รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 6

การประชุมท่ามกลางสายตาคม

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"หลักฐานที่คุณบอกว่ามันไม่สมบูรณ์น่ะ... ช่วยกรุณาชี้ให้เห็นชัดๆ หน่อยได้ไหมคะว่าจุดไหนที่บกพร่อง คุณเมธา" น้ำเสียงของรินรดาอาจจะนิ่งเรียบ ทว่าภายใต้ปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นบนตักนั้นกลับเย็นเฉียบ เธอพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดในห้องประชุมที่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน สายตาหลายคู่ของเหล่าคณะกรรมการบริหารจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ราวกับจะกลืนกินเลขาสาวคนเก่งให้หายไปจากห้องนี้เพราะความผิดพลาดเรื่องเอกสารการนำเข้าที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตี เมธายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขาจงใจเลื่อนแฟ้มเอกสารไปกลางโต๊ะด้วยท่าทีเยาะหยัน "ถ้าคุณรอบคอบพอ คุณจะไม่ถามคำถามนี้ครับคุณรินรดา ความเสียหายจากการล่าช้าครั้งนี้ มันสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของทีมงาน... หรือบางที อาจจะเป็นเจตนาแอบแฝงของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่กันแน่" คำว่า 'เจตนาแอบแฝง' เปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดา หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกระแวงในใจที่เธอพยายามกักขังไว้ในอดีตกำลังสั่นคลอน เธอไม่ใช่คนสะเพร่า และเธอมั่นใจในเอกสารชุดนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีอิทธิพลในบอร์ดบริหารเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย "ผมว่าคุณเมธากำลังกังวลเกินไปหรือเปล่าครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด คีรินทร์ที่นั่งเงียบมาตลอดก้าวเข้ามาอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาคมกริบของเขากลับกวาดมองผู้ที่อยู่ในห้องด้วยรังสีคุกคามที่ทำให้แม้แต่เมธายังต้องชะงัก คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวผ่านรินรดาไปหยุดอยู่หน้าเมธา ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังรัศมีของคู่แข่งคนสำคัญเสียมิด "เรื่องเอกสาร ผมเป็นคนสั่งให้รินรดารวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง และข้อมูลชุดนี้ได้รับการตรวจสอบจากมือขวาของผมอย่างละเอียดแล้ว หากคุณเมธาเห็นว่ามันมีจุดบกพร่อง นั่นอาจหมายความว่ามาตรฐานของเรากับคุณไม่ตรงกัน... หรือไม่อย่างนั้น ก็คงเป็นเพราะคุณจงใจมองหาแต่จุดที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อทำลายชื่อเสียงบริษัทผม" บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนจะหยุดหายใจ เมธาหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยขณะเผชิญหน้ากับสายตาที่อ่านไม่ออกของซีอีโอหนุ่ม "คีรินทร์... นี่เธอถึงกับต้องออกตัวปกป้องเลขาส่วนตัวขนาดนี้เลยเชียวหรือ" "ผมปกป้องคนที่ทำงานให้ผมอย่างเต็มที่เสมอครับ ไม่ว่าจะเป็นรินรดาหรือใครก็ตาม" คีรินทร์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว ก่อนจะหันมาส่งสายตาอ่อนโยนเพียงเสี้ยววินาทีให้รินรดาที่ยังคงยืนตัวแข็ง "และในเมื่อคุณเมธามั่นใจนักว่ามีข้อผิดพลาด ผมขอท้าให้เราตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเดี๋ยวนี้... แต่ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ผมขอให้คุณเมธาช่วยพิจารณาตัวเองเกี่ยวกับการกล่าวหาพนักงานของผมโดยไร้หลักฐานด้วยครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยปิดตายกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกทำให้เธอลืมความกังวลไปชั่วขณะ คีรินทร์ไม่ได้เพียงแค่ปกป้องเธอในฐานะพนักงาน แต่เขากำลังปกป้อง 'เกียรติ' ของเธอท่ามกลางสายตานับสิบ เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ เก็บเอกสารเข้าแฟ้มด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ "ได้... ถ้าคุณกล้าเดิมพันขนาดนั้น เราก็มาดูกันว่าเลขาสาวคนนี้จะแม่นยำแค่ไหน" การประชุมดำเนินต่อไปอย่างตึงเครียด แต่ทุกครั้งที่สายตาของรินรดาเผลอไปสบกับคีรินทร์ เขามักจะส่งรอยยิ้มจางๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยมาให้เสมอ ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจของหญิงสาว มันไม่ใช่แค่ความซาบซึ้ง แต่มันคือความรู้สึกที่คล้ายกับว่าเธอกำลังถูกดึงดูดเข้าหาหลุมพรางที่หอมหวานและอันตรายที่สุดในชีวิต จนกระทั่งการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้องไปจนเหลือเพียงทั้งสองคน รินรดาเก็บเอกสารบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอเดินเข้าไปหาเขาเพื่อจะเอ่ยขอบคุณ แต่ทว่าคีรินทร์กลับรั้งข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน "อย่าใส่ใจคำพูดของเมธามากนักเลยนะรินรดา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนดูนุ่มนวลและชวนเคลิบเคลิ้ม "ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ มากกว่าที่คนอื่นพูดแน่นอน" รินรดาสบตากับเขา แววตาคมคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งเลยสักนิด ทว่าในขณะที่เธอเตรียมจะเอ่ยคำขอบคุณ จู่ๆ ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ เมธายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับผู้ช่วยส่วนตัวที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่เดินเข้ามา "โทษทีที่ขัดจังหวะความหวานนะ" เมธาพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุกก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง "แต่ฉันคิดว่าเอกสารที่ฉันเพิ่งได้รับมา... น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ความมั่นใจของคุณคีรินทร์ต้องสั่นคลอนกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าเลขาสาวของคุณ เคยมีประวัติทุจริตในบริษัทเก่าเมื่อสามปีก่อนจริงหรือเปล่า!" รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ อดีตที่เธอพยายามซ่อนไว้กำลังถูกขุดขึ้นมาประจานต่อหน้าคนที่เธอแคร์ที่สุดในเวลานี้ คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาหันกลับมามองเธอด้วยความเงียบงันจนเธอทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่เฝ้ารอคอยด้วยหัวใจที่ร่วงหล่น... ว่าเขาจะยังคงเชื่อมั่นในตัวเธอ หรือจะผลักไสเธอไปให้พ้นทางเหมือนคนอื่นๆ ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%