“คุณรินรดาคะ... ผมว่าเราควรพิจารณาเรื่องข้อเสนอใหม่ของผมอีกสักนิด ในฐานะคนรู้จักกัน ผมไม่อยากให้คุณต้องจมปลักอยู่กับเจ้านายที่มองเห็นคุณเป็นแค่เครื่องมือทำกำไรแบบคุณคีรินทร์”
เมธาโน้มตัวเข้ามาใกล้ในระยะที่รินรดารู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ชวนให้อึดอัด มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอขยับเข้ามาใกล้กระดาษเอกสารที่เธอกำลังตรวจสอบอยู่ราวกับจะถือโอกาสแตะต้องมือเธอไปด้วย
รินรดาขยับเก้าอี้ถอยหลังเพียงเล็กน้อย เว้นระยะห่างอย่างสุภาพแต่ชัดเจน ใบหน้าหวานนิ่งเรียบ ทว่าแววตาไหวระริกด้วยความรังเกียจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเลขามืออาชีพ
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณเมธา แต่ทางบริษัทเรามีขั้นตอนและจรรยาบรรณในการทำงานชัดเจน และที่สำคัญ... ดิฉันทราบดีค่ะว่าใครที่เห็นคุณค่าของงาน และใครที่เห็นค่าของคน”
คำตอบที่นุ่มนวลแต่บาดลึกทำให้เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความกระหายที่รินรดารู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย
“คุณคีรินทร์เขามีวิธีรักษาของหวงที่น่าสนใจนะ แต่คุณแน่ใจเหรอว่าที่เขาหวง... เพราะเขาเห็นคุณเป็นคนสำคัญ หรือแค่เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาแย่ง ‘เฟอร์นิเจอร์’ ชิ้นโปรดไปจากห้องทำงานของเขา”
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง คำพูดของเมธาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ แม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่านั่นคือคำยุยง แต่ลึกๆ แล้วความไม่มั่นใจในอดีตที่เธอเคยถูกทรยศก็ยังคงเป็นแผลที่เปิดกว้างอยู่เสมอ
*ครืด...*
เสียงประตูห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มเปิดออกอย่างกะทันหัน แรงปะทะของบานประตูที่กระทบผนังเบาๆ สร้างความตกใจให้ทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดุดันราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
“ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลัง ‘ออกรส’ ของพวกคุณสองคนสินะครับ”
คีรินทร์เดินตรงเข้ามา รัศมีอำนาจกดทับบรรยากาศในห้องจนดูเบาบางลง เขาหยุดยืนข้างหลังรินรดา มือหนาเอื้อมมาวางบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างถือสิทธิ์ นิ้วเรียวยาวเคาะจังหวะลงบนเนื้อผ้าเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับกำลังตีตราจอง
เมธายืดตัวตรง ยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย “ไม่ได้ขัดหรอกครับคีรินทร์ ผมแค่กำลังมอบทางเลือกที่ดีกว่าให้กับคุณรินรดา ก็อย่างว่าแหละนะ ธุรกิจมันก็ต้องมีการเจรจาต่อรองกันบ้าง”
คีรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคนฟังได้อย่างดีเยี่ยม เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากเกือบจะชิดกับรินรดา กลิ่นหอมสะอาดจากกายหนุ่มแผ่ซ่านเข้าจมูกเธอ ทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นเมื่อครู่ เริ่มเปลี่ยนจังหวะเป็นความวาบหวามอย่างไม่น่าให้อภัย
“ทางเลือกงั้นหรือ?” คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “เสียดายนะเมธา ที่คนอย่างคุณไม่เคยเข้าใจว่าของบางอย่าง... มันไม่ได้มีไว้ให้คนอื่นยื่นมือเข้ามาแตะต้อง ต่อให้จะพยายามเสนอราคาที่สูงแค่ไหนก็ตาม”
“คีรินทร์ คุณหมายความว่า—”
“ผมหมายความว่า...” คีรินทร์ตัดบท ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางสายตาไปมองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อด้วยความประหม่า “คุณรินรดาคือคนที่ผม ‘ดูแล’ เองกับมือ และถ้าใครที่บังอาจคิดจะล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามของผม... ผมคงต้องขอเตือนไว้ตรงนี้ว่า ผมไม่ใช่นักธุรกิจที่ใจดีกับศัตรูหรอกนะ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านร่างเมื่อคีรินทร์ขยับตัวเข้าใกล้จนแผ่นหลังของเธอสัมผัสกับอกแกร่งของเขาผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดี
เมธากำหมัดแน่น แม้จะโกรธจัดแต่เขาก็รู้ดีว่าไม่อาจปะทะกับคีรินทร์ตรงๆ ในตอนนี้ได้ เขาปรายตามองรินรดาด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดดันมากกว่าเดิม
เมื่อประตูห้องปิดลง รินรดาก็พยายามจะขยับตัวออกห่าง ทว่าวงแขนแกร่งกลับรั้งเก้าอี้ของเธอให้หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเขา คีรินทร์ยืนค้ำร่างกายกำยำล้อมเธอไว้ในอ้อมแขน สายตาที่เคยดุดันเมื่อครู่บัดนี้กลับกลายเป็นความร้อนแรงที่ทำเอาเธอแทบละลาย
“คุณคิดอะไรอยู่?” คีรินทร์ถาม เสียงของเขาเบาลง แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด
“ดิฉัน... ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ คุณเมธาเขาเป็นลูกค้า—”
“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน” นิ้วโป้งของคีรินทร์แตะลงบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา รินรดาถึงกับชะงักงันกับสัมผัสที่จู่โจมหัวใจ “ผมหมายถึงเรื่องที่คุณปล่อยให้เขาเข้ามาใกล้ขนาดนั้น คุณไม่รู้เหรอว่าคนอย่างเขามันอันตรายแค่ไหน... หรือว่าคุณชอบที่มีผู้ชายคนอื่นมาให้ความสนใจ?”
ประโยคนั้นของเขาแฝงไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด รินรดาเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของเธอแสดงความตัดพ้อออกมาอย่างลืมตัว
“ถ้าคุณคิดแบบนั้น แล้วทำไมไม่ลองถามใจตัวเองดูล่ะคะ ว่าที่ทำแบบนี้เพราะห่วงดิฉันจริงๆ หรือแค่หวงของที่อยู่ในกำมือกันแน่”
คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมปลาบวูบไหวราวกับถูกจี้จุดสำคัญ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้ม ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“ถ้าผมบอกว่าผมหวง... หวงจนอยากจะขังคุณไว้ที่นี่ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นอีกเลยล่ะ คุณจะยังกล้าถามผมแบบนี้อยู่ไหม?”
เขากดจูบเบาๆ ลงบนขมับของเธอ ก่อนจะผละออกช้าๆ ราวกับจะหยั่งเชิง ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น
เลขาสาวเหลือบไปมองหน้าจอที่แสดงชื่อผู้โทรเข้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘ฉันมีหลักฐานเรื่องทุจริตในบริษัทของคีรินทร์ ถ้าอยากรู้ความจริง... ออกมาพบฉันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินเดี๋ยวนี้’*
รินรดาหันกลับมามองคีรินทร์ที่ยังคงยืนจ้องมองเธอด้วยความไม่ไว้วางใจ เธอควรจะบอกเขาเรื่องนี้ดีไหม? หรือนี่คือกับดักที่เมธาวางไว้เพื่อให้เธอแตกหักกับเขากันแน่
ขณะที่เธอกำลังตัดสินใจ ไฟในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยไฟไหม้ที่ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งตึก!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดในตอนหน้าค่ะ
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 24
คีรินทร์โหมดหึงหวง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!