รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 18

การลอบกัดของศัตรู

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ดิฉันบอกแล้วไงคะว่าเอกสารนั่นไม่ได้อยู่ในความดูแลของดิฉันตั้งแต่นาทีที่คีรินทร์สั่งให้ย้ายแฟ้มเข้าเซฟ!” น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางสายตาเย็นชาของคนนับสิบที่ยืนรายล้อมอยู่หน้าห้องทำงานใหญ่ ความเงียบงันที่กดทับลงมาเหมือนอากาศที่ถูกสูบออกไปจากห้องนี้ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุมกัดกินหัวใจราวกับมดนับพันตัว เธอไม่เคยเป็นคนทรยศ และไม่เคยคิดจะหักหลังคนที่เธอ... แอบมอบใจให้ไปเกินกว่าคำว่าเจ้านาย คีรินทร์ยืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงระยับนั้นดูดุดันและห่างเหินจนน่าใจหาย เขานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีหยดน้ำใสคลอหน่วย “รินรดา... ผมให้โอกาสคุณพูดอีกครั้ง” เสียงของเขาต่ำและนิ่งสนิท มันน่ากลัวยิ่งกว่าการตวาด “ในเมื่อคีย์การ์ดห้องเก็บเอกสารมีแค่ผมกับคุณ ใครกันที่เข้ามาในห้องตอนตีสองเมื่อคืน... และถ้าไม่ใช่คุณที่ทำ ใครกันที่ปลดล็อกระบบความปลอดภัยโดยไม่ทิ้งร่องรอยการงัดแงะ” “ดิฉันไม่ทราบค่ะ!” เธอสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บแปลบ “ดิฉันไม่ได้กลับเข้ามาที่บริษัทหลังเลิกงานเลย คุณจะเชื่อใจดิฉันบ้างไม่ได้เลยหรือคะ คีรินทร์...” คำว่า ‘เชื่อใจ’ ดูเหมือนจะกลายเป็นคำต้องห้ามในวินาทีนี้ คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทีของเขาที่เคยอบอุ่น อ่อนโยน และมักจะดูแลเอาใจใส่เธอในเรื่องเล็กน้อยเสมอในเวลาส่วนตัว บัดนี้เหลือเพียงความเหินห่างที่เย็นเยียบ ในมุมมืดของโถงทางเดิน ‘เกริก’ ลูกน้องคนสนิทของเมธา แอบมองเหตุการณ์ผ่านช่องว่างของเสาปูน มุมปากของเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงกำซองเอกสารสำคัญที่เพิ่งขโมยมาได้จากห้องทำงานของรินรดาไว้แน่น เขาไม่ได้ทำลายระบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงหรอก แต่มันคือการใช้ช่องโหว่ของหัวใจ... เขาใช้กุญแจสำรองที่รินรดาเคยทำหายเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขานั่นเองที่เป็นคนเก็บได้ เขาแอบสังเกตความสัมพันธ์ของเจ้านายกับเลขาสาวคนนี้มานาน เมธาสั่งไว้ว่า ‘หากอยากทำลายคนเก่งที่สุด ก็ต้องทำลายความเชื่อใจของคนที่เขารักที่สุดก่อน’ และดูเหมือนแผนการนี้จะเดินหน้าไปได้สวยงามจนน่าชื่นชม “ถ้าคุณไม่ยอมรับความผิด ก็คงต้องให้ฝ่ายบุคคลเป็นคนตัดสินนะคะ” เสียงของหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่ยืนอยู่ข้างๆ แทรกขึ้นมาด้วยท่าทีเห็นใจแบบจอมปลอม “รินรดา... น้องรัก น้องก็รู้ว่าสถานการณ์บริษัทตอนนี้ล่อแหลมแค่ไหน การที่เอกสารประมูลโครงการยักษ์ใหญ่หายไป มันหมายถึงเรากำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัว” รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เธอไม่ได้ห่วงชื่อเสียงตัวเอง แต่เธอกำลังห่วง ‘เขา’ ที่กำลังถูกเมธาเล่นงานจากความประมาทของเธอเอง (หรือคนที่ทำให้เธอเข้าใจว่ามันคือความประมาท) เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สบตาคีรินทร์ที่ดูเหมือนจะเจ็บปวดลึกๆ แต่ก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ภายใต้ความเย็นชา “ถ้าคุณคิดว่าดิฉันทำ... คุณก็ควรทำตามหน้าที่ค่ะ ไม่ต้องเว้นระยะห่างให้ดิฉัน เพราะคนอย่างดิฉัน ถ้าไม่ได้ทำ ก็คือไม่ได้ทำ” เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ก่อนจะหันหลังเดินแทรกผ่านฝูงชนออกมาด้วยท่าทีที่ยังคงสง่าผ่าเผย แม้ในใจจะแตกสลายไปแล้วก็ตาม คีรินทร์มองตามหลังหญิงสาวไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสับสนลึกๆ เขารู้ดีว่ารินรดาไม่ใช่คนแบบนั้น แต่หลักฐาน... หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอหมดสิ้น ราวกับมันถูกเซตมาเพื่อให้เขาสิ้นหวังในตัวเธอโดยเฉพาะ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังปลายทางที่เขาเองก็ไม่คิดว่าวันนี้ต้องพึ่งพา “หาให้เจอ... ว่าใครเป็นคนทำ ถ้าไม่เช่นนั้น ฉันจะเผาบริษัทตัวเองทิ้งเสียดีกว่าต้องยอมเสียเธอไปเพราะคนเลวๆ อย่างเมธา” ในเวลาเดียวกัน ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน รินรดาเดินไปถึงรถของเธอ เธอหยิบกุญแจรถขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกระดาษโน้ตสีขาวแปะอยู่บนกระจกหน้า เธอหยิบมันขึ้นมาอ่าน ลายมือหวัดๆ นั้นอ่านได้ความว่า: *‘อย่าเพิ่งรีบไปสิครับคนสวย... เอกสารที่หายไปน่ะ อยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่าที่คุณคิด และถ้าอยากได้มันคืน เพื่อเอาไปกู้เกียรติให้ตัวเอง ก็ลองมาหาผมที่โกดังร้างท้ายท่าเรือตอนเที่ยงคืนนี้... หวังว่าคุณจะมาคนเดียว โดยไม่บอกคุณคีรินทร์นะครับ’* ใต้ข้อความนั้นคือตราประทับรูปงูจงอาง... สัญลักษณ์ของเมธา! รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเธอรู้ทันทีว่านี่คือกับดัก แต่ถ้าเธอไม่ไป ความจริงที่ว่าเธอเป็นคนผิดก็จะถูกฝังลึกไปตลอดกาล ทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งสาดส่องเข้ามาที่ตัวเธอจนต้องยกมือขึ้นบัง แสงนั้นจ้าเสียจนเธอมองไม่เห็นว่าใครอยู่ในรถ แต่เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นจากความเงียบ “ถ้าคุณไปที่นั่น... คุณจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย รินรดา” ร่างสูงของคีรินทร์ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นใหญ่ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจริงๆ “คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะปล่อยให้คุณเดินไปตายโดยที่ผมไม่รู้อะไรเลย?” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดาและคีรินทร์ในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะคอยเป็นกำลังใจให้พวกเขาผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้ค่ะ ด้วยรักจากใจ... ละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%