"ปล่อยมือเถอะค่ะคุณคีรินทร์... ยิ่งคุณรั้งไว้แบบนี้ มันยิ่งทำให้รินรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่หมากในเกมที่คุณกับคุณเมธาใช้ฟาดฟันกัน"
รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววมั่นใจกลับหม่นแสงลง เธอก้มมองมือหนาของซีอีโอหนุ่มที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิด เธอจะสลายกลายเป็นไอหมอกหายไปในความมืดของห้องทำงานที่เงียบสงัด
คีรินทร์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำดุดันอย่างที่เคยเป็น เขาค่อยๆ คลายแรงบีบลงจนเหลือเพียงการประคองไว้แผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าของสูทราคาแพงมาถึงกายสาว กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นยาสูบจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขากำลังทำลายกำแพงที่รินรดาเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
"ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นหมาก" เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ กระซิบอยู่ข้างใบหูจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งลำคอ "สำหรับผม คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมยอมลดทิฐิลงมาเพื่อขอโทษ... ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายโดยไม่บอกกล่าว แต่โปรดเชื่อใจผมเถอะรินรดา เกมของเมธามันจบลงตั้งแต่วินาทีที่ผมพาคุณเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของผมแล้ว"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมคริสตัลที่สั่นไหวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ในแววตานั้นไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่ มีเพียงความเว้าวอนที่หาได้ยากจากชายผู้กุมชะตาชีวิตของคนนับร้อยในบริษัท เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้เร่าร้อน แต่กลับลึกซึ้งและทนุถนอมจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"คุณรู้ไหมว่าความเชื่อใจมันสร้างยากแค่ไหน" เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "รินเคยเสียใจเพราะเชื่อใจคนผิดมาก่อน และวันนี้... คนที่รินเคยไว้ใจที่สุดกลับกำลังใช้รินเป็นเกราะกำบัง"
"ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้คุณเป็นคนถืออาวุธเอง" คีรินทร์จับมือเธอไปวางไว้บนอกซ้ายของเขา ให้เธอสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงและสม่ำเสมอ "ถ้าคุณไม่เชื่อใจคำพูดของผม ก็จงเชื่อใจจังหวะหัวใจของผมแทน... ไม่ว่าคุณจะเลือกก้าวเดินต่อไปทางไหน ผมจะก้าวตามหลังคุณไปโดยไม่ก้าวก่าย หรือถ้าคุณอยากจะหยุด ผมก็จะหยุดเป็นที่พักพิงให้คุณจนกว่าพายุจะผ่านไป"
ความนิ่งเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอ่อนหวาน รินรดาชะงักไปกับสัมผัสที่จริงใจนั้น เธอเห็นความเหนื่อยล้าในแววตาของเขาที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักบริหารผู้แกร่งกร้าว ความสงสัยที่เคยมีเริ่มคลอนแคลน มือของเธอยังคงวางอยู่บนอกเขา ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างตรึงเอาไว้
เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแตะกับพวงแก้มใสอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่การรุกล้ำ แต่เป็นการอ้อนวอนด้วยความเสน่หาที่ไร้การปรุงแต่ง "คืนนี้... อยู่กับผมที่นี่นะรินรดา อย่าเพิ่งหนีผมไปหาโลกที่โหดร้ายข้างนอกนั่นเลย"
รินรดาหลับตาลง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้สมองเธอพร่าเลือน เธอรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่อันตรายที่สุดสำหรับหัวใจตนเอง หากเธอเชื่อใจเขาอีกครั้งและผลลัพธ์จบลงแบบเดิม เธอคงไม่มีวันกลับมาเป็นรินรดาคนเดิมได้อีก แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูที่ถูกแง้มทิ้งไว้
"ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการแสดงละครฉากใหญ่เข้าให้แล้วสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินรดาหันไปมองทางประตูด้วยความตกใจ เมธายืนพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูร้ายกาจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในมือเขากำลังถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินที่รินรดารู้ดีว่ามันคืออะไร
"คุณลืมอะไรไปอย่างหนึ่งนะคีรินทร์... ความเชื่อใจน่ะ มันไม่มีค่าอะไรหรอกถ้าในมืออีกฝ่ายมี 'สิ่งที่ทำลายคุณได้' อยู่" เมธาชูแฟ้มในมือขึ้น ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเย้ยหยัน "รินรดา... รู้ใช่ไหมครับว่าถ้าเปิดแฟ้มนี้ดู ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณในบริษัทนี้จะจบลงทันที หรือไม่... ก็อาจจะเป็นชีวิตของ 'คนรัก' ของคุณ"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอมองสลับไปมาระหว่างแฟ้มเอกสารและใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธของคีรินทร์ ความเชื่อใจที่เธอเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นมา กลับพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าปกแฟ้มนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้รินรดาในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะคะ แล้วเรามาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 16
บททดสอบความเชื่อใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!