"คำพูดที่ขาดห้วงและสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดของป้าหลี่ ทำให้โลกทั้งใบของหลินอิงราวกับหยุดหมุนลงในพริบตาเดียว!"
"คุณ... คุณหมายความว่าอย่างไรคะป้าหลี่ ที่บอกว่า *'ไอ้สารเลวพวกนั้นเริ่มสงสัยแหล่งที่มาของแป้งสาลีขาวละเอียดนั่นแล้ว'*?" หลินอิงเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักไหม
ป้าหลี่ แม่ค้าขายผักวัยห้าสิบเศษ หอบหายใจสะท้าน เนื้อตัวสั่นเทาจนตะกร้าไม้ไผ่ในมือแทบหลุดร่วง นางกวาดสายตาลุกลี้ลุกลนไปรอบตรอกแคบๆ มืดทึบหลังตลาดมืด ก่อนจะดึงแขนเสื้อของหลินอิงให้หลบเข้าไปในเงาตึกอิฐเก่าสีเทาที่ถูกทิ้งร้าง
"แม่สาวหลิน เจ้าอย่าหาว่าป้าปากมากเลยนะ..." ป้าหลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงกระซิบแหบพร่าสั่นเครือ "เมื่อวานนี้ ตอนที่เจ้าหิ้วห่อกระดาษไขบรรจุขนมปังเนยสดหน้าตาน่ากินพวกนั้นออกไปส่งให้เถ้าแก่หวังที่หลังโรงสี มีคนของ 'กองตรวจการตลาด' แอบซุ่มดูอยู่! พวกมันเป็นหมาล่าเนื้อของตาแก่หวังเฉิงผู้ใหญ่บ้านคนเก่าที่เพิ่งพ้นตำแหน่ง แต่ยังมีอิทธิพลมืดในตลาดมืดแห่งนี้ พวกมันสงสัยว่าในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ไฉนสะใภ้ตระกูลจางถึงมีแป้งสาลีเกรด A และเนยแท้ๆ มาทำขนมขายจนหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอกได้!"
หลินอิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
ในยุคปี 1980 ประเทศจีนเพิ่งเริ่มเปิดประตูรับเศรษฐกิจเสรี แต่กฎระเบียบ การควบคุมโควต้าแป้ง น้ำตาล และสินค้าควบคุมยังคงเข้มงวดปานเหล็กไหล การที่นางซึ่งเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาจู่ๆ ก็ผลิตเบเกอรี่เนื้อเนียนนุ่มระดับเชฟมือทองออกมาขาย ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของพวกเห็นแก่ตัวที่จ้องจะรีดไถหรือฉวย2ผลประโยชน์อย่างแน่นอน
*หมาล่าเนื้อเหล่านั้นคงคิดจะใช้เรื่องนี้มาขูดรีดเงินทองจากนางสินะคะ? ช่างฝันกลางวันเสียจริง!*
มุมปากของหลินอิงยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและรัศมีแห่งการเอาชนะที่เฉียบคมจนป้าหลี่ถึงกับผงถอยหลังด้วยความตกใจ
"ขอบคุณป้าหลี่มากนะคะที่อุตส่าห์วิ่งหน้าตั้งมาเตือนฉัน..." หลินอิงเอื้อมมือไปหยิบขนมปังไส้ครีมมะพร้าวหอมกรุ่นที่เพิ่งอบเสร็จร้อนๆ จากตะกร้าในมิติ ออกมาส่งให้ป้าหลี่หนึ่งชิ้นอย่างแนบเนียน "นี่ค่ะ ขนมปังสูตรพิเศษที่ฉันเพิ่งทำเสร็จ เอาไปให้หลานๆ ที่บ้านทานเล่นรองท้องเถอะนะคะ ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจของป้า"
ป้าหลี่รับห่อกระดาษไขมาด้วยมือที่สั่นเทา กลิ่นหอมหวานละมุนของกะทิและเนยแท้ลอยเตะจมูกจนน้ำลายสอ นางพยักหน้ารัวๆ ด้วยความซาบซึ้งระคนเกรงกลัว "ระวังตัวด้วยนะแม่สาวหลิน เจ้าพวกนั้นไม่ใช่คนดี..."
