เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 33

อนาคตที่สดใสรออยู่

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีเหลืองหม่นใบนั้น ถูกขยำจนยับยู่ยี่ด้วยเรียวนิ้วเรียองามที่เคลือบไว้ด้วยแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด หลินอิงไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองข้อความคุกคามในมือด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่รู้จักเธอดีจะรู้ทันทีว่า ‘ภัยกำลังจะมาเยือนผู้ที่หาเรื่องเธอก่อน’ ต่างหาก เที่ยงตรงวันนี้อย่างนั้นหรือ? ช่างบังเอิญเสียจริง เป็นเวลาเดียวกับที่เธอนัดหมายกับทางการเรื่องเอกสารสิทธิ์การขยายพื้นที่ร้านเบเกอรี่และโรงงานแปรรูปแป้งครบวงจรพอดี "แม่ครับ... กลิ่นครัวซองต์ไหม้หรือเปล่าครับ?" เสียงใสแจ๋วของเสี่ยวเปาดังขึ้นพร้อมกับมือเล็กๆ ที่ดึงชายเสื้อผ้ากันเปื้อนของเธอเบาๆ เจ้าตัวน้อยเอียงคอมองด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตใสแป๋วสะท้อนภาพใบหน้าของมารดา หลินอิงดึงสติกลับมา รอยยิ้มอ่อนโยนถูกระบายลงบนใบหน้าทันที เธอคุกเข่าลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย ก่อนจะใช้หลังมือเกลี่ยแป้งที่เปื้อนแก้มป่องนั้นออกอย่างเบามือ "ไม่ไหม้หรอกค่ะคนดี จมูกของเสี่ยวเปานี่ไวเสียจริง แค่แม่กำลังคิดเมนูใหม่ที่จะเอาไว้ให้ลูกกินตอนไปโรงเรียนต่างหากล่ะคะ" "โรงเรียนเหรอครับ? เย้! ผมจะได้ไปโรงเรียนจริงๆ แล้วใช่ไหมครับ?" เสี่ยวเปากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เด็กน้อยวัยกำลังซนโผเข้ากอดเอวแม่แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคออย่างออดอ้อน "พ่อบอกว่า ถ้าผมเป็นเด็กดี แม่จะพาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอที่มีขนมอร่อยๆ ขาย" หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางลูบศีรษะทุยของลูกชายอย่างรักใคร่ การศึกษาของเสี่ยวเปาคือสิ่งสำคัญที่สุดในแผนยกระดับชีวิตครอบครัวตระกูลจางยุคแปดศูนย์นี้ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง การมีความรู้และทักษะรอบด้านคือเกราะคุ้มภัยชั้นดี และเธอจะไม่ยอมให้ลูกชายต้องเติบโตมาอย่างยากลำบากเหมือนเธอกับสามีในอดีตเด็ดขาด "แน่นอนค่ะ ลูกชายของแม่อ่านออกเขียนได้ตั้งแต่อายุเท่านี้ แถมยังช่วยแม่นวดแป้งขนมปังได้คล่องแคล่วขนาดนี้ ถึงเวลาที่หนูจะได้ไปเปิดโลกกว้างแล้วล่ะค่ะ" หลินอิงกระซิบเสียงนุ่ม พลางสายตาก็เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังไม้เก่าแก่ เข็มยาวกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขสิบสองอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน ที่ประตูหน้าร้าน ‘ครัวละมุนลิ้น’ ร่างหนาของจางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อสมส่วน ก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษลังบรรจุอุปกรณ์อบขนมล็อตใหม่ที่เพิ่งไปรับมาจากสถานีรถไฟ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นกระดาษโน้ตในมือภรรยาที่วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร "จดหมายจากคนคนนั้นอีกแล้วสินะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉียบ แต่แฝงไว้ด้วยไอสังหารจางๆ แบบฉบับของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาจริง จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ สายตาคมกริบมองตัวอักษรบนกระดาษด้วยความรังเกียจ "พี่บอกแล้วว่าปล่อยให้พี่จัดการ..." "จัดการอย่างไรคะ? ไปซ้อมเขาจนเข้าโรงพยาบาล แล้วเราก็ต้องติดคุก