เสียงกรรไกรโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดัง *กริ๊ก* สอดรับกับเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าของรวินท์ เขากลั้นหายใจขณะใช้ปลายแหนบหนีบสายไฟสีน้ำเงินเส้นบางเฉียบออกจากแผงวงจรควบคุมระเบิดแสวงเครื่อง ระบบดิจิทัลตรงหน้าแสดงตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่เหลือเวลาอีกเพียงสิบเจ็ดวินาทีเท่านั้น
สภาพแวดล้อมรอบตัวเราในเวลานี้คือห้องใต้ดินอับชื้นของอาคารร้างเขตชานเมือง กลิ่นอับของฝุ่นผงและดินปืนคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าความกดดันสูงสุดไม่ได้มาจากกลไกมรณะตรงหน้า หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนจากฝเท้าของกลุ่มคนร้ายที่กำลังพังประตูชั้นบนลงมาทีละบาน
"รวินท์... อีกสิบวินาทีค่ะ... เอ๊ย... อีกสิบวินาทีครับ" รินรดาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังเผลอหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความร้อนรน ดวงตาคู่สวยของเธอหลíตาลงครึ่งหนึ่ง ภาพนิมิตรางเลือนเมื่อครู่กำลังซ้อนทับกับเหตุการณ์จริงในปัจจุบัน ภาพสายไฟสีแดงที่จะถูกสับสวิตช์ผิดพลาดกำลังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพฉายซ้ำ
"ตั้งสติไว้ รินรดา" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น แววตาหลังกรอบแว่นสายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย สมองส่วนหน้าของนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "คุณบอกผมว่านิมิตเห็นมือขวาของคนร้ายสั่นไหวตอนวางชนวนใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ... เอ่อ ใช่ครับ! มือซ้ายของมันใส่แหวนเหล็ก มันไม่มีทางถนัดข้างนั้นเด็ดขาด แผงวงจรนี้ถูกออกแบบโดยคนถนัดซ้าย!" รินรดาปรับสรรพนามตามคำเตือนก่อนหน้าทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาสับสนเรื่องเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองรอยเชื่อมตะกั่วบนแผงวงจรอย่างพินิจพิจารณา "รอยเชื่อมจุดที่สามทางขวา... นั่นคือจุดหลอก ตัดเส้นสีเขียวข้าwๆ ต่างหาก ไม่ใช่สีน้ำเงิน!"
ในสถานการณ์คับขันที่เดิมพันด้วยชีวิต ข้อมูลจากนิมิตของรินรดาผสมผสานเข้ากับตรรกะเชิงโครงสร้างอาชญาวิทยาของรวินท์อย่างไร้รอยต่อ ไม่มีเวลาให้ลังเลใจ ไม่มีเวลาให้พิสูจน์ความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
รวินท์ตัดสินใจในเสี้ยววินาที นิ้วเรียวยาวเปลี่ยนเป้าหมายจากสายไฟสีน้ำเงินไปยังเส้นสีเขียวเข้มทันที ปลายนิ้วมั่นคงไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย เขากดคีมตัดลงไปอย่างเด็ดขาด
*กริ๊บ!*
ตัวเลขดิจิทัลสีแดงที่หยุดนิ่งที่ตัวเลข 0.03 วินาที ดับวูบลงพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่เงียบสนิท ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด
นี่คือบทพิสูจน์ว่าในสมรภูมิที่ไร้ซึ่งความปรานี ความต่างขั้วระหว่าง "ตรรกะเหตุผล" และ "สัญชาตญาณลึกลับ" ไม่ได้ผลักไสให้พวกเขาแยกจากกัน แต่กลับหลอมรวมเป็นเครื่องมือชิ้นเดียวที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเอาตัวรอด
"ทำได้ดีมากครับ" รวินท์หันไปสบตากับหญิงสาว แววตาเย็นชาในยามปกติฉายแววอ่อนโยนขึ้นเพียงเสี้ยววินาที เป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจขั้นสูงสุดที่เขามีต่อเธอ
"คุณเองก็... ตัดสินใจได้แม่นยำไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... เอ๊ย ครับ!" รินรดาระบายยิ้มออกมาจางๆ แม้ใบหน้าจะเปื้อนเขม่าควันแต่ก็ยังคงความงดงามไว้อย่างครบถ้วน
