“อย่าทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเห็นผีสิคะคิน... ปาร์ตี้เพิ่งจะเริ่มขึ้นเองนะ”
เสียงทุ้มต่ำของเซนดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีบีทหนักหน่วงที่กระแทกเข้ากับโสตประสาทใน ‘The Party Room’ กลิ่นเหล้าราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อและฟีโรโมนของผู้คนที่เต้นรำนัวเนียอยู่บนฟลอร์เต้นรำไม่ได้ทำให้ความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังของคินลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
คินขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาคมกริบดุจมีดโกนของเขายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซน รอยยิ้มที่เขาไม่เคยอ่านออกว่ามันคือความเมตตาหรือกับดักกันแน่ มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทสั่งตัดราคาแพงของคินกำหมัดแน่นจนสั่น เขายังคงได้ยินเสียงกระซิบนั้นดังก้องอยู่ในหัว—ประโยคที่ทำลายความเยือกเย็นที่เขาเพียรสร้างมาตลอดหลายปีลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
“คำตอบ... อยู่ที่ไหน” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
เซนไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ ยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นหมุนวน ของเหลวสีอำพันสั่นไหวล้อไปกับแสงไฟสีสลัวในคลับ เขาขยับกายเข้าไปใกล้คินจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ ของเซนตีรวนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของคิน ก่อเกิดเป็นบรรยากาศที่เร่าร้อนและบีบคั้นในเวลาเดียวกัน
“ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคุยเรื่องความตายนะคะคนดี” เซนกระซิบข้างใบหูคิน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้คินขนลุกชัน “ที่นี่คือสังเวียนลับ ที่ที่ทุกคนสวมหน้ากากเข้าหากัน ดูนั่นสิ...”
เซนเพยิดหน้าไปยังกลุ่มคนชุดดำที่กำลังขยับตัวอยู่ตามมุมมืดของชั้นลอย คินตวัดสายตามองตามไปอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ—ไม่ใช่แค่การคุ้มกัน แต่เป็นการ 'ล้อม'
“นายพาฉันมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ เซน?” คินถามพลางกวาดสายตามองฝูงชน ความวุ่นวายในปาร์ตี้เริ่มดูจอมปลอมในสายตาของเขา เสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงกรีดร้อง เพลงจังหวะสนุกสนานเริ่มกลายเป็นจังหวะชีพจรที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
“ฉันพามาเพื่อพิสูจน์ไงคะ” เซนวางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะคว้าข้อมือของคินแล้วดึงให้เดินฝ่าฝูงชนที่กำลังมัวเมาไปสู่ห้องวีไอพีด้านใน “พิสูจน์ว่าในโลกที่เต็มไปด้วยกลลวงนี้ นายยังเหลือความสามารถที่จะ ‘เลือก’ อยู่ไหม... ระหว่างการล้างแค้นที่นายโหยหา กับชีวิตที่นายควรจะมี”
พวกเขาก้าวพ้นประตูเหล็กกล้าเข้ามาในห้องที่เงียบสนิท ตัดขาดจากเสียงเพลงภายนอกโดยสิ้นเชิง ทว่าความเงียบนั้นกลับน่ากลัวกว่าเป็นเท่าตัว เพราะทันทีที่ประตูปิดลง คินก็สัมผัสได้ถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับจากมุมมืด
“คุณชายเซน... นายเล่นเกมอะไรอยู่” คินไม่ได้ขยับตัว แต่เขากลับผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง เตรียมพร้อมสำหรับการปะทะในเสี้ยววินาที
“ฉันไม่ได้เล่นเกม... ฉันกำลังปกป้องนาย” เซนตอบกลับ เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คนในองค์กรไม่ได้แค่อยากฆ่านาย พวกมันต้องการให้เห็นนายพังทลายลงก่อนตาย และนั่นรวมถึงการใช้ ‘ความจริง’ ที่นายอยากรู้นั่นแหละเป็นอาวุธ”
“อย่ามาเสแสร้งว่าห่วงฉัน!” คินตวาด เขาสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของเซนแล้วคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายกระแทกเข้ากับผนังห้อง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น “ถ้าคนฆ่าครอบครัวฉันคือแก... ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีกต่อไป!”
เซนไม่ขัดขืน เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างอ่อนโยน ทั้งที่ใบหน้าถูกคินบีบจนเริ่มเปลี่ยนสี “ถ้าฉันฆ่าครอบครัวนาย... นายคิดว่าวันนี้ฉันจะยอมยืนให้นายทำแบบนี้เหรอคะคิน?”