หรือให้ตระกูลฝั่งโน้นมาโวยวายหาว่าเรารังแกญาติพี่น้อง?" หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตาสสามี แววตาของเธอพราวระยับด้วยความมั่นใจ "คนพวกนี้... ใช้กำลังแก้ปัญหาไม่ได้ผลหรอกค่ะ พวกเขาโลภ และความโลภนี่แหละคือจุดอ่อนที่จะทำให้พวกเขาพังพินาศด้วยมือของตัวเอง" จางเหว่ยถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน เขาแพ้สายตาคู่นี้ของภรรยาเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ หลินอิงมักจะมีแผนการที่แยบยลกว่าที่เขากล้าคิดเสียอีก มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่นวดแป้งมาทั้งเชือกไว้อย่างทะนุถนอม "แล้วน้องจะเอายังไงล่ะครับ เที่ยงตรงนี้แล้ว..." "ก็ไปตามนัดน่ะสิคะ" หลินอิงปลดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นชุดเดรสผ้าฝ้ายทรงวินเทจเข้ารูปสีฟ้าอ่อนที่ขับผิวให้ผุดผ่อง ใบหน้าสะสวยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เขาอยากได้สูตรลับขนมปังจากมิติเบเกอรี่ของฉันนักไม่ใช่หรือ? งั้นเราก็จัดให้เขา... แบบที่กินแล้วไม่มีวันลืมเลยทีเดียว" เวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี ณ ศาลาริมน้ำท้ายหมู่บ้าน ลมร้อนพัดโชยกลิ่นอายฤดูร้อนของปี ค.ศ. 1985 ให้ความรู้สึกอบอ้าว แต่บรรยากาศรอบตัวร่างท้วมของ ‘ป้าสะใภ้ใหญ่’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเงินและปากร้ายในตระกูลจาง กลับหนาวเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง ป้าสะใภ้ใหญ่เดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวาย ในมือถือพัดใบตาลโบกพัดลมเข้าหาตัวถี่ๆ พลางบ่นพึมพำ "นังเด็กบ้านนอกนั่นกล้าดียังไงให้ฉันมารอ... ถ้าไม่มีหลักฐานเรื่องมิติลับนั่นอยู่ในมือฉันนะ ฉันจะฟ้องให้บ้านมันอยู่ไม่ได้เลย!" "รอนานไหมคะ ป้าสะใภ้ใหญ่?" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่สะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามองด้วยสายตากล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นหลินอิงก้าวเข้ามาพร้อมกับจางเหว่ยสามีร่างสูงใหญ่ที่คอยเดินคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง รัศมีความกดดันจากนายทหารหนุ่มทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แกร... แกมาสายนะหลินอิง!" ป้าสะใภ้ใหญ่เชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความกลัว "เอามานี่! ขนมปังสูตรลับที่แกซ่อนไว้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องที่แกแอบทำธุรกิจในตลาดมืดไปบอกเจ้าหน้าที่รัฐ ให้พวกเขายึดบ้านแล้วไล่พวกแกออกไปจากหมู่บ้านซะ!" หลินอิงหยุดยืนห่างจากหญิงวัยกลางคนราวสามก้าว รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม แต่แววตาคู่นั้นกลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกกล่องไม้สนขัดเงาอย่างดีใบเล็กขึ้นมาเปิดออก กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยสดแท้ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาธรรมชาติพวยพุ่งทะลักออกมาเตะจมูกทันที ป้าสะใภ้ใหญ่ตาโตเป็นไข่ห่าน กลิ่นนี้... มันหอมหวนเย้ายวนใจยิ่งกว่าขนมปังชิ้นไหนๆ ที่นางเคยได้กลิ่นมาทั้งชีวิต! "นี่ค่ะ ขนมปังสูตรพิเศษที่ฉันเพิ่งอบเสร็จร้อนๆ จากเตา" หลินอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เป็นขนมปังบริยอช (Brioche) สอดไส้ครีมคัสตาร์ดวานิลลาเข้มข้น เนื้อแป้งนุ่มฟูละลายในปาก สูตรลับเฉพาะที่ใช้ส่วนผสมชั้นดีที่หาไม่ได้ในยุคนี้... เชิญชิมสิคะ" ด้วยความโลภที่ครอบงำ ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่รอช้า