รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 19

คำตำหนิที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ปล่อยนะคะคุณคีรินทร์... คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวรินแบบนี้!” รินรดาพยายามบิดข้อมือที่ถูกพันธนาการด้วยอุ้งมือแกร่ง แรงบีบที่ไม่ได้เบาลงเลยทำให้ผิวขาวจัดของเธอขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าสิ่งที่เจ็บกว่ากลับเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวของชายหนุ่มตรงหน้า คีรินทร์ไม่ได้ปล่อย เขาทำเพียงแค่ดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาใกล้จนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยอารมณ์โกรธจัด “ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าและสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ “ในเมื่อคุณเอาตัวไปเสี่ยงกับเกมสกปรกของเมธาโดยไม่บอกผมสักคำ แล้วคุณยังจะมาเรียกร้องสิทธิ์อะไรอีกรินรดา!” “มันไม่ใช่ธุระของคุณ!” เธอสวนกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่ก็พยายามดัดให้แข็งกร้าว “รินดูแลตัวเองได้ และรินก็ไม่ได้ร้องขอให้ใครมาเป็นห่วง... โดยเฉพาะคุณ” ประโยคนั้นดูเหมือนจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สาดลงบนกองไฟที่คุกรุ่นอยู่ในอกของคีรินทร์ เขาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะผลักร่างเธอชิดกับเสาต้นใหญ่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าเนียนใสของเธอราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่ปิดตาย “ดูแลตัวเองได้? คุณเรียกการเอาตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อเมธาว่าการดูแลตัวเองงั้นหรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมปลาบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “ถ้าวันนั้นผมไปไม่ทัน หรือถ้าผมไม่ได้ตามคุณมา... คุณคิดเหรอว่าคุณจะเดินกลับออกมาได้อย่างภาคภูมิใจแบบนี้ รินรดา? คุณมันก็แค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่หลงเชื่อคนเลวๆ อย่างมัน แล้วก็ทำตัวเป็นนางเอกผู้เสียสละทั้งที่จริงๆ แล้วคุณก็แค่ ‘เครื่องมือ’ ที่ไร้ราคาชิ้นหนึ่งเท่านั้น!” คำว่า ‘เครื่องมือที่ไร้ราคา’ ราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของรินรดา ร่างบางชาวาบไปทั้งตัว ดวงตาคู่สวยที่เคยเด็ดเดี่ยวเบิกกว้างขึ้น น้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นออกมาโดยที่เธอไม่สามารถกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไป คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาแตกสลายของเธอ เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้ถ้อยคำที่รุนแรงถึงเพียงนั้น แต่มันเป็นเพราะความกลัว... ความกลัวที่เกาะกุมหัวใจเขามาตลอดหลายชั่วโมงที่ตามหาเธอ มันทำให้เขาสติหลุดจนพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป “ริน... ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...” เขาพึมพำ มือที่เคยบีบข้อมือเธออ่อนแรงลงและพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่บาง “หมายความว่ายังไงคะ?” รินรดาแค่นยิ้มทั้งน้ำตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คุณก็คิดแบบนั้นมาตลอดใช่ไหม? ว่ารินเป็นแค่เลขาที่ขี้ขลาด เป็นแค่ผู้หญิงที่ยอมให้ใครต่อใครปั่นหัว... ถ้าคุณคิดแบบนั้นจริงๆ ก็ปล่อยรินไปเถอะค่ะ จะมาตามหา ทำตัวเป็นห่วงเป็นใยให้รินรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายไปเพื่ออะไร ในเมื่อสุดท้ายแล้ว คุณก็มองเห็นรินเป็นแค่คนโง่คนหนึ่ง” เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง คราวนี้เขายอมปล่อยโดยง่ายเพราะความตกตะลึงในความเปราะบางที่เธอแสดงออกมา รินรดารีบหมุนตัววิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟ แผ่นหลังบางที่สั่นเทาจากการสะอื้นนั้นทิ้งความรู้สึกเจ็บปวดไว้ให้คนมองอย่างคีรินทร์จนเขาแทบจะหายใจไม่ออก เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมา เขาพลาดไปแล้ว... พลาดอย่างมหันต์ที่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายกำแพงที่เขาใช้เวลาฟูมฟักมานานนับเดือน รินรดาวิ่งลงมาจนถึงชั้นล่าง เธอไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร น้ำตาที่ไหลพรากทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว เธอเดินอย่างไร้จุดหมายออกไปยังสวนหย่อมท้ายบริษัท ลมยามค่ำคืนพัดพาความเย็นเฉียบมาปะทะผิวแก้ม แต่มันก็ยังไม่เหน็บหนาวเท่ากับสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งตะคอกใส่หน้าเธอ เธอนั่งลงบนม้านั่งตัวยาว พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้น แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะพังทลายลงในคราวเดียว อดีตที่เคยถูกคนรักเก่าหักหลังกลับมาฉายซ้ำในหัว ราวกับตอกย้ำว่าสิ่งที่คีรินทร์พูด... อาจจะเป็นความจริง เธออาจจะเป็นคนโง่ที่หลงเชื่อใจคนง่ายเกินไปจริงๆ ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าซบฝ่ามือตัวเองอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่คีรินทร์... เพราะจังหวะการเดินนี้มันเชื่องช้าและแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด “ดูท่าทางคุณจะทะเลาะกับเจ้านายมาอย่างหนักเลยนะ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว รินรดารีบเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือ ‘เมธา’ ศัตรูตัวฉกาจของคีรินทร์ เขายืนยิ้มละไมในความมืด แววตานั้นเป็นประกายด้วยความหิวกระหายบางอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจ “คุณมาที่นี่ได้ยังไง?” เธอถาม เสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบกลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เมธาไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือน้อยเต็มที “ผมรู้นะว่าคุณกำลังเสียใจ... และผมก็รู้ว่าคีรินทร์มันไม่เคยเห็นค่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ มันหรอก” เขาหยิบซองสีน้ำตาลซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วยื่นมาให้ “บางที... ถ้าคุณอยากรู้ความจริงที่คีรินทร์พยายามปิดบังคุณไว้เกี่ยวกับบริษัท... คุณอาจจะต้องเลือกทางเดินใหม่ที่คุ้มค่ากว่าเดิม” รินรดามองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าของเมธา ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหยิ่งทะนงที่ถูกทำร้าย “คุณจะทำอะไร?” เธอถามอีกครั้ง มือของเธอสั่นระริก เมธายิ้มมุมปาก ก่อนจะวางซองเอกสารลงบนตักของเธอแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นเยือกไปถึงไขสันหลัง “เปิดดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่า... คนที่คุณทุ่มเทใจให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วเขากำลังเล่นตลกอะไรกับชีวิตของคุณอยู่” เพียงแค่รินรดาเอื้อมมือไปสัมผัสขอบซองนั้น ทันใดนั้นแสงไฟจากรถสปอร์ตคันหรูที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดในลานกว้างก็สาดส่องเข้ามา กระทบกับร่างของคีรินทร์ที่ก้าวลงมาจากรถด้วยแววตาที่ดุดันราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เขาไม่ได้มาคนเดียว... เพราะในมือของเขามีบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาแทบหยุดชะงัก! หวังว่าตอนที่ 19 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดาและคีรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้าขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%