นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 30

จุดเริ่มต้นของคดีใหม่ (อวสาน)

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"แฟ้มคดีนี้... มีความผิดปกติทางสถิติถึงเจ็ดสิบสามเปอร์เซ็นต์ครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของรวินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในสำนักงานเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนสายเก่า กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในบรรยากาศ แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนเอกสารรายงานการสืบสวนที่กองพะเนิน ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีเข้มขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายอย่างพินิจพิเคราะห์ ตรงข้ามกับเขา รินรดากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ดวงตาคู่คมกริบราวกับมองทะลุผ่านกาลเวลาทอดมองมาที่เขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้คิดตาม "ไม่ใช่แค่ความผิดปกติทางสถิติหรอกครับรวินท์... แต่เป็นร่องรอยที่ถูกจงใจลบต่างหาก คนร้ายไม่ได้แค่พยายามอำพรางคดี แต่เขากำลังส่งสารบางอย่างถึงเรา สารที่บอกว่า 'พวกคุณไม่มีวันตามทัน'" บทสนทนาอันเฉียบคมนี้คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของพวกเขา หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการเผชิญหน้ากับความมืดมิดในคดีฆ่ายกครัวที่สั่นสะเทือนเมือง รวินท์ตัดสินใจลาออกจากหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ การเป็นลูกจ้างของระบบที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดไม่ตอบโจทย์ความต้องการในการค้นหาความจริงอีกต่อไป เช่นเดียวกับรินรดา ผู้กุมความลับและภาพนิมิตอันลึกลับ ทั้งคู่ตกลงที่จะก้าวเดินบนเส้นทางสายใหม่—เส้นทางของคู่หูสืบสวนอิสระ สำนักงานเล็กๆ แห่งนี้ได้รับการจดทะเบียนในชื่อ "หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและพยากรณ์อาชญากรรม" แม้จะเป็นกิจการขนาดจิ๋วที่มีเพียงโต๊ะทำงานสองตัวและกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างเบื้องหลังถูกออกแบบไว้อย่างรัดกุม รวินท์ได้นำระบบฐานข้อมูลอาศัยหลักการทางสถิติและจิตวิทยาเชิงลึกมาเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเฉพาะกลุ่ม ขณะที่รินรดาทำหน้าที่เป็นเสมือนเข็มทิศชี้นำทางสัญชาตญาณ เคมีที่ลงตัวระหว่างความมีเหตุมีผลอันแม่นยำของนักวิเคราะห์สายเนิร์ดกับสหายสาวผู้มีสัมผัสพิเศษ ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่น่าเกรงขามโดยไม่ต้องมีกองกำลังสนับสนุน "ถ้าอย่างนั้น..." รวินท์วางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ สะท้อนความเด็ดเดี่ยวในแววตา "เรามาลองประเมินเคสแรกกันดูครับ" เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่เพิ่งมีผู้มาหย่อนไว้ใต้ประตูเมื่อสิบนาาทีก่อนให้หญิงสาว รินรดารับมันมาด้วยท่าทีสงบ เธอเปิดปากซอง หยิบภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุและบันทึกข้อความสั้นๆ ออกมาวางเรียงบนโต๊ะ ภาพถ่ายใบแรกเผยให้เห็นห้องทำงานหรูหราใจกลางย่านธุรกิจ ศพของนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลนอนแน่นิ่งอยู่บนพรมเปอร์เซีย ทว่าสิ่งที่สะดุดตารวินท์ตั้งแต่แรกเห็นไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ หากแต่เป็นลักษณะการจัดวางวัตถุรอบตัวผู้ตาย หนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อสามสิบปีก่อนถูกกางออก หน้าปัดนาฬิกาข้อมือถูกตั้งเวลาถอยหลัง และที่สำคัญที่สุด—ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ "คดีนี้ไม่มีการบังคับขู่เข็ญครับ" รวินท์เริ่มวิเคราะห์ทันทีโดยใช้ทักษะโปรไฟล์ลิ่งที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชน "ผู้ตายรู้จักฆาตกร หรืออย่างน้อยที่สุด... เขาก็ยอมเปิดประตูให้ด้วยความสมัครใจ การจัดวางสิ่งของเป็นพฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์ (Ritualistic Behavior) ผู้กระทำมีความหลงใหลในความสมบูรณ์แบบ มีไอคิวสูง