พอลับร่างของป้าหลี่ไป หลินอิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายความชื้นของตรอกมืดผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของเบเกอรี่ในตะกร้าสะพายหลังสร้างความตัดกันอย่างสิ้นเชิง นางจัดเสื้อผ้าฝ้ายสีหม่นให้เข้าที่ ดึงผ้าคลุมศีรษะลงต่ำเพื่ออำพรางใบหน้าส่วนหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากเงาตึก มุ่งหน้าสู่ใจกลางตลาดมืดที่มีผู้คนเริ่มพลุกพล่านในยามโพล้เพล้
ตลาดมืดแห่งนี้ตั้งอยู่หลังโกดังเก็บสินค้าเก่าริมทางรถไฟ เป็นสถานที่ที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงอย่างแท้จริง เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขายเถื่อน นักเลงท้องถิ่น และชาวบ้านที่แอบเอาของป่าหรือสินค้าหนีภาษีมาแลกเปลี่ยนกัน
หลินอิงเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งมาถึงจุดนัดหมาย—ซอกตึกใกล้กับร้านขายของชำเถื่อนของเถ้าแก่หวัง ชายร่างท้วมไว้หนวดเคราเฟิ้มผู้มีชื่อเสียงในด้านความเคี่ยวลากดิน
"มาแล้วหรือแม่สาวหลิน ข้ากำลังรอจนรากงอกอยู่แล้ว!" เถ้าแก่หวังเอ่ยทักเสียงดังด้วยความดีใจทันทีที่เห็นร่างเพรียวบางเดินเข้ามา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่บนหลังของนางราวกับหมาป่าเห็นเหยื่อ "ว่าอย่างไร วันนี้มีอะไรมาให้ข้าบ้าง กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี่... ช่างรัญจวนจิตเสียจริง!"
หลินอิงไม่ตอบคำถามทันที นางวางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้กระดานผุๆ อย่างระมัดระวัง เปิดผ้าคลุมสีขาวสะอาดออก เผยให้เห็นก้อนขนมปังอบสีทองอร่าม โรยด้วยอัลมอนด์สไลด์กรุบกรอบ และเค้กไข่ไต้หวันที่ฟูนุ่มเด้งดึ๋งราวกับก้อนเมฆ กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยสดและวานิลลาพวยพุ่งกระจายตัวออกไปทั่วรัศมีสิบเมตรในพริบตา!
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและคนที่เดินผ่านไปมาในละแวกนั้นต่างหยุดชะงัก ฝีเท้าของทุกคนชะงักกึกพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมอันแปลกประหลาดแต่เย้ายวนใจนั้นเข้าปอดลึกๆ สายตานับสิบคู่หันขวับมามองที่โต๊ะของหลินอิงเป็นตาเดียว กลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอือก
"นี่... นี่มันขนมอะไรกัน ทำไมถึงหอมขนาดนี้!" ลูกค้าคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตะลึงงัน
เถ้าแก่หวังถึงกับตาโตเป็นไข่ห่าน เขาโน้มตัวลงมาดมใกล้ๆ จนจมูกแทบจะชนกับผิวเค้กไข่ "สวรรค์! ขนมบ้าอะไรเนี่ย หน้าตาประหลาดแต่กลิ่นหอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้ ข้าทำมาค้าขายในตลาดมืดมาสิบปี ไม่เคยเห็นเบเกอรี่ชั้นสูงเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!"
ในจังหวะนั้นเอง ฝูงชนก็เริ่มเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว
"พี่น้องครับ ขนมพวกนี้ดูท่าทางราคาจะไม่ถูกนะ..." เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มคนด้านหลัง แหวกทางให้ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สามคนเดินอาดๆ เข้ามาตรงหน้าโต๊ะ ผู้นำกลุ่มคือชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์ มีแผลเป็นยาวที่หางตาซ้าย—เขาคือ 'อาเฉียง' ลูกน้องคนสนิทของหวังเฉิง อดีตผู้ใหญ่บ้านจอมกร่างนั่นเอง!
อาเฉียงกวาดสายตามองหลินอิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนจะยื่นมือหนาหมายจะคว้าขนมปังชิ้นโตในตะกร้า "แม่บ้านตระกูลจาง เธอกล้าดียังไงถึงเอาของฟุ่มเฟือยผิดกฎหมายพวกนี้มาขายในเขตปกครองของพวกเรา? รู้ไหมว่าความผิดฐานค้าขายสินค้าเถื่อนมันมีโทษหนักแค่ไหน หือ?"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างรู้กิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของอาเฉียง ต่างถอยรูดด้วยความหวาดกลัว เถ้าแก่หวังเองก็หน้าถอดสี รีบหุบปากเงียบไม่กล้าสอดปาก
ทว่า... หลินอิงกลับไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ปัดมือของอาเฉียงออกด้วยความนุ่มนวลแต่เฉียบขาด รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้อย่างงดงามราวกับดอกไม้พิษ
"โทษฐานค้าขายสินค้าเถื่อนหรือคะคุณอาเฉียง?" หลินอิงเอ่ยทวนคำ เสียงหวานใสแต่กังวานก้องไปทั่วบริเวณ "แปลกจังนะคะ ฉันจำได้ว่าท่านผู้นำประเทศเพิ่งมีประกาศนโยบายสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าเมื่อเดือนก่อน ขนมปังเหล่านี้ทำจากแป้งโฮลวีตและธัญพืชที่ฉันเพาะปลูกและแปรรูปด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตนเองในที่ดินทำกินของครอบครัว จะกลายเป็นสินค้าเถื่อนไปได้อย่างไร หรือว่า... ทางคุณอาเฉียงมีกฎหมายฉบับพิเศษที่เขียนขึ้นมาใช้เองในตลาดมืดแห่งนี้กันแน่คะ?"
