รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 4

ข้อตกลงลับหลังเลิกงาน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณรินรดาคะ... เอกสารชิ้นนี้ คุณมั่นใจแล้วหรือคะว่าความลับทางการค้าทั้งหมดถูกซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด?” คีรินทร์ไม่ได้เงยหน้าจากแฟ้มงานสีดำสนิทบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ แต่ประโยคนั้นกลับกดทับบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเขาให้หนาหนักจนคนฟังรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานหรู มือบางกระชับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “รินตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างละเอียดแล้วค่ะท่านประธาน ทั้งระบบคลาวด์และเอกสารสำรอง ไม่น่าจะมีช่องโหว่ที่ทำให้คุณเมธาเข้าถึงได้” “ไม่น่าจะมี... หรือว่าไม่มีเลยกันแน่คะ?” คีรินทร์เลื่อนเก้าอี้หนังราคาแพงถอยหลัง เสียงล้อเลื่อนเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบ เขาประสานมือวางไว้บนตัก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยที่พยายามปกปิดความประหม่าของหญิงสาวตรงหน้า รินรดารู้ดีว่าเขากำลังกดดันเธอ และที่สำคัญกว่านั้น... เขากำลังสังเกต 'รอยร้าว' ในใจของเธออยู่ “รินพูดในสิ่งที่รินมั่นใจค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาบุคลิกเลขาสาวผู้สมบูรณ์แบบเอาไว้ “ดีค่ะ” เขาหยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้าจนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนหอมลอยมาแตะจมูก รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “แต่คนเรามักจะพลาดในเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้ ‘หัวใจ’ มากกว่า ‘สมอง’ เป็นตัวตัดสิน” เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนน่าขนลุก “คุณรินรดาคะ... งานในบริษัทน่ะ รินเก่งจนไร้ที่ติ แต่ถ้าเป็นงาน ‘ส่วนตัว’ ที่ไม่มีใครรู้เห็นล่ะคะ... รินจะกล้าช่วยฉันไหม?” รินรดาช้อนตาขึ้นมอง ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นกำแพงสูงลิ่วเริ่มสั่นคลอน “งานส่วนตัว? หมายความว่ายังไงคะ ท่านประธานมีเลขาหน้าห้องตั้งสามคนที่ไม่ใช่งานบริษัทรินก็ไม่ควรจะ...” “เพราะคนพวกนั้นทำงานด้วย ‘เงิน’ ค่ะ” คีรินทร์ขัดขึ้น เสียงนุ่มทุ้มเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเย้ายวนอย่างประหลาด “แต่สิ่งที่ฉันต้องการในตอนนี้ มันต้องการคนที่ฉัน ‘ไว้ใจ’ ที่สุด... และคุณรินรดา... คือคนเดียวที่ฉันเชื่อใจได้ว่าจะไม่หักหลังกัน เหมือนที่คนรักเก่าของคุณเคยทำ” คำว่า ‘คนรักเก่า’ เหมือนลูกธนูที่พุ่งปักกลางหัวใจ รินรดาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวขึ้น “ท่านประธานอย่าเอาเรื่องส่วนตัวของรินมาล้อเล่นเลยค่ะ เรื่องมันจบไปนานแล้ว” “ฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ริน” คีรินทร์ก้าวเข้าใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้หนังสือด้านหลัง “ฉันต้องการให้คุณมาช่วยดูแลเรื่อง ‘การจัดเตรียมข้อมูล’ ในบ้านพักตากอากาศของฉันที่หัวหิน... เป็นเวลาสามวันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว รวมถึงเมธาด้วย” “ทำไมต้องเป็นที่นั่น? และทำไมต้องเป็นรินคะ?” “เพราะเมธากำลังรุกหนัก และฉันรู้ว่าเขากำลังพยายามขุดคุ้ยความผิดพลาดของฉันผ่านคนรอบข้าง... คุณเป็นคนเดียวที่เขายังเข้าไม่ถึง และคุณก็เป็นคนเดียวที่ฉัน ‘อยาก’ ให้ไปอยู่ด้วย” คีรินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาห่างจากใบหน้าเธอเพียงลมหายใจกั้น รินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา เธอควรจะปฏิเสธ ควรจะหมุนตัวเดินออกจากห้องนี้ไป แต่เหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดที่รั้งขาเธอไว้ “ถ้าฉันไป... ท่านประธานจะรับประกันได้ไหมคะ ว่างานนี้จะไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดจากเกมธุรกิจ แต่มันไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง?” “คนอย่างคีรินทร์ไม่เคยเสนออะไรที่ตัวเองจะไม่ได้อะไรตอบแทน” เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน “ข้อตกลงของเราคือ... คุณช่วยงานฉัน ส่วนฉันจะช่วยให้คุณลืม ‘ความเจ็บปวด’ ที่เคยเจอมา... คุณกล้าพอที่จะวางเดิมพันไหมคะ?” รินรดานิ่งค้างไปครู่ใหญ่ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ นี่คือกับดักหรือโอกาสที่เธอกำลังรอคอยกันแน่ ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดปากตอบรับ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูห้องทำงานเปิดผางออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของเมธาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูเสแสร้งจนน่าสะอิดสะเอียน ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น “ขอโทษทีครับคีรินทร์ พอดีผมเห็นประตูเปิดอยู่เลยถือวิสาสะเข้ามา... อ้าว คุณรินรดา ก็อยู่ด้วยหรือครับ? บังเอิญจังนะ ทั้งที่ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว... ผมว่าเรามีเรื่องต้อง ‘คุยกันเป็นการส่วนตัว’ เรื่องข้อมูลการประมูลครั้งหน้าเสียหน่อยนะครับ” เมธาปรายตามองคีรินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้รินรดาที่ดูเย็นชาลงทันตาเห็น รินรดาเหลือบมองคีรินทร์ที่หุบยิ้มลงและฉายแววตาดุจน้ำแข็งขั้วโลกทันทีที่เห็นหน้าศัตรู ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่แสนหวานเหมือนเมื่อครู่ มันคือความเงียบของพายุที่กำลังก่อตัว คีรินทร์ขยับตัวออกห่างจากรินรดาช้าๆ แต่ทว่ามือหนาของเขากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นใต้โต๊ะ บีบเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนที่สื่อสารกันเพียงสองคน “ดูเหมือนข้อตกลงของเราจะต้องเริ่มเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณรินรดา...” คีรินทร์เอ่ยเบาๆ ข้างหูเธอ ก่อนจะหันไปหาเมธาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบ “ถ้าคุณเมธาอยากคุยเรื่องงาน ก็เชิญนั่งก่อนครับ... แต่เกรงว่ารินเขาอาจจะไม่มีเวลาคุยกับคุณ เพราะคืนนี้... เขามี ‘นัดสำคัญ’ กับผม” รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองคีรินทร์ด้วยความตื่นตระหนก นี่เขากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่ ในขณะที่เมธาชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดไว้ภายใต้รอยยิ้ม ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%