และมองว่าเหยื่อเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่เขาสร้างขึ้น" รินรดานิ่งฟังอย่างตั้งใจ ปลายเรียวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหลsابมองภาพถ่ายในมือก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เพื่อเปิดรับคลื่นพลังงานตกค้างที่ยังหลงเหลืออยู่ในสถานที่เกิดเหตุ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง เป็นความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันแต่น่าหลงใหล ในฐานะนักเขียน ผมมักจะเชื่อเสมอว่าช่วงเวลาที่ตัวละครใช้สมาธิเพื่อไขปริศนาคือช่วงเวลาที่พวกเขามีเสน่ห์ที่สุด รวินท์เฝ้ามองรินรดาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเคารพในความสามารถและความเป็นห่วงลึกๆ การใช้พลังจิตหรือภาพนิมิตแต่ละครั้งมักแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าทางร่างกายเสมอ ไม่กี่อึดใจต่อมา รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไหววับสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งไว้ "ไม่ใช่แค่เกมจิตวิทยาธรรมดาหรอกครับรวินท์..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ภาพที่ฉันเห็น... มันคือห้องทดลองใต้ดิน กลิ่นอายของสารเคมี และเสียงนาฬิกาที่กำลังเดินไปข้างหน้า... เขากำลังจะเริ่มพิธีกรรมครั้งที่สอง เร็วกว่าที่เราคิด" รวินท์ไม่รอช้า นิ้วมือของเขากดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาฐานข้อมูลคดีเก่าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ระบบอัลกอริทึมที่เขาพัฒนาขึ้นเองเริ่มทำงานอย่างหนัก หน้าจอแสดงผลกราฟฟิกการวิเคราะห์พฤติกรรมพุ่งทะยานขึ้นเป็นเส้นตรง บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ใต้พรม "ถ้าสิ่งที่เธอเห็นตรงกับสถิติการหายตัวไปของนักเคมีสามรายก่อนหน้านี้..." รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตารินรดา แววตาของเขาทอประกายความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม "นี่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาแล้วล่ะครับ แต่มันคือการเริ่มต้นของมหากรรมอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดที่เราเคยเจอมา" รินรดายกยิ้มมุมปาก ความเหนื่อยล้าจางหายไปแทนที่ด้วยความตื่นเต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ เธอยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า เป็นสัญญะแห่งการเริ่มต้นพันธะสัญญาของคู่หู "พร้อมไหมครับ สำหรับคดีแรกของเราในฐานะอิสระชน?" รวินท์พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวบางนั้นแน่น "ด้วยเกียรติของนักวิเคราะห์ครับ เราจะกระชากหน้ากากฆาตกรคนนี้ให้ได้" ทว่า... ในวินาทีที่มือของทั้งคู่สัมผัสกันนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลทั้งหมดก็เกิดอาการกระพริบวูบวาบ เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้นก้องห้อง ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบลงในพริบตา *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางจอภาพ พร้อมกับข้อความโค้ดลับที่วิ่งผ่านรวดเร็วจนแทบอ่านไม่ทัน และที่มุมขวาล่างของหน้าจอ... ปรากฏไอקอนสัญลักษณ์รูปดวงตาปริศนา พร้อมเสียงสังเคราะห์จากระบบที่ดังขึ้นอย่างไร้ที่มา [ตรวจพบการเข้าถึงระบบจากภายนอก... ยินดีต้อนรับสู่ 'บททดสอบแห่งเงา' ภารกิจระดับ SSS: ค้นหาห้องทดลองใต้ดินก่อนที่เวลาจะหมดลง (00:59:59)] รวินท์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นระดับความยากของภารกิจที่กระโดดข้ามขีดจำกัดไปไกลลิบ ส่วนรินรดากลับหันไปมองนอกหน้าต่างสำนักงาน ที่ซึ่งเงาสลัวของค่ำคืนกำลังปกคลุมเมืองใหญ่ ราวกับมีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองพวกเขาจากมุมมืด... และรอยยิ้มแห่งความท้าทายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสองคนพร้อมกัน นี่ไม่ใช่จุดจบของการเดินทาง... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่แท้จริงต่างหาก --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดจนถึงตอนอวสานนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%