญที่สามารถทำลายอาชีพการงานของคีรินทร์ได้ทั้งหมด!
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือสั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงหล่น เธอเงยหน้าขึ้นมองคีรินทร์ที่ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... นี่เขาเป็นคนทำจริงหรือ? หรือเขากำลังถูกใครบางคนป้ายสีกันแน่?
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 9
เงาแค้นที่คืบคลาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!