รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 40

หัวใจที่แข็งแกร่งขึ้น

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณคิดว่าฉันจะพังทลายลงเพราะคำลวงของคุณได้ง่ายขนาดนั้น คุณก็ประเมินค่ารินรดาคนนี้ต่ำเกินไปแล้วค่ะ คุณเมธา” น้ำเสียงของหญิงสาวเรียบนิ่ง ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าไหมชั้นดี รินรดาวางเอกสารชุดสุดท้ายลงบนโต๊ะทำงานของชายตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอยังคงมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย แม้ในใจจะกำลังพายุโหมกระหน่ำเพียงใดก็ตาม เมธาหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมปลาบจ้องมองเลขาสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าควบคุมได้ง่ายเหมือนหมากบนกระดาน “โถ่ ริน... อย่าทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย ในเมื่อหลักฐานมัดตัวคีรินทร์ชัดเจนขนาดนี้ เธอจะเอาความเชื่อมั่นโง่ๆ นั่นมาจากไหน? หรือว่าเธอแค่พยายามยื้อเวลา เพื่อรอวันที่เขาจะเขี่ยเธอทิ้งเหมือนที่คนก่อนๆ โดน” รินรดาไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ เธอเพียงขยับยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่รอยยิ้มของหญิงสาวที่อ่อนแอ แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ ‘ตื่นรู้’ จากฝันร้าย “สิ่งที่ผ่านไปแล้วมันสอนให้ฉันรู้ว่า ใครคือคนที่หวังดี และใครคือคนที่หวังทำลาย” เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงสร้างแรงกดดันมหาศาล “ความไว้วางใจที่พังลงน่ะหรือคะ? ใช่ค่ะ... มันพังลงแล้ว แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาคือสายตาที่ชัดเจนขึ้น ฉันเห็นว่ารอยร้าวพวกนั้นไม่ได้เกิดจากคีรินทร์หรอก แต่มันเกิดจากมือสกปรกของคุณที่พยายามจะยัดเยียดให้ฉันมองเห็นในสิ่งที่คุณต้องการ” รินรดาหันหลังเดินออกจากห้องนั้นทันที โดยไม่รอฟังคำปฏิเสธหรือคำลวงจากศัตรูอีกต่อไป หัวใจของเธอในตอนนี้เต้นจังหวะที่ต่างออกไป มันไม่ได้สั่นรัวด้วยความกลัว แต่มันเต้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอและเขา เมื่อก้าวออกมาถึงโถงทางเดินอันเงียบสงัด รินรดาก็ต้องชะงักเท้า กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่ปลายจมูก เธอมองเห็นแผ่นหลังกว้างของคีรินทร์ยืนหันหลังให้ เขาดูโดดเดี่ยวและเหนื่อยล้าเกินกว่าที่ซีอีโอหนุ่มผู้ทะเยอทะยานควรจะเป็น “คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติ คีรินทร์หมุนตัวกลับมา สายตาของเขาที่มองมายังเธอนั้นซับซ้อน มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา “ผมไม่คิดว่าคุณจะอยากเจอหน้าผมอีก หลังจากที่ผม... ทำตัวงี่เง่าใส่คุณวันนั้น” “ฉันไม่เคยคิดว่าคุณงี่เง่าค่ะ” เธอเดินเข้าไปหาเขา สบตาคมคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง “ฉันแค่คิดว่าเราต่างก็เป็นมนุษย์ที่มีบาดแผล และบางครั้งบาดแผลนั้นก็ทำให้เรามองไม่เห็นความจริงตรงหน้า แต่คีรินทร์คะ... ความรักที่มันแข็งแกร่ง ไม่ใช่ความรักที่ไม่เคยทะเลาะกัน หรือไม่เคยระแวงกัน แต่มันคือการที่มือสองข้างยังจับกันแน่นแม้จะอยู่กลางพายุ” คีรินทร์นิ่งอึ้ง เขาเอื้อมมือขึ้นมาเหมือนจะแตะใบหน้าของเธอ แต่กลับชะงักกลางอากาศ รินรดาเป็นฝ่ายคว้ามือใหญ่ข้างนั้นมาแนบกับแก้มของเธอเอง ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของเขามันยืนยันตัวตนของเขาได้ดีกว่าคำแก้ตัวใดๆ “ผมเกือบจะเสียคุณไปเพราะความโง่เขลาของตัวเอง” เขาพึมพำ เสียงนั้นสั่นพร่า “วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังคำขอโทษ แต่ฉันมาเพื่อจะบอกว่า... ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะพยายามขีดเส้นกั้นระหว่างเราอีก ฉันจะเป็นคนลบมันออกเองค่ะ” บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจของทั้งคู่ผสานกัน คีรินทร์โอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือลงเพียงนิด เธอจะสลายหายไปกับเงาจันทร์ที่ทอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เสียงโทรศัพท์ของคีรินทร์ก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าคมเข้มก็เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งเครียดที่ยากจะปิดมิด เขาค่อยๆ ปล่อยรินรดาออกช้าๆ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกลับ “ริน... มีบางอย่างที่คุณต้องรู้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและหนักแน่น “ภาพถ่ายที่ส่งมาให้คุณในวันนั้น... มันไม่ได้มาจากเมธาเพียงคนเดียว” รินรดาขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไงคะ?” คีรินทร์ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอเห็น ข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ มันคือเบอร์โทรศัพท์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เบอร์ของคนที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดในอดีต “คนส่งภาพนี้มา... คือคนเดียวกับคนที่ทำลายชีวิตคุณเมื่อสามปีก่อน” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%