“ถ้าผมบอกว่าคนที่คุณกำลังตามล่า คือคนที่กำลังนั่งรินไวน์ให้คุณดื่มอยู่ในทุกค่ำคืนล่ะครับ... คุณจะยังกล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกไหม?”
เสียงทุ้มต่ำของคินเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของกามารมณ์ภายในห้องพักส่วนตัวที่ลึกที่สุดของ The Party Room เขาไม่ได้ขยับตัวทำอะไรมากกว่าการวางแฟ้มเอกสารลับที่เพิ่งขโมยมาได้ลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา สายตาของเขาจับจ้องไปยังเซนด้วยความรู้สึกที่พยายามจะฉีกกระชากให้อีกฝ่ายแตกสลาย
เซนที่กำลังควงแก้วคริสตัลในมือชะงักไปครู่หนึ่ง แต่มุมปากกลับค่อยๆ ยกยิ้มอย่างใจเย็นราวกับว่าสิ่งที่คินพูดเป็นเพียงเรื่องตลกที่น่าฟัง เขาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าคางของคินให้เงยขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
“ความจริงมันเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ คิน... แต่บางครั้ง ความจริงที่ได้รับรู้จากคนที่ 'รัก' ก็นำมาซึ่งรอยแผลที่ลึกเกินกว่าจะสมานได้ คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะที่รัก” เซนกระซิบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับผิวแก้มของคิน แต่มันกลับทำให้คินรู้สึกสะอิดสะเอียนจนต้องสะบัดหน้าหนี
“หยุดแสดงละครเสียที” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน “เอกสารพวกนี้... รหัสการโอนเงินที่เชื่อมต่อไปยังบัญชีลับของ ‘หัวหน้าหน่วยสังหาร’ ที่ฆ่าครอบครัวผม รอยประทับตรานั่นมันคุ้นตาเกินไปไหมครับ เซน? คุณจำไม่ได้เหรอว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติเงินก้อนนั้นในคืนที่ครอบครัวผมต้องตาย”
คินผลักโต๊ะออกจนเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวสวยของนักฆ่าเลื่อนไปแตะที่ด้ามปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แต่เซนกลับทำเพียงแค่นั่งไขว่ห้าง มองท่าทีที่ดุร้ายนั้นด้วยความเอ็นดูเหมือนกำลังมองสัตว์ป่าที่กำลังหลงทาง
“คุณตามหาคนบงการอยู่ใช่ไหม? คุณคิดว่าผมเป็นคนบงการ... หรือคุณแค่ต้องการให้ผมเป็นคนบงการ เพื่อที่คุณจะได้มีเหตุผลในการยิงกระสุนนัดนั้นใส่หัวใจผม?” เซนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหม่นเศร้าแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม “เปิดหน้ากระดาษสุดท้ายสิ... หน้านั้นที่ผมไม่ได้แตะต้องมานานหลายปี”
คินขมวดคิ้ว มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะพลิกแฟ้มไปยังหน้าที่ถูกจดหมายเหตุระบุว่าเป็น 'แฟ้มประวัติบุคคลต้องห้าม'
หน้ากระดาษนั้นไม่ได้มีแค่รหัสโอนเงิน แต่มันคือรูปถ่ายที่ซีดจางของหญิงสาวคนหนึ่งที่คินจำได้ดีที่สุดในชีวิต... หญิงสาวที่คินคิดว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุการณ์สังหารหมู่ในคืนนั้น แต่ทว่า ในรูปถ่ายใบนั้น เธอกำลังยืนเคียงข้างกับคนสนิทที่สุดที่เซนไว้วางใจให้ดูแลระบบความปลอดภัยทั้งหมดของ The Party Room... มือขวาผู้เงียบเชียบที่คินมักจะทักทายด้วยความเคารพในฐานะ 'พี่ชาย' เสมอมา
เลือดในกายของคินเย็นเฉียบจนเหมือนหยุดไหล เขาตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเคียดแค้นที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
“พี่มาคัส...” คินพึมพำด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน “เป็นไปไม่ได้... คนที่คอยสอนผมจับมีด คนที่คอยปกป้องผมในองค์กรนั้นมาตลอด... คือคนเดียวกับคนที่ส่งคนมาฆ่าครอบครัวผมงั้นเหรอ?”
