รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 8

ความลับที่รินรดาซ่อนไว้

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณไม่ควรเก็บหลักฐานพวกนี้ไว้ในลิ้นชักที่เปิดออกได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวทำให้รินรดาชะงักกึก ปลายปากกาในมือสั่นไหวจนน้ำหมึกซึมลงบนกระดาษเอกสารสัญญาที่เธอกำลังตรวจสอบ เธอหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานของเธออยู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มีความอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขามองเธอ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ในมือของชายหนุ่มถือแฟ้มสีน้ำตาลอ่อน—แฟ้มที่เธอพยายามซ่อนมันไว้ใต้กองเอกสารของบริษัทมานานหลายสัปดาห์ “บอสคะ... คือ...” รินรดาพยายามเค้นเสียงออกมา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง เธอไม่ได้กลัวการถูกไล่ออก แต่นั่นคือ ‘กล่องแพนโดร่า’ ที่เธอฝังมันลงดินไปนานแล้ว คีรินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนประจำตัวของเขาขยายอาณาเขตจนเธอรู้สึกเหมือนพื้นที่ส่วนตัวกำลังถูกรุกราน เขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียงปึกที่ดังขึ้นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “รูปพวกนี้... รายการเดินบัญชีพวกนี้... และลายเซ็นของเมธาที่อยู่ท้ายเอกสารกู้ยืมเงินก้อนโตนั่น” คีรินทร์เอ่ยพลางใช้สายตากวาดมองใบหน้าของเลขาสาว “คุณกำลังบอกผมว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่แข่งของผมมาตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาทำงานที่นี่อย่างนั้นเหรอ?” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกแต่ยังคงจ้องมองตอบเขา “มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะคะคีรินทร์... รินไม่เคยคิดจะทรยศคุณ” “แล้วหลักฐานที่มัดตัวว่าคุณได้รับเงินโอนจากบัญชีลับของเมธาล่ะ?” เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก “อย่าบอกนะว่านั่นเป็นเงินบริจาคการกุศล หรือว่าเป็นค่าตอบแทนความภักดีที่คุณมอบให้เขา ก่อนจะมาสวมรอยเป็นเลขาสุดเนี๊ยบของผม!” “รินถูกบังคับ!” เธอสวนกลับด้วยเสียงที่ดังพอจะทำลายความเงียบในห้องทำงาน “ตอนนั้นรินไม่มีทางเลือก... เมธาเขารู้เรื่องอดีตของครอบครัวริน เขาขู่จะเปิดโปงทุกอย่างเพื่อทำลายชื่อเสียงของพ่อรินที่เสียไปแล้ว” ความโกรธของคีรินทร์ดูเหมือนจะชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเดือดดาลเป็นความสับสนที่ซับซ้อนขึ้น “อดีตงั้นเหรอ? อดีตที่ว่านั่นสำคัญขนาดต้องยอมก้มหัวให้ศัตรูของผมเชียวหรือไง” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนไหลย้อนกลับมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก เธอจำได้แม่นถึงวันที่เข็มนาฬิกาหยุดเดินในความรู้สึกของเธอ วันที่ชายคนรักในอดีตใช้ชื่อของเธอไปฟอกเงินจนเธอต้องเกือบติดคุก และเมธาคือคนที่ยื่นมือเข้ามา ‘ช่วยเหลือ’ ในเวลานั้น... โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นอิสรภาพและวิญญาณของเธอ “คีรินทร์คะ... ถ้าหากรินบอกความจริงไปทั้งหมด คุณจะยังคงมองรินด้วยสายตาแบบนี้อยู่อีกไหม” เธอถามเสียงแผ่ว ความหวั่นไหวในดวงตาของเธอทำให้คีรินทร์นิ่งอึ้ง เขาไม่ใช่คนโง่ เขาเห็นถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่เธอสวมใส่มาตลอด มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่แก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนบางอย่างที่ทำให้รินรดาน้ำตารื้น “ผมให้โอกาสคุณอธิบาย... ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับเลขานุการ แต่ในฐานะผู้ชายที่กำลังเริ่มจะห่วงใยคุณมากกว่าที่ควรจะเป็น” รินรดาสะอื้นเบาๆ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหัก หากเธอพูดออกไป เธออาจจะสูญเสียเขาไปตลอดกาล แต่ถ้าเธอเงียบ ความเข้าใจผิดนี้จะกัดกินจนไม่เหลือที่ยืนให้เธออีกต่อไป เธอกำลังจะเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ถูกผนึกไว้ในความทรงจำสีเทาหม่น ทว่าทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเธอก็ดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกัน ทั้งคู่หันไปมองหน้าจอแสดงหมายเลขที่โทรเข้ามา มันคือเบอร์ของ ‘เมธา’ คีรินทร์ขมวดคิ้วแน่น เขาเอื้อมมือไปกดรับสายแทนรินรดาแล้วเปิดลำโพง เสียงทุ้มแหบพร่าจากปลายสายดังลอดออกมาอย่างเยือกเย็น “รินรดา... ฉันหวังว่าเธอคงไม่ลืมนะว่าถ้าคีรินทร์รู้ความจริงเรื่องที่เธอเป็นคนปล่อยข้อมูลการประมูลให้ฉันเมื่อสามปีก่อน ชีวิตเธอจะพังพินาศแค่ไหน... อ้อ แล้วก็คืนนี้อย่าลืมเอาเอกสารชุดสุดท้ายไปให้ฉันที่เดิมด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้เช้า รูปถ่ายนั่นจะถูกแปะอยู่บนโต๊ะทำงานของซีอีโอหนุ่มสุดหล่อของเธอแน่นอน” คีรินทร์ค่อยๆ หันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธแค้นประทุขึ้นในดวงตาคู่คมของเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันรุนแรงและเย็นชาจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง เขาไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากขว้างโทรศัพท์เครื่องนั้นทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย แล้วก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นอยู่ในความมืดสลัวของห้องทำงานที่ดูจะกว้างขวางและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะปิดประตู เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น “สวัสดีค่ะรินรดา... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ จำได้ไหมว่าฉันคือใคร?” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%