รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 30

ความฝันที่ซ้อนทับ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ความบันเทิงงั้นหรือคะ?” รินรดาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้ถอยหนีแม้กระแสความกดดันจากคำขู่ของเมธาจะแผ่ซ่านไปทั่วโถงทางเดินชั้นบนสุดของตึก คีรินทร์ก้าวออกมาบังร่างบางไว้ทันที สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กดลงบนไหล่ของเธอเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่อบอุ่นที่สุดในยามที่โลกกำลังจะถล่มลงมา “นายเอาเวลาไปกังวลเรื่องคดีความของตัวเองดีกว่าเมธา ก่อนที่ระเบิดในจินตนาการของนายจะระเบิดใส่หน้าตัวเองเข้าเสียก่อน” คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยรัศมีแห่งการเป็นผู้คุมเกม เขาไม่ได้แยแสต่อคำขู่เรื่องวัตถุระเบิดนั่นเลยสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าเมธาเป็นเพียงสุนัขที่เห่าดังแต่ไร้เขี้ยวเล็บที่แท้จริง “คุณดูมั่นใจมากนะคีรินทร์” เมธายกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบตึก “แต่บางครั้ง... แผนงานที่คุณทุ่มเทสร้างมาทั้งชีวิต อาจจะพังทลายลงเพียงเพราะความเชื่อใจที่ผิดคน” เมธาหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด คีรินทร์หันมาสบตารินรดา ความดุดันในดวงตาของเขามลายหายไป เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย มือหนาประคองใบหน้าสวยหวานของเลขาสาวอย่างทะนุถนอม “ลิน... ฟังผมนะ คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” เขาบอกพลางไล้นิ้วโป้งบนโหนกแก้มเนียน “ผมไม่ได้วางแผนแค่เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ผมวางแผน ‘ชีวิต’ ของเราไว้แล้ว” รินรดาใจเต้นแรง เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มากกว่าคำพูด “หมายความว่ายังไงคะ?” คีรินทร์จูงมือเธอเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งขึ้นมาเปิดแผนผังโครงการที่เขาเก็บเป็นความลับสูงสุด มันไม่ใช่แผนการขยายสาขาหรือการควบรวมกิจการ แต่มันคือ ‘บ้าน’ ในฝันที่เขาตั้งใจสร้างขึ้น ณ พื้นที่ติดทะเลที่เขาเคยเล่าให้เธอฟังในคืนที่ฝนตกพร่ำ “ที่นี่... จะเป็นที่ที่เราจะย้ายไปอยู่ด้วยกันในอีกหกเดือนข้างหน้า” เขาชี้ไปที่รายละเอียดการออกแบบ “ผมตั้งใจสร้างออฟฟิศขนาดเล็กไว้ในบ้าน เพื่อให้เราทำงานด้วยกันได้โดยไม่ต้องมีใครมาคอยแทรกแซง และที่สำคัญที่สุด... ที่นี่จะไม่มีเมธา ไม่มีหุ้นส่วนจอมปลอม มีแค่ผมกับคุณ” รินรดามองภาพจำลองสามมิติของบ้านหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันจนจุกอก เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เคยเจ็บปวดกับความรักจนปิดตายหัวใจ แต่ผู้ชายคนนี้... เขากลับไม่เคยยอมแพ้ที่จะพังกำแพงของเธอลง ด้วยความใส่ใจและแผนการอนาคตที่เขาไม่ได้มองแค่ตัวเอง แต่เขามองเห็น ‘เธอ’ อยู่ในทุกตารางนิ้วของอนาคตนั้น “คุณทำขนาดนี้... เพราะอะไรคะคีรินทร์?” เธอถามเสียงแผ่ว “เพราะคุณคือความฝันเดียวที่ผมอยากให้มันกลายเป็นความจริงที่ซ้อนทับกับชีวิตประจำวันของผมยังไงล่ะครับ” เขาโอบกอดเธอไว้แน่น “ผมเหนื่อยที่จะต้องวิ่งไล่ล่าความสำเร็จเพียงลำพังแล้วลิน... ผมอยากหยุดพัก แล้วหันไปเห็นคุณนั่งอยู่ข้างๆ ในตอนเช้าของทุกวัน” บรรยากาศในห้องทำงานอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรัก รินรดาซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขา หัวใจของเธอที่เคยด้านชาบัดนี้กลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเขา มันเป็นช่วงเวลาที่แสนหวานจนเธอนึกอยากให้เวลาหยุดหมุนอยู่เพียงแค่นี้ ทว่า ความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนจากเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยที่ดังแว่วมาจากส่วนควบคุมระบบอาคาร คีรินทร์ผละจากเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารีบเปิดระบบกล้องวงจรปิดดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หลัก “เกิดอะไรขึ้นคะ?” รินรดาถามด้วยความใจเสีย “ดูเหมือนเมธาจะไม่ได้ขู่เล่นๆ” คีรินทร์หน้าถอดสีเมื่อเห็นภาพในจอ มีบุคคลในชุดดำกลุ่มหนึ่งกำลังลอบเข้ามาในห้องเก็บข้อมูลส่วนกลาง ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุดของบริษัท และที่นั่น... มีข้อมูลความลับของลูกค้าทุกคนที่อาจส่งผลถึงความมั่นคงของบริษัทได้ ทว่าในขณะที่คีรินทร์กำลังจะกดปุ่มแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัย หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความที่กระพริบซ้ำๆ ว่า ‘การเข้าถึงถูกปฏิเสธ’ “ริน... คุณได้ทำอะไรกับรหัสผ่านของระบบความปลอดภัยเมื่อเช้านี้ไหม?” คีรินทร์หันมาถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย รินรดาเบิกตากว้าง “ฉัน... ฉันเปลี่ยนรหัสตามคำสั่งที่ส่งมาในอีเมลสำนักงานเมื่อเช้าค่ะ แต่ฉันเช็คแล้วว่าเป็นอีเมลจากแผนกไอทีของคุณ!” คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหน้าเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน “ลิน... ผมไม่ได้ส่งอีเมลนั้น” ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมรับมือ แต่เมื่อประตูถูกผลักออก บรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเกราะครบมือกลับกรูเข้ามา พร้อมกับเป้าหมายที่ดูเหมือนจะพุ่งตรงมาที่ ‘รินรดา’ “รินรดา คุณถูกจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการจารกรรมข้อมูลบริษัทและวางระเบิดสถานที่ราชการ!” หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันไปมองคีรินทร์ที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย... มีเพียงความเย็นชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่ในมือของตำรวจอีกนาย เขากำลังถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเธอจำได้แม่นว่ามันเป็นเครื่องที่เธอเคยใช้เมื่อตอนสมัยที่ยังทำงานกับเมธา! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักของรินรดาและคีรินทร์ในบทนี้ด้วยนะคะ หวังว่าละอองดาวเดือนเก้าจะมอบความสุขผ่านตัวอักษรให้ทุกท่านได้เสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%