"ถ้าจะฆ่า ก็เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปงานศพตัวเองเสียที คิน... มันน่าสมเพช"
เสียงกระสุนนัดนั้นไม่ได้สังหารชีวิตใคร แต่มันถากผ่านโหนกแก้มของเซนไปเพียงมิลลิเมตร ทิ้งรอยเลือดจางๆ ที่ไหลซึมลงมาตามแนวกรามคมสัน ท่ามกลางควันปืนที่ยังตลบอบอวลอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดิน กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นเลือดช่างเป็นส่วนผสมที่น่าสะอิดสะเอียน แต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวคินให้ตื่นขึ้นเต็มตา
คินยืนนิ่ง มือที่ถือปืนสั่นเทาเพียงเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่พุ่งพล่านอยู่ในอก เขาจ้องมองชายตรงหน้าที่ยังคงยืนพิงกำแพงเหล็กด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ ทั้งที่เมื่อครู่ความตายเพิ่งจะเฉียดกรายผ่านไป
"ทำไม..." คินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ทำไมมึงถึงไม่หลบ ทำไมต้องเอาตัวมาขวางกระสุนของคนที่จะฆ่ามึง"
เซนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาค่อยๆ ก้าวเดินออกจากเงามืด ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ คินถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับกำแพงเย็นเยียบ เซนฉวยโอกาสนั้นใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวคินไว้
"เพราะถ้ากระสุนนัดนั้นไม่พลาดเป้า ชีวิตที่เหลือของฉันก็คงไม่มีความหมาย" เซนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคินยิ่งกว่าเสียงปืน "คิน... นายคิดว่าการแก้แค้นของนายจะจบลงที่ตรงไหน? บนศพของฉันเหรอ? แล้วหลังจากนั้นล่ะ? นายจะเหลืออะไรนอกจากความว่างเปล่า?"
คินหันขวับมาสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้วูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำ "ฉันเหลือความสะใจไง และนั่นมันก็มากเกินพอสำหรับฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวฉัน"
"นายเข้าใจผิดมาตลอด" เซนเชยคางคินขึ้นมา บังคับให้เขาต้องจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดบางอย่างที่คินไม่เคยสังเกตเห็น "คนที่ฆ่าพ่อแม่นายไม่ใช่คนของฉัน... แต่เป็นคนที่นายกำลังรับใช้มาตลอดเจ็ดปีนี้ต่างหาก"
ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คินรู้สึกถึงความกดอากาศในห้องที่เปลี่ยนไป มือของเขาอ่อนแรงลงจนปืนตกลงบนพื้นคอนกรีตเกิดเสียงดังสนั่น เขามองเซนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่ความจริงบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทีละน้อย เหมือนภาพจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ต่อติดกันด้วยความเจ็บปวด
"นายโกหก" คินเสียงสั่น
"ฉันมีหลักฐานอยู่ในมือ" เซนปล่อยมือจากคางคินแล้วล้วงหยิบแฟ้มเอกสารที่เปื้อนเลือดออกจากเสื้อสูทด้านใน "แฟ้มนี้คือต้นเหตุที่ทำให้ฉันต้องถูกไล่ล่าตั้งแต่วันที่ฉันเริ่มตั้ง 'The Party Room' ขึ้นมา ฉันพยายามปกป้องนายมาตลอด คิน... ตั้งแต่วันแรกที่นายก้าวเข้ามาเป็นนักฆ่าในสังกัดของพวกมัน"
คินรับแฟ้มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาเปิดมันออกดู ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ ลายเซ็นของผู้มีอิทธิพลสูงสุดในองค์กรใต้ดินปรากฏหราอยู่บนคำสั่งฆ่าครอบครัวของเขา พร้อมด้วยภาพถ่ายในวันที่เกิดเหตุ... ภาพของชายคนหนึ่งที่คินเคารพรักเหมือนพ่อบังเกิดเกล้าเป็นคนลั่นไก
เข่าของคินทรุดลงกับพื้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะพังทลายลงตรงหน้า ความแค้นที่เคยเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี เซนทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเขา มือหนาเอื้อมมาเช็ดหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาโดยไม่รู้ตัวของคินอย่างเบามือ
"ร้องออกมาเถอะ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่คินไม่เคยได้รับมาก่อน "มุมมืดนี้แหละที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนายในตอนนี้ เพราะข้างนอกนั่น... ไม่มีใครที่นายจะเชื่อใจได้อีกแล้ว"
คินซุกหน้าลงกับไหล่ของเซน ปล่อยให้ความเปราะบางที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมา เขาไม่ใช่เครื่องจักรสังหารอีกต่อไป แต่เป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย ทว่าในขณะที่ความอบอุ่นเพียงน้อยนิดกำลังโอบอุ้มหัวใจที่แหลกเหลว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวด้านนอก
เซนผละออกมาทันที สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมและทรงเสน่ห์เหมือนเดิม เขาคว้าปืนขึ้นมาตรวจเช็คกระสุนอีกครั้ง "ดูเหมือนเจ้าของงานปาร์ตี้ตัวจริงจะมาถึงแล้วนะ"
คินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสับสนบัดนี้กลับมาแหลมคมราวกับใบมีด เขาคว้าปืนของตนขึ้นมาประสานสายตากับเซน ความเข้าใจบางอย่างสื่อสารผ่านสายตาโดยไม่ต้องใช้คำพูด
ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นร่างของชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น เขามองมาที่ทั้งคู่ราวกับกำลังมองดูหนูที่จนตรอกอยู่ในกรง
"เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ? ที่ความลับมันรั่วไหลเร็วกว่าที่คิด" ชายชุดขาวเอ่ยพลางยกปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเขา "เซน... นายทำพลาดที่คิดจะเปลี่ยน 'หมาล่าเนื้อ' ให้กลายเป็น 'คนรัก' เพราะสุดท้ายแล้ว... หมาก็คือหมา มันไม่มีวันเชื่องหรอก"
ทันใดนั้น คินลุกขึ้นยืนพลางหันปลายกระบอกปืนไปทางชายชุดขาว ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของเซนกระตุกวาบ
"เขาพูดถูก" คินเอ่ยเสียงเรียบ "หมาตัวนี้ไม่เชื่องหรอก... โดยเฉพาะกับคนที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตมัน"
คินเหนี่ยวไกปืนทันที แต่ทว่ากระสุนกลับไม่ได้พุ่งไปทางชายชุดขาว... กลับพุ่งตรงไปที่แผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยข้างหลังของเขา ทำให้ทั่วทั้งโซนตกระอยู่ในความมืดสนิทในเสี้ยววินาที
ความมืดมิดปกคลุมทุกอย่าง แต่ก่อนที่จะเกิดเสียงปะทะครั้งใหญ่ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูคิน... ไม่ใช่เสียงของเซน แต่เป็นเสียงที่เขาจำได้แม่นยำที่สุด เสียงของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว
"พบกันใหม่ในมุมมืดนะ... คิน"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในมุมของสังเวียนลับกับแบล็กเวลเวตนะคะ
Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด•ตอนที่ 45
พบกันใหม่ในมุมมืด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!