ประโยคนี้คมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง! อาเฉียงถึงกับชะงัก หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธเกรี้ยว ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"นัง... นังปากกล้า! อย่ามาทำเป็นไขสือ! แกไม่มีใบอนุญาตค้าขายจากสภาคอมมิวนิตี้ ข้าสามารถยึดสินค้าทั้งหมดนี่ไปตรวจสอบได้ทันที!" อาเฉียงคำรามลั่น ขู่ตะคอกเพื่อข่มขวัญ
"ตรวจสอบหรือคะ?" หลินอิงหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ถ้าคุณอาเฉียงอยากตรวจสอบเชิญตามสบายเลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... ขนมปังเนยสดและเค้กไข่ไต้หวันเหล่านี้ ฉันทำสัญญาขายส่งล่วงหน้าให้กับกองร้อยทหารรักษาชายแดนที่สามแล้ว หากสินค้าเสียหายหรือล่าช้าเนื่องจากมีคนพยายาม 'รีดไถ' หรือ 'ขัดขวาง' การค้าขายตามกฎหมาย..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองอาเฉียงด้วยสายตานิ่งสนิทที่ทรงพลังอำนาจ
"...สามีของฉัน จางเหว่ย นายทหารมือปราบผู้ประพฤติปฏิบัติตามวินัยเคร่งครัด จะเดินทางมาตรวจความเรียบร้อยที่ตลาดมืดแห่งนี้ด้วยตนเองในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าพอดีค่ะ คุณอาเฉียงคิดว่า... กองร้อยทหารจะสนใจฟังคำอธิบายของคุณ หรือจะสนใจกระสุนปืนในรังเพลิงมากกว่ากันคะ?"
สิ้นคำพูดนั้น อาเฉียงและลูกน้องถึงกับหน้าถอดสี ผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ชื่อเสียงของจางเหว่ย นายทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ ฝีมือฉกาจ และเป็นที่ยำเกรงของพวกนอกรีตในเขตนี้ เป็นสิ่งที่พวกมันไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยเด็ดขาด!
"30 หยวน!" เถ้าแก่หวังที่ตั้งสติได้ก่อน รีบตะโกนแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ เขาควักปึกธนบัตรเก่าๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อนับยัดใส่มือหลินอิงทันทีด้วยความลนลาน "ฉันเหมาหมดนี่! ขนมทั้งหมดนี่ฉันซื้อในราคา 30 หยวน! แม่สาวหลิน โปรดอย่าถือสาคนป่าคนดงพวกนี้เลยนะ!"
30 หยวน! สำหรับยุคปี 1980 มันคือเงินเดือนเกือบครึ่งเดือนของคนงานในโรงงานใหญ่!
หลินอิงก้มมองธนบัตรในมือ รอยยิ้มหวานหยดระบายบนใบหน้า นางเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับอาเฉียงที่ยืนกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้
"ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วยนะคะเถ้าแก่หวัง..." หลินอิงเอ่ยอย่างสุภาพ ก่อนจะสะพายตะกร้าเปล่าขึ้นบ่า เตรียมตัวจะเดินกลับ
แต่ในวินาทีที่นางหมุนตัวเพื่อจะก้าวเดินออกไปนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายคนหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงเสาไฟอยู่ตรงปากทางเข้าตรอกมืด แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและดวงตาคู่นคมที่จ้องมองมาที่นางนิ่งสนิท
—จางเหว่ย! สามีของนางมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเขาได้ยินทุกอย่างไปมากแค่ไหนแล้วกันแน่?!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและร่วมฟาดฟันไปด้วยกันนะคะ!
เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 7
ตลาดมืดคือขุมทรัพย์
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!