กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเอกสารใต้ดินในกองบัญการีบ บ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาลแล้ว แสงไฟนีออนสีนวลส่องกระทบกับแฟ้มคดีคั่งค้างนับร้อยที่เรียงรายอยู่บนชั้นเหล็กหนาทึบ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ และเสียงเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเป็นจังหวะของรวินท์
ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล รวินท์มักจะเชื่อมั่นเสมอว่าทุกปมปัญหาในโลกใบนี้มีสมการรองรับ ความผิดพลาดของคนร้ายไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากช่องโหว่ทางจิตวิทยาที่สามารถคำนวณและคาดเดาได้ ทว่า ในคดีล่าสุดนี้ สมการที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนกลับมีตัวแปรหนึ่งที่เขาไม่เคยถอดรหัสได้เลย... และตัวแปรนั้นกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานตัวนี้
"คุณรวินท์ครับ กราฟพฤติกรรมของฆาตกรต่อเนื่องในเขตสามเริ่มเบี่ยงเบนจากโปรไฟล์เดิมไปร้อยละสิบสองจุดสามแล้วนะครับ"
เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้น รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตแสดงผลแผนที่อาชญากรรม ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอ เผยให้เห็นประกายความเหนื่อยล้าเจือจาง แต่ความมุ่งมั่นยังคงฉายชัดเจนไม่เสื่อมคลาย
รวินท์ชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึม เขาไม่ได้มองหน้าจอ แต่สายตาคมกริบกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ใบด้านข้างของหญิงสาว
"ผมคำนวณความน่าจะเป็นไว้หมดแล้วรินรดา" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามวิสัยทัศน์ของนักวิเคราะห์ "จากรูปแบบการลงมือและช่วงเวลา ช่องว่างทางจิตวิทยาของเป้าหมายควรจะบีบให้เขาหลบหนีไปทางทิศเหนือ ไม่ใช่การวนกลับมายังจุดเกิดเหตุแรกเหมือนที่ภาพนิมิตของคุณบอก"
รินรดาวางอุปกรณ์ในมือลง เธอถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เข้าใจโลกใบนี้ดีกว่าที่ตัวเขาล่วงรู้
"คุณยังยึดติดกับตัวเลขและทฤษฎีในตำรามากเกินไปรวินท์..." รินรดาเอ่ยพลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ ในห้องที่เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างหนัก "บางครั้ง... มนุษย์เราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ หัวใจของมนุษย์มีความซับซ้อนเกินกว่าอัลกอริทึมใดในโลกจะประเมินได้ แม้แต่คุณเอง... ก็ไม่ยกเว้น"
ประโยคนั้นทำให้รวินท์ชะงัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะตามระเบียบแบบแผนกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิรอบตัวที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ระบายอากาศที่ดังอยู่เบื้องหลัง
นี่ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องคดีอารกรรม แต่มันคือการเผชิญหน้าที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืน... การเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เขาพยายามซ่อนไว้ใต้เกราะป้องกันอันเย็นชามาโดยตลอด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รินรดาเปรียบเสมือนตัวแปรลึกลับที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาจากความว่างเปล่า เธอนำพาข้อมูลที่ไม่มีใครเข้าถึงมาให้ เธอคือพยานผู้มองเห็นภาพนิมิตอนาคตอันรางเลือน และเหนือสิ่งอื่นใด เธอคือสหายร่วมรบผู้ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เขาฝ่าฟันอันตรายมานับครั้งไม่ถ้วน จากความระแวงสงสัยในคราแรก สู่ความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งบัดนี้... เส้น A-B ระหว่างความเป็น "คู่หู" เริ่มพร่าเลือนลงทุกที จนกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานจะอธิบายได้
รวินท์หลบสายตาไปมองกองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อตั้งสติ สมองของเขาพยายามประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันด้วยหลักการทางจิตวิทยา—*นี่คืออาการตื่นตัวทางอารมณ์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์กดดัน*—แต่มันใช้ไม่ได้ผล หัวใจของเขากลับทรยศด้วยการเต้นรัวเร็วขึ้น
"ผมเป็นนักวิเคราะห์รินรดา หน้าที่ของผมคือมองโลกตามความเป็นจริง" รวินท์พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักจะเย็นเฉียบ "และความจริงก็คือ... เรากำลังรับมือกับคดีที่อันตรายเกินกว่าจะมาใส่ใจเรื่องอื่น"
"แล้วความจริงที่ว่า... คุณเป็นห่วงฉันจนนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกันล่ะครับ? สมการไหนในตำรา FBI ที่ใช้อธิบายเรื่องนี้เหรอ?"
รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรวินท์สามารถได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับบรรยากาศเคร่งเครียดของห้องสืบสวน ดวงตาคู่สวยคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเขา ราวกับต้องการมองทะลุผ่านกำแพงป้องกันทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต
รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลย... เพราะสิ่งที่เธอกล่าวมานั้นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพที่รินรดาล้มลงหมดสติจากการใช้พลังนิมิตเกินขีดจำกัดยังคงหลอกหลอนความนึกคิดของเขา ทุกครั้งที่เธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาเบาะแส รวินท์พบว่าตัวเองไม่ได้กังวลแค่เรื่องรูปคดี แต่เขากลังวล... กลัวว่าเธอจะหายไปจากโลกใบนี้
ความรู้สึกนี้ไม่ใช่การปกป้องในฐานะคู่หู แต่มันคือความหวงแหนอย่างลึกซึ้งที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้แก่ผู้หญิงที่เขารัก
"รินรดา..." รวินท์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบາลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า "คุณก็รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน... ถ้าวันนั้นคุณเป็นอะไรไป..."
รินรดายื่นมือเรียวบางออกมาสัมผัสที่หลังมือของรวินท์เบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ ปล่อยให้ปลายนิ้วของเธอนำพาความอบอุ่นเข้ามาละลายความเหน็บหนาวในใจ
"ฉันรู้ครับ..." รินรดาเอ่ยเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความเข้าใจ "แต่ฉันก็รู้ด้วยว่า... ไม่ว่าฉันจะมองเห็นอนาคตที่เลวร้ายแค่ไหน คุณก็จะไม่มีวันยอมปล่อยให้ฉันต้องเผชิญมันตามลำพังใช่ไหมล่ะครับ?"
รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอก เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเรื่องความรู้สึก และไม่เคยมีตำราเล่มไหนสอนวิธีบอกรักท่ามกลางกองแฟ้มคดีฆาตกรรม แต่ในวินาทีนี้ เขารู้ดีว่าไม่อาจหลบหนีความจริงในใจได้อีกต่อไป
เขายื่นมืออีกข้างขึ้นไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบฉายMแววเด็ดเดี่ยวและจริงจังยิ่งกว่าตอนวิเคราะห์คดีใดๆ ในชีวิต
"ใช่ครับ..." รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียวเด็ดขาด เพราะว่า... คุณไม่ใช่แค่พยาน ไม่ใช่แค่คู่หูสำหรับผม..."
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน!
หน้าจอสีดำสนิทที่เคยแสดงแผนที่อาชญากรรม จู่ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัว พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดที่ดังลั่นไปทั่วทั้งอาคารใต้ดิน
[WARNING: SECURITY BREACH - SYSTEM OVERRIDE]
[TARGET IDENTIFIED: UNKNOWN ENTITY ATTH-00]
[MISSION PROTOCOL SSS: THE FINAL INQUISITION HAS BEGUN]
รวินท์และรินรดาผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักสืบและผู้มีพลังนิมิตตื่นตัวเต็มพิกัด แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบติดๆ ดับๆ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความกดดันมหาศาลในเสี้ยววินาที
ทว่า สิ่งที่ทำให้รวินท์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือเงาสลัวที่ปรากฏขึ้นบนกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าห้องนิรภัย ร่างของชายปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกภายใต้เงาหมวกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่เขารู้จักดี... รอยยิ้มของฆาตกรอัจฉริยะที่พวกเขาตามล่ามาตลอดชีวิต และเป็นคนเดียวกันกับที่ควรจะถูกขังอยู่ใน
"เป็นไปไม่ได้..." รวินท์พึมพำด้วยความตกใจ "มันหลบหนีออกมาจากคุกความมั่นคงสูงสุดได้อย่างไร?"
รินรดาหน้าซีดเผือด ดวงตาสะท้อนภาพนิมิตระลอกใหม่ที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวจนเธอต้องเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ
"รวินท์..." เสียงของรินรดาสั่นเครือ ปลายนิ้วเย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัว "ในนิมิต... มันไม่ใช่แค่การแหกคุก... แต่มันรู้ตัวตนของเราทั้งหมด และเป้าหมายที่แท้จริงของมันในคืนนี้... คือการมาเอาชีวิตคนใดคนหนึ่งในห้องนี้!"
ประตูกระจกนิรภัยด้านหน้าห้องถูกกระแทกอย่างแรงจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำเย็นยะเยือกที่ดังทะลุผ่านลำโพงระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามา ราวกับมัจจุราชที่ก้าวลงมาจากขุมนรกเพื่อทวงคืนความยุติธรรมในแบบของมันเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดนะครับ
---
โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 29
คำสารภาพของหัวใจ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!