“มาคัสไม่ได้แค่ทำตามคำสั่ง เขาคือ 'สถาปนิก' ของโศกนาฏกรรมครั้งนั้น” เซนลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยุดข้างหลังคิน เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่กดดันเหมือนถูกบีบคอ “และที่น่าตลกที่สุดคือ... ตอนนี้มาคัสไม่ได้แค่ทำงานให้องค์กร เขาคือกรรมการบริหารคนสำคัญที่กำลังจะเข้ามาคุม The Party Room ของผมในสัปดาห์หน้า”
คินหันขวับกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความบ้าคลั่ง “ทำไมคุณถึงเพิ่งบอกผม! ทำไมคุณต้องรอจนถึงตอนนี้!”
“เพราะถ้าผมบอกคุณตั้งแต่วันแรก คุณก็แค่จะวิ่งไปตาย” เซนใช้มือหนาประคองใบหน้าของคินไว้แน่น “ผมต้องการคุณ... ไม่ใช่ในฐานะเครื่องมือสังหารที่พังทลาย แต่ในฐานะคู่ชีวิตที่พร้อมจะล้างบางคนพวกนั้นไปพร้อมกับผม”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอกก็ทำให้ทั้งคู่ชะงัก ฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนกำลังมุ่งหน้ามายังห้องนี้ คินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นห้อง นี่ไม่ใช่แค่การเดินตรวจตรา แต่มันคือการบุกรุก
เซนหันไปมองประตูที่ถูกถีบออกจนพังกระจาย ร่างของ 'มาคัส' ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายชุดดำที่ติดอาวุธครบมือ ใบหน้าที่เคยดูอบอุ่นและเป็นมิตรในสายตาของคินบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเย็นชา
“เซน... นายทำเกินหน้าที่ไปหน่อยนะ” มาคัสกวาดสายตามองคนทั้งคู่ ก่อนจะหยุดนิ่งที่คิน “และสำหรับเธอนะคิน... เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้แล้ว เพราะคนที่จะต้องตายในห้องนี้ ไม่ใช่พวกเรา... แต่เป็นคนรักของเธอที่คิดจะทรยศองค์กรต่างหาก”
มาคัสยกปืนขึ้นเล็งไปยังคินโดยไม่ลังเล แต่ทว่า... ปลายกระบอกปืนกลับไม่ได้เล็งที่ตัวเขาเพียงคนเดียว หากแต่เล็งไปยังจุดที่เปราะบางที่สุดของระบบทำลายล้างที่ถูกติดตั้งไว้รอบห้อง
“ถ้าผมกดสวิตช์นี้ ทั้งคินและเซน... จะหายไปจากสังเวียนนี้ตลอดกาล” มาคัสยิ้มกว้าง แต่นิ้วของเขาที่แตะอยู่บนรีโมทกลับเริ่มสั่นไหว เมื่อเซนหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง
“กดสิมาคัส...” เซนก้าวไปบังคินไว้ด้วยร่างกายของเขา “แต่แกคงลืมไปว่า... ในห้องนี้ คนที่คุมสัญญาณเซนเซอร์ทั้งหมด ไม่ใช่แก... แต่คือคนที่กำลังถือมีดสั้นจ่อที่คอหอยของลูกน้องแกที่ยืนอยู่ข้างหลังแกต่างหาก”
คินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของ 'ใครบางคน' ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหน้าต่าง โผล่ออกมาพร้อมกับมีดที่จ่อคอมาคัสอยู่อย่างแม่นยำ... และคนคนนั้น คือคนเดียวกับที่คินเคยสาบานว่าจะไม่มีวันร่วมงานด้วยอีกตลอดไป!
นี่คือความลับที่แบล็กเวลเวตอยากบอกว่า... ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะคะ เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้าให้ดี เพราะเกมนี้ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงแค่ผู้ที่อยู่รอดบนกองศพเท่านั้นค่ะ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและดุเดือดในสังเวียนนี้ด้วยกันนะคะ แบล็กเวลเวตสัญญาว่าจะพาคุณไปถึงจุดหมายที่คาดไม่ถึงแน่นอนค่ะ
Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด•ตอนที่ 30
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Underground Pulse: กรงขังรักเดิมพันเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!