คว้าก้อนขนมปังสีทองอร่ามขึ้นมาจากกล่องแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้มๆ ทันที รสชาติหวานมันละมุนลิ้น ความหอมของเนยและคัสตาร์ดที่ระเบิดออกมาในปากทำให้ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความเคลิบเคลิ้ม "อร่อย... อร่อยมาก! นี่มันสวรรค์ชัดๆ!" "อร่อยใช่ไหมคะ?" หลินอิงยิ้มรับ ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาสมเพช "แต่ความอร่อยนี้... มีราคาที่ต้องจ่ายนะคะ" ป้าสะใภ้ใหญ่ชะงัก สำลักขนมปังจนหน้าดำหน้าแดง รีบยกมือขึ้นทุบอกตัวเอง "แค๊กๆ... ราคาอะไรของแก! ไหนแกบอกว่าเอามาแลกกับความลับไงล่ะ!" "ความลับเหรอคะ? ฉันไม่เคยบอกสักคำว่านี่คือการแลกเปลี่ยน" หลินอิงเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "กระดาษโน้ตบ้านั่นของคุณ ไม่มีค่าพอที่จะแลกกับเศษผงแป้งของฉันด้วยซ้ำ... แต่ที่คุณกินเข้าไปเมื่อครู่ คือ ‘ขนมปังสูตรล้างพิษสมอง’ ต่างหากล่ะคะ" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสีทันที มือไม้เริ่มสั่นเทา "แก... แกหมายความว่ายังไง! แกวางยาฉันเรอะ!" "ยาพิษอะไรกันคะ พูดจา น่ากลัวจัง" หลินอิงหัวเราะเสียงใส ไร้เดียงสาจนน่าหมั่นไส้ "มันก็แค่ขนมปังผสมสมุนไพรทำความสะอาดความทรงจำส่วนเกิน... พูดง่ายๆ ก็คือ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ความลับเรื่องมิติเบเกอรี่ หรือเรื่องบ้าๆ บอๆ ที่คุณเคยแบล็กเมลฉัน จะถูกลบเลือนหายไปจากสมองของคุณจนหมดสิ้น... และถ้าคุณพยายามจะนึกถึงมันอีก สมองของคุณก็จะปวดแปล๊บราวกับถูกเข็มแทงทีเดียวล่ะค่ะ" "อ... ไอ้... นังปีศาจ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องเสียงหลง รู้สึกถึงความปวดจี๊ดขึ้นมาที่ขมับตามที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังมองเห็นปีศาจร้ายในคราบหญิงสาวหน้าตาดี จางเหว่ยขยับตัวก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ถ้าไม่อยากให้ความจำเสื่อมถาวรจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ ก็ไสหัวไปซะ แล้วอย่ามาให้ตระกูลเราเห็นหน้าอีก" ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง นางวิ่งเตลิดเปิดเปิงหนีหายลับไปจากศาริมน้ำอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ของหลินอิงที่ดังคลอไปกับสายลม หลินอิงหันมามองสามี ดวงตาทอประกายระยิบระยับ "เรียบร้อยไปหนึ่งปัญหาค่ะ... ต่อไปนี้ ถึงเวลาที่เราจะไปจดทะเบียนขยายกิจการเบเกอรี่และโรงงานแปรรูปอย่างเป็นทางการเสียทีนะคะ" จางเหว่ยยิ้มกว้าง โอบไหล่ภรรยาแนบชิด "ครับที่รัก ไปกันเถอะ อนาคตที่สดใสของครอบครัวเรากำลังรออยู่" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินออกจากศาริมน้ำเพื่อมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสวนขึ้นมา พร้อมกับเงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย มือถือเอกสารราชการตราครุฑสีแดงสด ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม ชายคนนั้นหยุดยืนขวางทางเดินของทั้งคู่ไว้ ดวงตาคมกวาดมองหลินอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอิงแข็งค้างไปชั่วขณะ "คุณหลินอิงใช่ไหมครับ? ผมมาจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด... ได้รับคำสั่งด่วนให้มาตรวจสอบ 'แหล่งที่มาของวัตถุดิบแป้ง' ในครอบครองของคุณ เนื่องจากมีคนร้องเรียนว่าคุณลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้ามจากต่างประเทศ... และตอนนี้ ทางเราจำเป็นต้องอายัดกิจการของคุณไว้เพื่อตรวจสอบทั้งหมดครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%