“เธอคิดว่าตำแหน่งเลขาฯ หน้าห้องซีอีโอ มันได้มาเพราะความสามารถจริงๆ หรือจ๊ะรินรดา? หรือเพราะว่า ‘วิชาตัวเบา’ ที่เธอถนัดเป็นพิเศษตอนอยู่หลังห้องทำงานบอสกันแน่?”
เสียงซุบซิบที่ตั้งใจให้ดังลอดผ่านประตูห้องน้ำหรูของบริษัท กรีดแทงลงกลางใจของรินรดาจนเธอต้องหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป มือที่สั่นเทานิดๆ บีบกระเป๋าถือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นขาว เธอไม่ได้อยากฟัง แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในพื้นที่จำกัดเช่นนี้
“แหม... พักนี้เห็นคีรินทร์ดูเย็นชากับยัยนั่นออกจะตายไป หรือว่าความแตกแล้ว? คนอย่างบอสคีร์น่ะเหรอ จะลดตัวลงไปคว้าพนักงานเลเวลล่างๆ มาทำเมีย เห็นทีคงแค่ของเล่นแก้ขัด พอเบื่อก็เขี่ยทิ้งเหมือนแฟ้มงานเก่าๆ นั่นแหละ”
เสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนร่วมงานสาวสองคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นมิตรดังขึ้นอีกครั้ง รินรดากัดริมฝีปากจนรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดในปาก ความเจ็บปวดที่ได้รับจากคำนินทาเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟแห่งความไม่มั่นใจในใจเธอ ความเย็นชาที่คีรินทร์มอบให้เมื่อเย็นวานนี้ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ สายตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นคู่นั้น... มันคือคำตอบของคำถามเหล่านี้ใช่ไหม?
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย ก่อนจะเดินผลักประตูออกไปอย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่ปรากฏตัว เสียงหัวเราะเหล่านั้นก็เงียบลงทันที สีหน้าของพวกหล่อนเปลี่ยนเป็นความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม
รินรดาไม่เอ่ยสักคำ เธอทำเพียงแค่ปัดผ่านพวกนั้นไปด้วยสายตาที่ราบเรียบ หากภายในใจกลับเหมือนถูกมีดนับร้อยเล่มกรีดซ้ำ เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของคีรินทร์ด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่น แต่ในใจกลับหวาดกลัว... กลัวว่าสิ่งที่ได้ยินมาจะเป็นความจริง
เมื่อผลักประตูบานไม้โอ๊คเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมบุรุษราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยมาแตะจมูก คีรินทร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังของเขาดูโดดเดี่ยวและห่างเหินราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอ เพียงแค่พินิจเอกสารในมือด้วยท่าทางนิ่งเฉย
“งานที่ให้สรุปไปถึงไหนแล้ว?” เสียงของเขาเย็นชาไร้อารมณ์ ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนเมื่อวันก่อน
“รินกำลังจัดการให้ค่ะ... แต่รินมีเรื่องอยากจะถามคุณคีร์สักนิด” เธอตัดสินใจถาม แม้จะรู้ว่าความเงียบที่ตามมาอาจจะน่ากลัวกว่าความโกรธ
คีรินทร์วางปากกาลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองทะลุผ่านดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความนัยที่ซ่อนอยู่ “ถ้ามันเป็นเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับเสียงนกเสียงกาข้างนอกนั่น ฉันแนะนำว่าให้เธอเอาเวลาไปโฟกัสกับโปรเจกต์ของเมธาจะดีกว่า”
คำว่า ‘เมธา’ ทำให้รินรดาชะงัก เธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ชื่อของศัตรูคู่แข่งที่คอยจ้องจะเล่นงานบริษัทนี้กลับหลุดออกมาจากปากของคนรัก—หรือคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นคนรัก—อย่างไม่สะทกสะท้าน
“คุณคีร์... ทำไมคุณถึงดูเปลี่ยนไปคะ? หรือว่าสิ่งที่คุณเมธาบอกฉันวันนั้น... เรื่องที่คุณมีแผนจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือ... มันคือความจริง?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวาง คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวยาวๆ เข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย จนกระทั่งเขามายืนประจันหน้าในระยะประชิดที่เธอได้กลิ่นไอความอันตรายจากตัวเขา เขาใช้มือหนาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตา
“เธออยากรู้นักใช่ไหม?” คีรินทร์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเย้ายวนในแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นรัว แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างประหลาด “รินรดา ในโลกธุรกิจที่สกปรกใบนี้ ความรักมันก็แค่เศษเสี้ยวของผลประโยชน์ ถ้าฉันบอกว่าทุกอย่างที่ผ่านมามันคือเกม เธอจะเสียใจไหม?”
รินรดานิ่งงัน หัวใจเหมือนถูกบีบจนแทบหยุดเต้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม เธอส่ายหน้าเบาๆ พยายามจะถอยหนี แต่ทว่าคีรินทร์กลับดึงรั้งเอวบางของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด สัมผัสที่คุ้นเคยกลับกลายเป็นสิ่งที่ทิ่มแทงหัวใจในเวลานี้
“อย่าร้องไห้...” เขาเอ่ยพลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาที่แก้มเธอ แววตาของเขาที่เคยเย็นชาดูเหมือนจะมีความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ “เพราะคนที่จะร้องไห้จริงๆ ในไม่ช้านี้... อาจจะไม่ใช่เธอ”
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันถามความหมาย ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกกะทันหันโดยไม่มีการเคาะ เมธายืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่
“ขอโทษทีนะคีรินทร์ ที่ขัดจังหวะช่วงเวลาสวีท... แต่ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ที่เธอพยายามปกปิดรินรดาไว้ มันกำลังจะถูกแฉในที่ประชุมบอร์ดบริหารพรุ่งนี้เช้าแล้วนะ”
คีรินทร์หันไปมองเมธา สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่น่าสะพรึงกลัว ทว่ามือที่โอบเอวรินรดาไว้กลับไม่ยอมปล่อย ราวกับต้องการใช้เธอเป็นเกราะกำบังหรือหมากตัวสำคัญที่เขายังไม่ยอมสละทิ้ง
รินรดาหันไปมองทั้งสองคน สลับไปมาด้วยความสับสน ความเชื่อใจที่เธอมีต่อคีรินทร์กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อเมธาเดินเข้ามาใกล้แล้ววางภาพถ่ายชุดหนึ่งลงบนโต๊ะ ภาพที่ทำเอาหัวใจของรินรดาแทบสลาย... ภาพที่คีรินทร์กำลังกอดกับผู้หญิงอีกคน—คนที่เธอไม่เคยรู้จัก—ในท่าทีที่สนิทสนมเกินกว่าจะเป็นแค่คนร่วมงาน
คีรินทร์มองภาพนั้นแล้วหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เดาไม่ออก เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “เห็นไหมรินรดา... ในเงาจันทร์นี้ ไม่เคยมีใครเป็นคนดีอย่างที่เธอหวังหรอก”
แล้วเขาก็หันไปหาเมธาพร้อมรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเกินบรรยาย “งั้นก็ดี... ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว ก็มาดูความจริงกันว่า ระหว่างฉันกับเธอ ใครกันแน่ที่จะต้องพังทลายเป็นคนแรก”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดและรอยจูบที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 23
คำนินทาในที่ทำงาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!