“คุณกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้ในห้องทำงานของฉัน!”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินทร์กร้าวขึ้น แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ของเมธาไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูวางลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ของมันกลับดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
“ผมแค่คิดว่าในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ การแบ่งปัน ‘ความจริง’ บางอย่างก็เป็นเรื่องที่ควรทำไม่ใช่หรือไงครับ คุณคีรินทร์” เมธายิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไร้ความจริงใจ “ลองเปิดดูสิครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเลขาหน้าห้องที่แสนสมบูรณ์แบบของคุณ ถึงได้พยายามปกปิดประวัติส่วนตัวนักหนา”
คีรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความเชื่อมั่นที่เขามีต่อรินรดาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถูกสั่นคลอนด้วยท่าทีที่ดูมั่นใจเกินไปของเมธา เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา พลิกดูภาพถ่ายบนหน้าจอ...
ภาพของรินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงยืนอยู่ในคลับลับใจกลางเมืองที่เขาไม่คุ้นตา เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ในภาพนั้นเธอกำลังก้มลงกระซิบข้างหูชายอีกคนหนึ่งด้วยท่าทางที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน และชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคู่แข่งที่กำลังจ้องจะฮุบกิจการของเขาอยู่ในขณะนี้
หัวใจของคีรินทร์กระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง เขาไม่ต้องการเชื่อสิ่งที่เห็น แต่หลักฐานทางสายตากลับตอกย้ำความสงสัยที่เขาพยายามกดทับไว้
“เลขาฯ ที่เก่งกาจขนาดนี้ ถ้าต้องไปเป็นสายให้คนอื่น ค่าตัวคงไม่ใช่น้อยๆ จริงไหมครับ?” เมธาเอ่ยทับถม สายตาคมปลาบจับจ้องปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสะใจ
ในขณะเดียวกัน ที่โต๊ะทำงานหน้าห้อง รินรดากำลังนั่งกุมขมับ พยายามรวบรวมสมาธิกับเอกสารสัญญาตรงหน้า แต่ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กลับก่อตัวขึ้นจนมือไม้สั่น เธอไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของข้อมูลเท็จที่ถูกปรุงแต่งอย่างแนบเนียน เธอจำได้ว่าคืนนั้นเธอไปที่นั่นจริง เพื่อพบกับแหล่งข่าวเรื่องการทุจริตภายใน แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครแอบถ่ายภาพในมุมที่ทำให้ดูน่าสงสัยเช่นนี้
เสียงประตูห้องทำงานของซีอีโอถูกกระชากเปิดออก คีรินทร์เดินก้าวฉับๆ ออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นยามมองเธอ บัดนี้กลับเย็นชาจนน่าใจหาย เขาวางโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนโต๊ะทำงานของรินรดาด้วยความแรงจนเครื่องเขียนกระจัดกระจาย
“นี่มันหมายความว่ายังไง รินรดา?” เขาถาม เสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความผิดหวังที่บาดลึกยิ่งกว่าการตวาดด่า
รินรดาสะดุ้งตกใจ เธอเหลือบมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคีรินทร์ด้วยความตื่นตระหนก “คุณคีรินทร์... ฟังฉันก่อนนะคะ มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด...”
“งั้นภาพนี้คืออะไร?” เขาขัดขึ้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ “เธอมีอะไรจะอธิบายให้ฟังไหม ว่าทำไมคนของศัตรูถึงต้องสนิทสนมกับเธอขนาดนั้น หรือตลอดเวลาที่ผ่านมา... ที่เธอดูแลฉัน ที่เธออยู่ข้างๆ ฉัน ทั้งหมดนั่นมันคือการแสดง เพื่อรอเวลาแทงข้างหลังอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ!” รินรดาเถียง เสียงสั่นเครือ “ฉันไม่เคยทำแบบนั้น ฉันทำงานให้คุณด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตลอดนะคะ!”
“บริสุทธิ์ใจงั้นเหรอ?” คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อความจริงมันวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมควรจะเชื่อใจใคร ระหว่างความรู้สึกของตัวเองที่เคยมีให้เธอ... หรือหลักฐานที่เห็นอยู่กับตา”
เขาหันหลังกลับ เตรียมจะเดินจากไป แต่รินรดาตัดสินใจคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบจากมือน้อยๆ ทำให้คีรินทร์ชะงัก รินรดารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขาเดินออกไปตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คงจบลงพร้อมกับความไว้วางใจที่พังทลาย
“ถ้าคุณเลือกจะเชื่อในสิ่งที่เขาจัดฉากขึ้นมา โดยไม่ถามความจริงจากฉันสักคำ... งั้นก็แสดงว่าความเชื่อใจที่คุณเคยบอกว่ามีให้ฉัน มันก็เป็นแค่เรื่องโกหกเหมือนกันใช่ไหมคะ?”
คีรินทร์ค่อยๆ หันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความหยิ่งทะนง เขาดึงมือของเธอออกอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น
“ฉันอยากจะเชื่อเธอ รินรดา... แต่ภาพถ่ายพวกนี้มันไม่ได้โกหก และคนที่เอามาให้ฉัน... ก็คือคนที่รู้ความลับทุกอย่างที่แม้แต่ฉันก็ยังไม่เคยรู้”
ทว่า ในวินาทีที่คีรินทร์กำลังจะเดินหันหลังกลับไปอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินรดาที่วางอยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อส่งรูปภาพชุดใหม่เข้ามา เป็นภาพที่ทำให้รินรดาหน้าถอดสี เพราะมันคือภาพของคีรินทร์ในคืนเดียวกัน... คืนที่เขากำลังยืนอยู่กับผู้หญิงอีกคนในโรงแรมหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยรับรู้มาก่อน และเขาก็ไม่เคยบอกเธอ!
คีรินทร์หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพนั้นปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของรินรดา สีหน้าของเขากลายเป็นความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด ขณะที่รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความแตกสลาย
รอยร้าวที่เคยเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย บัดนี้กำลังจะขยายตัวจนกลายเป็นเหวขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันประสานกันได้อีก... หรือนี่คือบทสรุปของความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ?
หวังว่าตอนที่ 14 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดาและคุณคีรินทร์นะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 14
รอยร้าวที่เริ่มเกิดขึ้น
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!