คินชะงัก สายตาของเขาเลื่อนไปมองประตูด้านหลังที่สั่นไหวคล้ายมีคนพยายามพังเข้ามา ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนเตือนภัยของสังเวียนลับก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับไฟในห้องที่ดับมืดลง
“หุบปากแล้วฟังนะ!” เซนตะโกนผ่านเสียงไซเรน เขาคว้าตัวคินลงไปหลบหลังโซฟาหนังตัวใหญ่ในจังหวะที่กระสุนนัดแรกพุ่งทะลุประตูเข้ามา ฝังลงบนผนังตรงจุดที่คินเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ “ความจริงที่นายตามหา... มันถูกซ่อนไว้ในไฟล์ลับที่อยู่ในมือคนชื่อ 'เอเลียส' คนที่กำลังยืนคุมอยู่หน้าประตูทางออกทิศเหนือตอนนี้!”
คินหายใจหอบแรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เอเลียส... คนสนิทที่สุดของพ่อเขา คนที่หายสาบสูญไปในคืนที่ครอบครัวของเขาถูกกวาดล้าง!
“ทำไมถึงบอกฉันตอนนี้?” คินถาม พลางเตรียมมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบูท
“เพราะถ้าไม่ใช่วันนี้... นายก็จะไม่มีวันได้รู้ความจริงอีกเลย เพราะพวกมันกำลังจะทำลายปาร์ตี้คืนนี้ด้วยระเบิดคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ใต้ฟลอร์เต้นรำ!” เซนกระชากแขนคินให้ลุกขึ้น “ไปฆ่ามันซะ หรือจะอยู่รอให้เราสองคนกลายเป็นเถ้าถ่านที่นี่ เลือกเอาคิน!”
คินมองใบหน้าของเซนในความมืด แววตาของเขาซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยคำถามใหม่ที่ถาโถมเข้ามา แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังล้อมห้องนี้ไว้ทุกทิศทาง
ประตูห้องถูกพังทลายออกด้วยแรงระเบิด ร่างของชายสวมหน้ากากหลายคนพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ทว่าร่างที่เดินนำหน้าสุดกลับทำให้คินถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
เขาสวมสูทสีขาวสะอาดตา ตัดกับคราบเลือดที่กระเซ็นอยู่บนใบหน้าครึ่งซีก เอเลียส... คนที่เขาเคยนับถือเสมือนอาแท้ๆ ก้าวเข้ามาพร้อมปืนพกกระบอกเดียวที่เล็งตรงมาที่หน้าอกของคิน
“ดีใจนะที่ได้เจอหลานชายอีกครั้ง” เอเลียสเหยียดยิ้ม “ลุงรอวันนี้มานานเหลือเกิน... วันที่จะได้ปิดบัญชีตระกูลพวกแกให้สิ้นซากไปพร้อมกับปาร์ตี้เน่าๆ นี้”
เซนขยับตัวมาบังหน้าคินไว้ทันควัน ทว่าสิ่งที่เอเลียสพูดต่อมากลับทำให้โลกของคินหยุดหมุนไปโดยสิ้นเชิง
“อ้อ... และขอบใจนะเซน ที่ล่อคินมาให้ลุงได้ง่ายขนาดนี้” เอเลียสหัวเราะร่วน ก่อนจะชี้กระบอกปืนไปที่เซน “ฆ่ามันซะ... แล้วความลับของพ่อแม่นาย ก็จะถูกฝังไว้กับศพของชายที่นายรักที่สุดคนนี้ตลอดกาล!”
คินมองไปที่เซนที่กำลังหันมาสบตาเขา แววตาของเซนในตอนนั้นไม่ใช่คนเจ้าชู้จอมวางแผนอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของผู้ชายที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรักที่สุด... และคินก็รู้ทันทีว่า กระสุนที่กำลังจะลั่นไกในอีกเสี้ยววินาทีต่อมา มันอาจจะเป็นสิ่งที่เขาต้องเลือกว่าจะ ‘ช่วย’ หรือ ‘สังหาร’ กันแน่!
ขอบคุณที่เดินทางมากับแบล็กเวลเวตจนถึงบรรทัดนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด•ตอนที่ 25
กลลวงกลางปาร์ตี้
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!