รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 41

ดินเนอร์ใต้แสงเทียน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ภาพนี้... คุณรินรดาแน่ใจใช่ไหมว่ามันมาจากแหล่งที่มาเดียวกับเมื่อสามปีก่อน?” เสียงทุ้มต่ำของคีรินทร์ที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ไม่ได้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว หากแต่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารที่แฝงมากับความเยือกเย็น เขาวางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงแตะขอบแก้วไวน์แดงที่เพิ่งรินไว้ไม่นาน รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เธอจำลายเซ็นดิจิทัลที่ซ่อนอยู่ในไฟล์ภาพนั้นได้แม่นยำ มันคือรอยแผลเป็นที่เธอพยายามลบออกจากความทรงจำมาตลอดสามปี “เมธา... เขาไม่ได้แค่ต้องการแย่งงานประมูลของเราค่ะ” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณนักสู้ “เขากำลังเล่นเกมล้างแค้นที่ดึงเอาอดีตของฉันมาเป็นหมากตัวสำคัญ” คีรินทร์ละสายตาจากหน้าจอ เปลี่ยนมาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความดุดันที่เขาใช้จัดการคู่แข่ง แต่มันคือความอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยคำมั่นสัญญา เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะมากุมมือที่เย็นเฉียบของหญิงสาวไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้เกือบจะไหลริน “ถ้าเขากล้าดึงคุณเข้ามาในเกมของเขา ก็เท่ากับว่าเขาได้ประกาศสงครามกับผมโดยตรง” เขาขยับตัวลุกขึ้น เดินอ้อมมาหยุดยืนข้างเก้าอี้ของเธอ “คืนนี้เราควรจะลืมเรื่องพวกนั้นไปก่อน... อย่างน้อยก็จนกว่าจะจบมื้ออาหารนี้ เพราะนี่คือคืนแห่งการฉลองชัยชนะเบื้องต้นของเรา ไม่ใช่หรือคะ?” เขาส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังพนักงานบริการส่วนตัวที่เตรียมห้องอาหารไว้เนรมิตราวกับงานเลี้ยงในฝัน แสงเทียนสีทองอร่ามบนเชิงเทียนเงินวับวาวสะท้อนในดวงตาของคีรินทร์ ราวกับจะสะกดให้รินรดาจมดิ่งลงไปในความลุ่มหลงที่เขามอบให้ บรรยากาศในห้องอาหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวและอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศอบอวลไปทั่ว รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับการปกป้องจากอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร คีรินทร์บรรจงตักอาหารมาวางตรงหน้าเธอด้วยความใส่ใจ เขาคอยรินไวน์และชวนคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน เพื่อดึงเธอออกมาจากห้วงความคิดที่แสนเลวร้าย “คุณรู้ไหมริน... ตั้งแต่วันที่คุณก้าวเข้ามาเป็นเลขาส่วนตัว ผมไม่เคยมีคืนไหนที่สงบสุขเท่าคืนนี้เลย” เขาเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าของเธอ “ไม่ใช่เพราะงานที่ผ่านไปได้ด้วยดี แต่เพราะผมได้เห็นคุณยิ้มออกมาจริงๆ โดยไม่ต้องมีกำแพงปิดกั้นเหมือนทุกครั้ง” รินรดาละสายตาลง มองดูไวน์ในแก้วที่สั่นไหวตามจังหวะหัวใจ “บางที... กำแพงที่ฉันสร้างขึ้น มันอาจจะพังทลายลงเพราะความใจดีของคุณมากเกินไปก็ได้นะคะ คุณคีรินทร์” “งั้นก็ปล่อยให้มันพังไปเถอะค่ะ” เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “เพราะในซากปรักหักพังนั้น ผมตั้งใจจะสร้างที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุดให้คุณเอง” เขาประทับริมฝีปากลงบนหลังมือของเธออย่างนุ่มนวลและเย้ายวน เป็นสัมผัสที่ไม่ได้จาบจ้วง แต่กลับปลุกเร้าความปรารถนาในใจของรินรดาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นที่โหยหามาเนิ่นนาน ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหวราวกับจะเต้นระบำไปกับความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นในเงามืด ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนหวาน เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่วางอยู่อีกฝั่งกลับดังขึ้นทำลายความเงียบนั้น คีรินทร์ชะงัก รินรดาลืมตาขึ้นด้วยความฉงน เขาลุกไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นนั้นขึ้นมาดูเพียงชั่วครู่ ทันใดนั้น แววตาที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นแววตาของนักล่าที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับศัตรู “ริน... คุณบอกว่าคนส่งภาพนี้มาคือคนเดียวกับเมื่อสามปีก่อนใช่ไหม” เขาถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น “แล้วถ้าผมบอกว่า... ขณะนี้ คนคนนั้นกำลังนั่งอยู่ในล็อบบี้โรงแรมข้างล่างนี้ และเขาส่งข้อความมาบอกผมว่า ‘ยินดีด้วยกับการฉลองที่แสนหวาน... แต่หวังว่าคุณคงไม่ลืมนะว่าของขวัญชิ้นต่อไปกำลังจะตามมาถึงห้องคุณในไม่ช้า’ ” คีรินทร์หันไปมองบานประตูใหญ่ของห้องเพนต์เฮาส์ที่ปิดสนิทอยู่อย่างเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเริ่มดังก้องขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก ตรงมายังหน้าห้องของพวกเขาในจังหวะที่มั่นคงและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นพนักงานโรงแรมทั่วไป ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำครั้งนี้กับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%