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความโล่งใจนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วลมหายใจ เสียงฝเท้าหนักๆ ที่ดังโครมครามบริเวณบันไดทางลงก็ดึงพวกเขากลับสู่ความเป็นจริง คนร้ายกลุ่มใหญ่บุกมาถึงชั้นใต้ดินเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทางออกหลักถูกปิดตายด้วยซากปูนซีเมนต์ถล่มจากการระเบิดเมื่อครู่ เส้นทางเดียวที่จะรอดคือท่อระบายน้ำทิ้งขนาดเล็กที่อยู่มุมห้อง ซึ่งมีขนาดแคบจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะลอดผ่านไปได้
"ทางนั้นถูกปิดแล้ว เราต้องไปทางท่อระบายน้ำ" รวินท์วิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว "แต่ขนาดของมัน... คุณต้องเข้าไปก่อน ผมจะคอยกันข้างหลังให้"
"จะบ้าหรือไงคะ... ครับ! ถ้าฉันเข้าไปแล้วคุณจะทำยังไง ช่องแคบขนาดนั้นคุณไม่มีทางมุดตามเข้าไปได้ทันถ้าพวกมันมาถึงตัวคุณนะ!" รินรดาปฏิเสธทันควัน ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ยอมทิ้งเขาไว้ข้างหลังแน่
"ฟังผมนะ รินรดา" รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ มือทั้งสองข้างจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวไว้แน่น บังคับให้เธอสบตาเขาตรงๆ น้ำเสียงของเขาจริงจังและเด็ดเดี่ยวจนไม่อาจปฏิเสธ "ระบบการประเมินความเสี่ยงบอกผมว่า นี่คือทางเลือกเดียวที่มีโอกาสรอดสูงสุด 98.4% และความสามารถในการมองเห็นภาพอนาคตของคุณมีค่าเกินกว่าจะมาทิ้งไว้ที่นี่ จงเชื่อใจผม... เหมือนที่เราเพิ่งทำเมื่อครู่"
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ไร้ซึ่งความกลัว ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอให้ปลอดภัย
"เข้าใจแล้วค่ะ... ครับ" เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยักหน้ารับอย่างจำยอม ก่อนจะรีบมุดตัวเข้าไปในท่อระบายน้ำแคบๆ ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงฝเท้าของคนร้ายที่ใกล้เข้ามาทุกที
รวินท์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าปากท่อระบายน้ำ เขาดึงอาวุธประจำกายออกมาปลดล็อกเซฟด้วยความรวดเร็ว สติปัญญาอันเฉียบคมและทักษะการต่อสู้เชิงยุทธวิธีที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดถูกเตรียมพร้อมไว้รับมือกับกลุ่มศัตรูที่กำลังพังประตูกระจกเข้ามา
ทว่า ในวินาทีที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาในห้องมืดทึบ รวินท์กลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างบนหน้าอกของหัวหน้ากลุ่มคนร้ายที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก สัญลักษณ์รอยสักรูปงูกินหางที่ปรากฏขึ้นรางๆ ไม่ใช่เครื่องหมายของแก๊งอาชญากรท้องถิ่นทั่วไป แต่มันคือสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ควรจะถูกกวาดล้างไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน—องค์กรเดียวกับที่พรากครอบครัวของเขาไป
และก่อนที่นิ้วของเขาจะเหนี่ยวไกปืน เสียงกระซิบเยือกเย็นจากด้านหลังท่อระบายน้ำที่ควรจะไม่มีใครอยู่ ก็ดังแทรกขึ้นมาผ่านความเงียบ
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายค่ะ... คุณนักวิเคราะห์"
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ
— โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 14
ความไว้วางใจท่ามกลางสมรภูมิ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!