“ปล่อยมือออกจากบอร์ดหุ้นนั่นซะ เซน... ก่อนที่ผมจะทำให้คุณเสียใจที่เกิดมาเป็นเจ้าของ The Party Room แห่งนี้”
เสียงเย็นเยียบของคินดังก้องผ่านไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องควบคุมลับที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหล็กสนิมจางๆ ปืนพกกระบอกสีเงินจ่อเข้าที่ขมับของเซนอย่างมั่นคง ทว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องกลับเพียงแค่หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและแฝงไปด้วยความร้าวราน
เซนไม่แม้แต่จะปรายตามามองกระบอกปืน เขาจดจ้องตัวเลขสีแดงฉานที่กำลังดิ่งพสุธาบนหน้าจอหลักของบ่อน “คิน... คุณคิดว่าความแค้นของครอบครัวคุณมันมีค่าแค่เศษเงินตัวเลขพวกนี้เหรอ? คุณกำลังทำลาย ‘ของเล่น’ ที่ผมสร้างไว้เพื่อรอวันจะมอบให้คุณทั้งชิ้นเลยนะ”
คินกดปลายกระบอกปืนลึกลงไปจนผิวหนังของอีกฝ่ายเริ่มบุ๋มเป็นรอย “เลิกเล่นละครเสียที สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมด มันคือบทละครฉากใหญ่ที่มีผมเป็นตัวตลกคอยเดินตามเกมของคุณมาตลอดใช่ไหม? ทั้งการดูแล การปกป้อง... หรือแม้แต่จูบที่น่าสะอิดสะเอียนนั่น”
“คุณเรียกมันว่าน่าสะอิดสะเอียนงั้นหรือ?” เซนหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า มือหนาของเขาเอื้อมขึ้นมาจับลำกล้องปืนแล้วค่อยๆ กดให้แนบสนิทกับหน้าผากของตนเองมากขึ้น นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัว มีเพียงประกายความบ้าคลั่งที่ยากจะหยั่งถึง “ถ้าจูบของผมมันไร้ค่า ทำไมชีพจรของคุณถึงเต้นแรงจนผมสัมผัสได้ทุกครั้งที่เราใกล้กันล่ะ?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สถานะของบ่อนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตใต้กำลังพังทลายลงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่คินเป็นคนวางแผน เส้นสายของเซนในองค์กรใหญ่เริ่มตัดขาดทีละคน สัญญาการส่งสินค้าผิดกฎหมายถูกตีแผ่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ
คินกัดฟันแน่น “คนโกหกมักมีเหตุผลให้ตัวเองเสมอ แต่คนใกล้ตายอย่างคุณ... ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรทั้งนั้น”
“งั้นลองดูสิ” เซนท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน “ถ้าคุณเหนี่ยวไกตอนนี้ ระบบป้องกันการทำลายตัวเองของตึกนี้จะทำงานทันที และเชื่อผมเถอะ... ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนบงการฆ่าครอบครัวคุณ จะถูกลบหายไปตลอดกาล คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าใครคือคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความตายของพ่อแม่คุณจริงๆ”
คินชะงัก นิ้วที่เหนี่ยวไกเริ่มสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที นั่นคือความผิดพลาดเดียวที่เซนรอคอย มาเฟียหนุ่มปัดปืนออกจากขมับอย่างรวดเร็วก่อนจะกระชากคอเสื้อของคินให้เข้ามาใกล้จนลมหายใจรดกัน “คุณมันอ่อนหัด คิน... คุณเอาแต่โทษผมว่าเป็นศัตรู แต่เคยถามตัวเองไหมว่าทำไมผมถึงยอมให้คุณทำลายบ่อนของผมถึงขนาดนี้?”
“เพราะคุณกำลังจะตาย... คุณเลยพยายามลากทุกคนลงนรกไปด้วย” คินเค้นเสียง
“ผิดถนัด” เซนกระซิบข้างหู น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ดูน่าสยดสยอง “เพราะผมรู้ว่าถ้าผมไม่มีอะไรเหลืออยู่ในมือแล้ว คุณจะเป็นคนเดียวที่ผมครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ... โดยไม่ต้องมีเรื่องบ่อน หรือเรื่องผลประโยชน์มาขวางกั้น”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็กรีดร้องไปทั่วทั้งชั้น พนักงานในชุดสูทดำต่างวิ่งวุ่นผ่านหน้าห้องไปมาด้วยความตื่นตระหนก หน้าจอหลักดับมืดลงพร้อมกับการประกาศจากระบบรักษาความปลอดภัยว่า ‘มีการบุกรุกจากบุคคลภายนอก’
คินเบิกตากว้าง “นี่ไม่ใช่แผนของคุณ... ใครบุกเข้ามา?”
เซนมองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ที่ติดๆ ดับๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ดูเหมือนว่า ‘เจ้าของตัวจริง’ ของที่นี่ จะทนเห็นของเล่นของเขาสูญเสียมูลค่าไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะ คิน... ยินดีต้อนรับสู่ฉากจบที่แท้จริง”
ยังไม่ทันที่คินจะได้ตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าของห้องควบคุมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตที่ถือปืนกลเบาไว้ในมือ แววตาของชายผู้มาใหม่นั้นเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนที่เขาจะปรายตามองมาที่คินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ในเมื่อเซนคุมบ่อนไม่ได้... ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเจ้าของ” ชายคนนั้นหยุดนิ่งพลางแสยะยิ้ม “และดูเหมือนว่าของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ให้หลานชายคนโต... จะพร้อมให้จัดการทิ้งเสียที”
คินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดๆ เขาคือคนคนเดียวกับที่อยู่ในแฟ้มลับ... คนที่เป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวของเขาด้วยมือตัวเอง!
นิยายตอนที่ 42 จบลงตรงนี้...
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นหัวใจไปกับแบล็กเวลเวตนะคะ
Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด•ตอนที่ 42
พายุที่โหมกระหน่ำ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!