รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 27

อันตรายที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ลดปืนลงเถอะค่ะ... คุณนันทนา ความภักดีที่เคยมีให้กันตลอดห้าปี มันไม่มีค่าพอจะแลกกับกระสุนนัดเดียวหรอกนะคะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวราวกับกลองรบ นัยน์ตาคมกริบของเลขาสาวจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า นันทนา เลขาหน้าห้องที่เธอไว้ใจเหมือนน้องสาวแท้ๆ กำลังถือปืนเล็งมาที่เธอด้วยมือที่สั่นเทา "ห้าปีที่ฉันเป็นแค่เงาให้คุณไงคะรินรดา!" นันทนาตะโกนกลับ แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "คุณรับคำชม คุณรับโบนัส คุณคือคนที่คุณคีรินทร์เชื่อใจ ส่วนฉัน... เป็นได้แค่คนจดบันทึกตารางงานและชงกาแฟ! คุณไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่าฉันต้องแลกอะไรไปบ้างเพื่อให้ได้ยืนอยู่ตรงนี้" "ถ้าคุณต้องการตำแหน่ง หรือต้องการเงิน ดิฉันพร้อมจะสนับสนุน แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้ นันทนา... คุณกำลังทำลายชีวิตตัวเอง" "ชีวิตฉันมันพังไปตั้งแต่เริ่มรักเขาแล้ว!" นันทนาเหวี่ยงปืนไปทางประตูระเบียงที่เปิดออกรับลมยามค่ำคืน รินรดาฉวยโอกาสที่คู่กรณีเสียสมาธิพุ่งตัวเข้าใส่ เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องทำงานหรู แต่เป้าหมายไม่ใช่ร่างของรินรดา ทว่ากระสุนเฉี่ยวผ่านไหล่ของเธอไปเจาะเข้าที่ตู้เอกสารด้านหลังจนกระจกแตกกระจาย รินรดาคว้าข้อมือของนันทนาไว้ได้แน่น ก่อนจะบิดจนปืนร่วงหล่นลงพื้น เธอไม่ได้ต้องการทำร้ายอีกฝ่าย แต่ความโกลาหลนี้ทำให้เธอรู้ว่า... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความริษยา แต่มันคือแผนการที่ถูกวางไว้เป็นระบบ "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของคีรินทร์ที่กลับเข้ามาพอดีเมื่อได้ยินเสียงปืน "คุณคีรินทร์! อย่าเข้ามาค่ะ!" รินรดาร้องเตือน แต่มันสายเกินไป นันทนาอาศัยจังหวะชุลมุนสลัดตัวหลุด ก่อนจะวิ่งหายไปในเงามืดของทางเดินทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว คีรินทร์รีบปราดเข้ามาประคองรินรดาที่ทรุดลงกับพื้นด้วยอาการสั่นเทา มือหนาอบอุ่นไล้ไปตามใบหน้าของเธออย่างร้อนรน "ริน... คุณเป็นอะไรไหม ผมขอโทษที่มาช้า" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความสั่นเครือ เขากอดเธอไว้แน่น ราวกับจะถ่ายทอดความมั่นคงให้กัน "ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เมธา... เขากำลังเคลื่อนไหว นันทนาแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่เขาใช้หลอกล่อเรา" รินรดาซบหน้าลงกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับความเครียดทำให้เธอเริ่มตั้งสติได้ "เราต้องรีบออกจากที่นี่ คีรินทร์... สัญชาตญาณดิฉันบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว" คีรินทร์พยักหน้า เขาพารินรดาเดินไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างระมัดระวัง บรรยากาศเงียบงันของตึกสำนักงานในยามวิกาลดูผิดปกติ ไฟทางเดินที่เคยสว่างกลับกะพริบถี่ๆ ราวกับจะดับลงทุกขณะ ทันทีที่เขาสตาร์ทรถยนต์หรูคันงามและแล่นออกจากอาคาร คีรินทร์ก็สังเกตเห็นความผิดปกติผ่านกระจกมองหลัง รถกระบะสีดำคันหนึ่งขับตามมาด้วยความเร็วที่พยายามบีบให้รถของพวกเขาเบียดเข้าข้างทาง "รัดเข็มขัดให้แน่นนะริน" คีรินทร์สั่งสั้นๆ มือหนากระชับพวงมาลัยแน่น เขาทิ้งน้ำหนักเท้าลงบนคันเร่ง รถยนต์หรูพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังถูกล่า "เมธาจะเอาชีวิตคุณหรือคะ?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เขาไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต เขาต้องการพังทลายทุกอย่างที่ผมสร้างมา รวมทั้งคุณด้วย" คีรินทร์กัดฟันตอบ สายตามุ่งมั่นมองถนนข้างหน้า รถของพวกเขาเลี้ยวเข้าสู่ทางด่วนสายเปลี่ยว แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รถบรรทุกคันใหญ่พุ่งออกมาจากทางแยกโดยไม่มีสัญญาณไฟ คีรินทร์ตัดสินใจหักพวงมาลัยหลบกะทันหัน เสียงล้อบดถนนดังสนั่นจนน่าหวาดเสียว รถหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะกระแทกเข้ากับราวเหล็กกั้นถนนอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง กลิ่นน้ำมันเครื่องคลุ้งไปทั่วบริเวณ เธอหันไปมองคีรินทร์ที่ฟุบอยู่กับพวงมาลัย เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากขมับของเขา "คีรินทร์... ตื่นสิคะ คีรินทร์!" เธอพยายามเขย่าตัวเขาด้วยมือที่สั่นเทา แต่นิ่งสนิท ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง รินรดากลั้นหายใจ เธอหันไปมองผ่านกระจกที่แตกละเอียด เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนถืออาวุธครบมือเดินตรงมาที่รถ รินรดาควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน แต่มันกลับไร้สัญญาณ เธอจึงตัดสินใจหยิบปืนพกเล็กๆ ที่คีรินทร์เคยให้เธอพกติดตัวไว้ในช่องเก็บของด้านหน้าออกมา มันคือทางเลือกเดียวในสถานการณ์ความเป็นตายนี้ ทว่าก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะถึงตัวรถ ประตูฝั่งคนขับก็ถูกกระชากเปิดออกโดยใครบางคนที่เธอคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่... ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากรถที่ชนอยู่ เขาไม่ได้มาพร้อมอาวุธ แต่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้รินรดาต้องเย็นวาบไปทั้งสันหลัง "คุณเมธา..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า เมธายื่นมือเข้ามาหาเธอ พร้อมกับพูดประโยคที่ทำลายความหวังสุดท้ายของเธอลงจนหมดสิ้น "ดูเหมือนว่าคนรักของคุณจะหมดเวลาแล้วนะรินรดา... แต่ไม่ต้องห่วง ผมยังใจดีพอที่จะให้คุณเลือก ระหว่างตายไปพร้อมกับเขาที่นี่ หรือยอมเป็นของผม เพื่อแลกกับลมหายใจของเขา... จะเลือกอะไรดีล่ะครับ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและคีรินทร์ในค่ำคืนที่แสนอันตรายนี้นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่ารินรดาจะตัดสินใจอย่างไร เพื่อรักษาลมหายใจของคนที่เธอรักไว้ได้ โดย "ละอองดาวเดือนเก้า" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%