"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ รินรดา... อย่าหวังว่าผมจะปล่อยให้คุณกลับมาเป็นคนเดิมของผมได้อีกเลย"
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสหนักแน่นที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของรินรดา แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันหนักแน่นและหนักอึ้งด้วยความหวงแหน จนร่างที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานต้องชะงักค้าง
รินรดาหลับตาลงแน่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ ภาพความทรงจำเมื่อครู่ที่เมธาพยายามยัดเยียดหลักฐานปลอมเพื่อป้ายสีคีรินทร์ยังคงฉายชัดในหัว เธอไม่ได้กลัวความผิด แต่เธอหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าหากเธอยังคงอยู่เคียงข้างเขาต่อไป ความหวังดีของเธออาจกลายเป็นดาบที่ทิ่มแทงหัวใจชายหนุ่มที่เธอรักมากที่สุด
"ปล่อยเถอะค่ะ คุณคีรินทร์... มันสายเกินไปแล้ว" เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามแกะมือหนาออก ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ่งรั้งตัวเธอเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับอกแกร่ง
คีรินทร์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขากลับตวัดแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ปลายคางคมฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านมาถึงผิวหนังทำให้รินรดาสะท้านเฮือก กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความสดชื่นของซิตรัส—โอบล้อมเธอไว้ราวกับกรงขังที่เต็มไปด้วยไออุ่น
"สายเกินไปงั้นหรือ?" เขาพึมพำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนลุกชัน "ในโลกของธุรกิจ ผมอาจจะแพ้เมธาได้... แต่ในโลกของหัวใจ ผมไม่เคยยอมยกคุณให้ใคร ทั้งคนนอก หรือแม้แต่ความระแวงในใจของคุณเอง"
รินรดาสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยสั่นระริกขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเว้าวอน
"คุณไม่เข้าใจ... เมธามันมีหลักฐานที่ทำให้คุณล้มละลายได้ ถ้าฉันไม่ออกไปจากตรงนี้ มันจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา"
คีรินทร์เชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอรับรู้ถึงความแน่วแน่ในแววตาของเขา "ล้มละลายหรือ? รินรดา ฟังผมนะ... สิ่งที่ผมสร้างมามันมีค่าแค่เศษเหล็กเมื่อเทียบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเลือกจะฝากชีวิตไว้ด้วย ถ้าคุณมองว่าผมเป็นเพียงซีอีโอที่เห็นแก่ผลประโยชน์ คุณก็ดูถูกความรักที่ผมมีให้คุณเกินไปแล้ว"
เขาโน้มใบหน้าลงมา ประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากเนียน ก่อนจะไล่ลงมายังเปลือกตาที่ปิดสนิท สัมผัสของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่นราวกับคำสัญญาที่ไม่มีวันจางหาย มือหนาที่เคยดูดุดันในที่ประชุม บัดนี้กลับลูบไล้แผ่นหลังของเธออย่างทะนุถนอม ปลอบประโลมทุกรอยร้าวในใจที่เธอเคยพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดเลขาผู้เย็นชา
"อยู่กับผมนะ... ไม่ใช่ในฐานะเลขา แต่ในฐานะหัวใจของผม"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาใจอ่อนยวบ เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ขัดแย้งกันภายในเริ่มจางหาย เหลือเพียงความถวิลหาที่โหยหามานานแสนนาน
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังอบอวลไปด้วยความรักและการปลอบประโลม เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของคีรินทร์ก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาผละออกจากอ้อมกอดเขาด้วยความตกใจ ขณะที่คีรินทร์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญก่อนจะยอมรับสาย
"ว่าไง... ใครนะ?" คีรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินปลายสายพูดจบ ร่างหนาชะงักนิ่ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเบิกกว้างด้วยความตระหนก
เขาวางสายลงช้าๆ มือที่เคยโอบกอดเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหันมามองรินรดาที่ยืนงงงันอยู่ตรงหน้า
"รินรดา... เมธาไม่ได้มีแค่หลักฐานการโกงบัญชีบริษัท" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าจนเกือบไม่ได้ยิน "มันเพิ่งส่งไฟล์วิดีโอมาให้ผม... เป็นภาพถ่ายในอดีตของคุณ กับคนที่คุณพยายามลืมไปทั้งชีวิต"
รินรดาหน้าถอดสี ร่างกายเย็นวาบไปถึงหัวใจเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอแท็บเล็ตที่คีรินทร์ชูขึ้น... นั่นคือภาพของเธอในวัยยี่สิบต้นๆ กำลังโอบกอดกับชายคนหนึ่งที่เธอสาบานกับตัวเองไว้ว่าจะไม่มีวันให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเขาคือใคร... และคนๆ นั้น คือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ด้วยรักและขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคีรินทร์มาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ
จากใจ... ละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 37
อ้อมกอดที่ปลอบประโลม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบพิศวาสใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!