รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 2

รุ่งเช้าที่แสนกระอักกระอ่วน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่คะ?” รินรดาเอ่ยถาม เสียงของเธอสั่นพร่าไม่มั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องพักส่วนตัวของโรงแรมหรูที่ดูจะเล็กลงถนัดตาเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกินควบคุม เธอไม่ได้คาดหวังคำตอบจากชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน แต่สิ่งที่เขาวางลงบนโต๊ะข้างเตียงคือแฟลชไดรฟ์สีเงินที่ดูราวกับระเบิดเวลา พร้อมคำขู่ที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนหน้านี้ คีรินทร์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังพิงหัวเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ แสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทาบลงบนแผ่นอกเปลือยเปล่าที่มีร่องรอยเล็บจางๆ ของเธอประดับอยู่ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเลขาสาวที่กำลังพยายามรวบรวมสติและเสื้อผ้าของตนเองด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ฉันแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า... ในโลกของธุรกิจ ความซื่อสัตย์น่ะเป็นเพียงแค่เครื่องประดับที่สวยหรู แต่ไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย รินรดา” เสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวล หากแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอพยายามนึกย้อนกลับไปถึงชายหนุ่มที่เธอพบในบาร์เมื่อคืน เขาคนนั้นคือคนแปลกหน้าที่ทำให้เธอปลดปล่อยความอัดอั้นจากการถูกกดดันในที่ทำงาน แต่เมื่อเขาขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสง่างามที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้เธอนึกถึงใครบางคนที่เธอเกลียดเข้าไส้ คนที่เธอต้องรายงานตัวด้วยทุกเช้า... คนที่มักจะตำหนิเธอด้วยสายตาเย็นชาเสมอในที่ทำงาน “คีรินทร์...” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความตระหนก “นี่คุณ... คุณคือท่านประธานของบริษัท ‘เอลิแกนซ์ เฟอร์นิเจอร์’ งั้นหรือคะ?” คีรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความปรานี เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา “เพิ่งจะตาสว่างเอาป่านนี้หรือเลขาสาวผู้แสนดี? หรือว่าที่ผ่านมา คุณเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมสังเกตไปว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนถือไพ่เหนือคุณอยู่ในบริษัท” รินรดาเบิกตากว้าง ความอับอายพุ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอจำต้องยอมรับความจริงที่ว่าคนแปลกหน้าที่เธอเผลอใจให้ในคืนที่เปราะบางที่สุด คือศัตรูตัวฉกาจที่เธอต้องคอยหลบหลีกความเข้มงวดมาตลอดสามปี เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา “ถ้าคุณมีหลักฐานเรื่องฉ้อโกงทำไมไม่ส่งตำรวจ ทำไมต้องมาใช้วิธีต่ำๆ แบบนี้กับฉัน!” “เพราะตำรวจไม่มีทางเข้าใจความบันเทิงในการได้เห็นคนเก่งๆ อย่างคุณ ดิ้นรนในกรงขังที่ผมสร้างขึ้นให้ไงล่ะ” คีรินทร์เชยคางมนขึ้นอย่างถือดี นิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามริมฝีปากนุ่มที่เพิ่งจะมอบจูบอันเร่าร้อนให้เขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “และคุณก็รู้นี่รินรดา ว่าหลักฐานในแฟลชไดรฟ์นี่มันไม่ได้แค่ทำลายอาชีพการงานของคุณ แต่มันจะทำให้ชีวิตที่เหลือของคุณไม่เหลือที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป” รินรดาผลักอกเขาออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ “ฉันไม่ได้ทำ! เมธาต่างหากที่เป็นคนวางแผนเรื่องการขนส่งสินค้าล็อตนั้น คุณเองก็รู้ดีแก่ใจ!” “ถ้าฉันรู้... แล้วทำไมฉันต้องลงโทษเขาด้วยในเมื่อฉันสามารถเลือกที่จะลงโทษคุณแทนได้ล่ะ?” คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รินรดารู้ดีว่าเขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่โหดร้ายที่สุด เขากำลังใช้เธอเป็นหมากในเกมอำนาจที่มองไม่เห็น เธอรีบคว้าเสื้อเชิ้ตที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมด้วยมือที่สั่นเทา พยายามปกปิดร่องรอยความพ่ายแพ้ที่ปรากฏอยู่บนผิวกาย แต่ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปที่ประตู คีรินทร์กลับขยับมาขวางไว้ได้ทันท่วงที “คิดจะไปไหน? วันนี้คุณมีประชุมบอร์ดบริหารตอนเก้าโมงนะ รินรดา และในฐานะเลขาฯ คุณห้ามขาด ลา หรือมาสายโดยเด็ดขาด” “คุณมันปีศาจ คีรินทร์!” “อาจจะใช่” เขากระซิบข้างใบหูเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างเธอสั่นสะท้าน “แต่จำไว้เถอะ ไม่ว่าวันนี้ที่ทำงานคุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่เมื่อคืน... คุณก็เรียกชื่อผมด้วยความโหยหาไม่ต่างกันหรอก” รินรดาผลักเขาออกอีกครั้งแล้วรีบวิ่งออกจากห้องพักทันที ทิ้งให้คีรินทร์ยืนมองแผ่นหลังของเธอด้วยแววตาที่ยากจะตีความ เขาหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมามองพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก ในใจของเขากำลังคำนวณหมากกระดานถัดไปที่ลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง รินรดาพุ่งตัวออกจากลิฟต์โรงแรมสู่ที่จอดรถด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรีบสตาร์ทรถและขับออกไปโดยไม่สนใจแม้แต่จะเช็ดคราบน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ แต่นั่นกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุดของฝันร้าย เมื่อเธอขับรถออกมาได้เพียงไม่กี่นาที โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับก็สั่นระรัวด้วยสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับอนุญาต เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย... เบอร์ของเมธา รินรดากดรับด้วยมือที่สั่นเทา แต่สิ่งที่ปลายสายพูดกลับทำให้ทุกอย่างในหัวของเธอหยุดชะงักลง “รินรดา... ผมรู้แล้วนะว่าเมื่อคืนคุณไปไหน และถ้าคุณไม่อยากให้คีรินทร์รู้ว่า ‘ข้อมูลลับ’ ที่อยู่ในมือเขาจริงๆ แล้วมันมาจากใคร... กลับมาหาผมที่เดิม เดี๋ยวนี้” ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%