"คุณรินรดาคะ... ผมถามว่าตัวเลขในงบประมาณฉบับนี้ มีอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือเปล่า ทำไมคุณถึงดูใจลอยนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกังวานอันคุ้นเคยดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานไม้โอ๊ครีอาร์ตตัวใหญ่ รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอรีบดึงสติที่กำลังเตลิดไปไกลกลับมา ก่อนจะพบว่าดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของคีรินทร์กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่การจ้องจับผิดแบบหัวหน้ากับลูกน้อง แต่เป็นสายตาที่เหมือนคนกำลังพยายามอ่านคำตอบจากใบหน้าของเธอ
"ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน รินเพียงแค่... พักผ่อนน้อยไปหน่อย เอกสารทั้งหมดรินตรวจสอบสามรอบแล้วค่ะ ไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน"
รินรดาเอ่ยพลางก้มหน้าหลบสายตา เธอขยับแฟ้มงานออกห่าง แต่ทว่าปลายเล็บของเธอที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกลับถูกสัมผัสบางอย่างสะกิดเข้าอย่างจัง ไม่ใช่การตั้งใจ แต่เป็นปลายนิ้วอุ่นร้อนของคีรินทร์ที่เอื้อมข้ามมาดึงแฟ้มเอกสารไปจากมือเธอ ทว่าจังหวะที่มือประสานกันนั้น ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่านร่างจนเธอต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด
คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วมองท่าทีลนลานของเลขาสาว เขาไม่ได้ชักมือกลับทันที แต่กลับวางนิ้วเรียวยาวของเขาลงบนโต๊ะไม้ ปลายนิ้วนั้นห่างจากมือของรินรดาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยดูเป็นทางการ กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากกายชายหนุ่ม ซึ่งมันกำลังทำให้สมาธิที่เธอพยายามรวบรวมมาทั้งวันพังทลายลงไม่เป็นท่า
"คุณดูเหมือนคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง... หรือหนีใครอยู่หรือเปล่า รินรดา" คีรินทร์เปลี่ยนสรรพนามเรียกชื่อเธอห้วนๆ โดยไม่ใส่คำนำหน้าในจังหวะที่ลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ
"รินไม่ได้หนีใครค่ะ และไม่ได้หนีอะไรทั้งนั้น" เธอเถียงกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดในระยะประชิดแบบนี้ทำให้เธอได้กลิ่นของความอันตรายที่แฝงมากับความอ่อนโยน
"งั้นเหรอ?" คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาบดบังแสงไฟในห้องจนเงาทอดลงมาทับร่างของเธอ รินรดาเผลอกลั้นหายใจเมื่อร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาประชิดโต๊ะทำงาน เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้างอย่างเงียบเชียบ "ถ้าไม่ได้หนี แล้วทำไมเวลาที่ผมเข้าใกล้... คุณถึงต้องกลั้นหายใจทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าผม"
สายตาที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งและเย้ายวนเกินกว่าที่เลขาสาวจะรับมือไหว รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอพยายามดึงกำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีให้กลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง แต่มันกลับร้าวฉานลงเพียงเพราะสายตาที่ดูคลั่งไคล้ดวงนั้น
"นั่นเป็นเพราะท่านประธานเข้ามาใกล้จนเกินขอบเขตงานค่ะ" เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามรักษาระดับน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
คีรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดูอบอุ่นแต่ก็แฝงความร้ายกาจอย่างเหลือร้าย เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มนวล รินรดารู้สึกเหมือนผิวแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะเกรงว่าเพียงแค่การหายใจแรงๆ ก็อาจทำให้ริมฝีปากของเธอไปสัมผัสกับปลายคางสากของเขาได้
"ขอบเขตงาน? ผมไม่เคยจำกัดมันไว้ตั้งแต่แรกแล้วนะรินรดา" เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับนิ้วชี้มาลากผ่านขอบโต๊ะอย่างเชื่องช้า "สำหรับผม... ถ้าเป็นเรื่องของคุณ มันไม่เคยมีคำว่างานหรือเรื่องส่วนตัวแยกจากกันหรอก"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังตึงเครียด เธอรีบผละตัวออกด้วยความโล่งอกราวกับเพิ่งรอดพ้นจากปากเหว แต่ในขณะที่เธอกำลังจะคว้าโทรศัพท์มาแนบหู มือของคีรินทร์ก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วกระชับแน่น
"อย่ารับสายนั้นเลย" เสียงเขาสั่ง
รินรดามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่คนของบริษัท แต่เป็น 'เมธา' ศัตรูคู่แข่งที่เธอกำลังพยายามหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเธอตระหนักได้ว่าเมธาอาจจะรู้เห็นอะไรบางอย่าง หรือกำลังพยายามใช้เรื่องที่เธอมาทำงานที่นี่เพื่อกดดันเธอ
"ทำไมรินถึงต้องฟังคำสั่งคุณ?" รินรดาถามเสียงเย็น หวังใช้ความแข็งกร้าวปกปิดความกลัว
คีรินทร์ปล่อยมือจากข้อมือเธอ แต่เขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความหยอกเย้ากลายเป็นความจริงจังที่น่าเกรงขาม "เพราะถ้าคุณรับสายนั้น... คุณจะไม่มีวันได้รู้ว่าสิ่งที่เมธากำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่การชิงดีชิงเด่นทางธุรกิจ แต่มันคือการวางแผนทำลายชีวิตคุณให้ย่อยยับตั้งแต่วันที่เขาเริ่มรู้จักคุณ"
รินรดาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น ทันใดนั้นประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกันและต้องพบกับภาพที่ไม่คาดฝัน เมธายืนเด่นอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่แฝงไปด้วยความอำมหิต ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนา ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าคีรินทร์
"ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับคุณคีรินทร์... แต่พอดีผมมีของขวัญชิ้นสำคัญมามอบให้ 'เลขาคนเก่ง' ของคุณหน่อย ไม่แน่ใจว่าเธอจะยังกล้าเงยหน้ามองคุณอยู่ไหม หลังจากได้เห็นภาพชุดนี้"
คีรินทร์ตวัดสายตาคมกริบมองเมธา ก่อนจะก้มลงมองซองเอกสารที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นรูปถ่ายชุดหนึ่งที่รินรดาเห็นเพียงแวบเดียวก็ต้องหน้าถอดสี เพราะมันคือภาพของเธอกับคนรักเก่าในอดีตที่เธอพยายามลบมันทิ้งไปตลอดชีวิต!
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 5
สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายโต๊ะ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!