“ถ้ามึงยังไม่หยุดดิ้น กูจะกระชากลิ้นมึงออกมาเล่นแทนของเล่นในห้องนี้ซะ”
เสียงทุ้มต่ำของคินไม่ได้มีความปรานีเจือปนอยู่แม้แต่น้อย มันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก ปลายมีดพกคมกริบจ่ออยู่ที่คอหอยของชายฉกรรจ์ที่กำลังสำลักเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ ส่องให้เห็นเงาร่างของคินที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือเหยื่อด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพ
ชายคนนั้นคือหนึ่งในกลุ่มมือสังหารที่รุมสังหารพรรคพวกของเซนเมื่อสัปดาห์ก่อน รอยสักรูปนกอินทรีบนต้นคอของมันคือหลักฐานมัดตัวที่คินตามล่ามานาน
“ใคร... ใครส่งมึงมา?” คินถามซ้ำ นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับมีดให้บาดลึกลงไปอีกนิดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นทาง
“หึ... มึงคิดว่ามึงล่าพวกกูอยู่เหรอ คิน?” ชายคนนั้นหัวเราะทั้งที่เลือดท่วมปาก ดวงตาที่บวมปูดของมันจ้องมองกลับมาด้วยความเย้ยหยัน “มึงมันก็แค่หมากตัวหนึ่ง... หมากที่เซนเก็บไว้รอวันเชือดทิ้งเหมือนพวกกูไงล่ะ!”
คินชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเรียบเฉยของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่รุนแรงกว่าเดิม เขาไม่ได้โกรธเพราะคำยั่วยุ แต่ความเงียบงันในใจของเขากำลังสั่นคลอน เซน... มาเฟียเจ้าของ The Party Room ผู้ที่แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้เสมอคนนั้น เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้กันแน่?
“โกหก” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดมีดผ่านเส้นเอ็นที่ขาของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังโหยหวนไปทั่วพื้นที่ที่ไร้ผู้คน
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูบนชั้นดาดฟ้าของ The Party Room เซนกำลังหมุนแก้วไวน์ในมือเล่น สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังจอมอนิเตอร์ที่ถ่ายทอดสดภาพจากกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่เขาแอบฝังไว้ในตัวเหยื่อของคิน
“โหดร้ายจังนะ คิน...” เซนพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ทว่านัยน์ตากลับไร้ความขบขัน “แต่ความแค้นที่ไม่มีสติปัญญา มันก็เป็นแค่ฟืนที่รอวันเผาผลาญตัวเองให้มอดไหม้เท่านั้นเอง”
เซนวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหรู เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกสูทราคาแพงให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปหยิบปืนพกกระบอกประจำกายขึ้นมาตรวจสอบลูกกระสุน วันนี้เขามีภารกิจที่ต้องจัดการ... ไม่ใช่การไปหยุดคิน แต่เป็นการไปเป็น 'พยาน' ให้กับความล่มสลายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ย้อนกลับมาที่โกดัง คินตัดสินใจปลิดชีพชายคนนั้นโดยไม่รอคำสารภาพเพิ่มเติม เขาทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้เบื้องหลังและพุ่งตัวออกมาสู่ความมืดมิดของค่ำคืน แต่ทว่า... สัญชาตญาณนักฆ่าของเขากลับส่งสัญญาณเตือนภัยที่สั่นสะท้านไปทั่วสันหลัง
คินหยุดชะงัก ฝีเท้าที่เงียบกริบดุจแมวป่าก้าวหลบเข้าหลังเสาคอนกรีตอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... กลิ่นวานิลลาผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยมาเตะจมูก
“ออกมาเถอะครับคิน ผมรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น” เสียงของเซนดังแทรกผ่านความเงียบมาอย่างนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก “การล่าคนทรยศน่ะ มันเป็นงานอดิเรกที่น่าเบื่อไปหน่อยไหม? สู้มาเล่นเกมที่ผมเตรียมไว้ให้จะดีกว่านะ”
คินก้าวออกมาจากมุมมืด แววตาดุดันจ้องเขม็งไปที่ชายที่ยืนอยู่ใต้แสงจันทร์เพียงลำพัง “ทำไมคุณถึงมาที่นี่ เซน? หรือว่าคนที่สั่งฆ่าพรรคพวกของคุณ... คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้?”
เซนไม่ได้ปฏิเสธ เขายังคงยิ้มบางๆ แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้คินจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสลมหายใจของกันและกัน มือหนาของเซนเอื้อมมาเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นเปื้อนบนแก้มของคินอย่างเบามือ
“ถ้าผมบอกว่า ใช่... คุณจะทำยังไงล่ะ?” เซนกระซิบข้างหูคิน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้คินสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “จะฆ่าผม? หรือจะยอมจำนนต่อคนที่เป็นทั้งศัตรูและ... คนที่ครอบครองคุณทุกตารางนิ้วในตอนนี้?”
คินเบิกตากว้าง ความสับสนถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาผลักเซนออกอย่างแรง แต่ทว่าเซนกลับคว้าข้อมือเขาไว้ได้ทัน แล้วเหวี่ยงเขากระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปืนออกจากซองของคินและกดปากกระบอกปืนลงบนอกแกร่งของเขาเองแทน
“ยิงสิ คิน” เซนกดดันด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา “ยิงคนที่คุณเกลียดที่สุด... แต่ก็เป็นคนที่คุณโหยหาที่สุดด้วย”
วินาทีนั้นเอง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งสาดส่องเข้ามาในโกดัง เสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนดังล้อมกรอบเข้ามาทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นหูของ 'หัวหน้าองค์กร' ที่คินไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นตัวเป็นๆ เดินออกมาจากเงามืดหลังรถ
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ” หัวหน้าองค์กรกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “การที่พวกแกสองคนกำลังจะฆ่ากันเอง มันช่วยประหยัดเวลาของฉันไปได้เยอะ... เพราะยังไงวันนี้ พวกแกทั้งคู่ก็ต้องตายไปพร้อมกับความลับที่ไม่มีใครควรได้รู้!”
ปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอกเล็งมาที่พวกเขาทั้งคู่ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เซนกลับหันมามองคินด้วยรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่คินเคยเห็นมา ก่อนที่เขาจะกระซิบคำสั่งสุดท้ายที่ทำเอาคินต้องหยุดหายใจ
“คิน... รับปืนนี่ไป แล้วยิงผมซะ ถ้าอยากมีชีวิตรอดออกไปจากขุมนรกนี้ด้วยกัน... เพราะผมได้วางระเบิดไว้ใต้ฝ่าเท้าของไอ้พวกเวรนั่นหมดแล้ว!”
แบล็กเวลเวตหวังว่าตอนจบที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ
Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด•ตอนที่ 33
แค้นนี้ต้องชำระ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!