เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 6

จดหมายจากแนวหน้า

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงกระดาษหนาถูกฉีกออกจากซองจดหมายสีน้ำตาลขุ่นดัง *แควก* เป็นจังหวะที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องครัวอับชื้นของบ้านตระกูลจางเงียบกริบลงทันที หลินอิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเศษเสี้ยวความอยากรู้อยากเห็นในแววตาของแม่สามีที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม ปลายนิ้วเรียวเนียนที่เพิ่งนวดแป้งทำซาลาเปาเสร็จยังคงบรรจงเช็ดคราบแป้งสีขาวออกด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของนางทำให้ผู้เป็นแม่สามีฮ่นลมหายใจออกมาด้วยความขัดเคือง "ได้ข่าวคราวอะไรจากเจ้าเหว่ยมันบ้างล่ะ หลินอิง?" เสียงแหลมสูงเอ่ยถามแกมบังคับ พร้อมกับมือเหี่ยวย่นที่ยื่นออกมาราวกับจะทวงของสำคัญ "เป็นทหารอยู่หน่วยรบพิเศษแท้ๆ ส่งจดหมายกลับมาแต่ละที ช้าเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน แล้วนี่อะไร... มีเงินส่งมาด้วยหรือเปล่า ช่วงนี้ข้าวของในตลาดอำเภอราคาแพงหูฉี่ แม่ต้องใช้จ่ายค่าแป้งหลอดและค่าน้ำมันตะเกียงนะ ลูกชายแกไปอยู่ไกลจนลืมหัวหงอกหัวดำอย่างฉันแล้วมั้ง!" หลินอิงปรายตาขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบาอย่างมีความหมาย นางดึงจดหมายกระดาษสาแผ่นยาวออกมา กวาดสายตาอ่านลายมือตวัดหวัดอันคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เนื้อความในนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความคิดถึงของสามีหนุ่มผู้ซื่อตรง หากแต่มีตัวเลขกำหนดการเดินทางที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด *‘อิงอิง... พี่กำลังจะได้รับอนุญาตลาพักร้อนกลับบ้านในอีกสามวันข้างหน้า’* ข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังนี้ทำให้หัวใจของอิงเต้นระรัวอย่างตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะความโหยหาในฐานะสามีภรรยาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะการกลับมาของ ‘จางเหว่ย’ ในจังหวะเวลานี้ คือไพ่ตายใบสำคัญที่จะช่วยกวาดล้างความอยุติธรรมที่แม่สามีและบรรดาญาติจอมปลอมคอยสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวนางมาตลอดหลายเดือน "พี่เหว่ยเขียนมาบอกว่า... เขาจะกลับมาถึงบ้านเราในอีกสามวันค่ะคุณแม่" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลให้กับคนฟัง แม่สามีสะดุ้งโหยง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกใจแก I ดีใจ "วะ... ว่ายังไงนะ? เจ้าเหว่ยจะกลับมางั้นรึ! ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลาพักร้อนล่ะ เกิดเรื่องอะไรในค่ายทหารหรือเปล่า เจ้าลูกคนนี้ไม่เคยบอกล่วงหน้าเลยสักนิด!" นางรีบชะเง้อมองกระดาษในมือสะใภ้ ทว่าหลินอิงกลับพับมันเก็บใส่ซองอย่างรวดเร็วจนเกือบคว้าไม่ทัน "ไม่มีเรื่องร้ายอะไรหรอกค่ะ พี่เหว่ยแค่ทำผลงานในหน่วยฝึกได้ดีเยี่ยม ผู้บังคับบัญชาเลยเมตตาให้กลับมาเยี่ยมบ้านเพื่อพักผ่อนเป็นเวลาสัปดาห์เต็มๆ" หลินอิงตอบพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด จนแม่สามีที่มักจะหาเรื่องด่าทอเป็นประจำถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน "ฮึ! กลับมาก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้ข้าวสารในถังบ้านเราพรหมไปตั้งเท่าไหร่แล้ว แกเป็นเมียภาษาอะไร ปล่อยให้ลูกชายฉันต้องอดๆ อยากๆ ตอนอยู่ในค่าย พอเขากลับมา แกต้องไปหาซื้อเนื้อหมูสามชั้นดีๆ จากตลาดมืดมาทำอาหารต้อนรับเขาสักหน่อยนะ อย่าให้ใครเขาครหาได้ว่าสะใภ้ตระกูลจางต้อนรับสามีด้วยผักต้มยำกะหล่ำปลีเหี่ยวๆล่ะ!" แม่สามีเริ่มออกคำสั่งด้วยความเคยชิน หวังจะใช้อำนาจกดขี่ลูกสะใภ้เช่นเคย หลินอิงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทำให้แม่สามีหน้าชาแปลกๆ "เนื้อหมูสามชั้นจากตลาดมืดเหรอคะ? เกรงว่าเงินในกระเป๋าที่ท่านเก็บไว้จากเบี้ยเลี้ยงงวดก่อนของพี่เหว่ย จะไม่พอซื้อกระดูกหมอสักชิ้นเสียด้วยซ้ำมั้งคะคุณแม่" อิงเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่คมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล "อีกอย่าง... พี่เหว่ยเป็นสามีของฉัน เขาไม่เคยเรียกร้องอาหารหรูหราอะไรจากภรรยา เขารู้ดีว่าหยาดเหงื่อทุกหยดที่ฉันหามาได้มาจากไหน และใครกันแน่ที่เป็นปลิงคอยสูบกินเงินเดือนทหารของเขา" "นี่นังตัวดี! แกกล้าว่าแม่สามีอย่างฉันเป็นปลิงงั้นเรอะ!" แม่สามีตบโต๊ะเสียงดังลั่นหน้าบ้านจนเสี่ยวเปา ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นลูกปัดไม้ในมุมห้องสะดุ้งโหยง วิ่งแจ้นเข้ามากอดชายกระโปรงของมารดาด้วยความหวาดกลัว หลินอิงย่อตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ฝ่ามืออบอุ่นลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน สายตาที่นางมองแม่สามีนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความหวั่นเกรง "ฉันพูดความจริงหรือเปล่า ท่านรู้อยู่แก่ใจดีค่ะคุณแม่" อิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สามวันก่อนที่พี่เหว่ยจะส่งจดหมายฉบับนี้มา เขายังแอบแนบจดหมายส่วนตัวมาหาฉันอีกฉบับ... ในนั้นเขาเขียนระบุไว้ชัดเจนว่า เงินเบี้ยเลี้ยงสนามตลอดครึ่งปีหลัง ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนกลางที่ *ฉัน* เป็นคนถือแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเงินที่ท่านเคยอ้างว่าขอเบิกไปซื้อยาคราวโน้น... ฉันว่าเราคงต้องมาเคลียร์บัญชีกันให้ชัดเจน ก่อนที่พี่เหว่ยจะก้าวเท้าเข้าบ้านมาในอีกสามวันข้างหน้านะคะ" สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของแม่สามีก็เปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธ กลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับเหี่ยวย่น เงินก้อนใหญ่ที่นางแอบยักยอกไปเล่นการพนันไพ่นกกระจอกกับพวกแม่บ้านในหมู่บ้านถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว! "แก... แกมันนังปีศาจใจดำ!" แม่สามีชี้หน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านั้น เพราะรู้ดีว่าหลินอิงในยามนี้นั้นฉลาดเป็นกรด และที่สำคัญ... จางเหว่ยผู้เป็นลูกชายรักภรรยาคนนี้ยิ่งกว่าไข่ในหิน หากเขารู้เรื่องเงินก้อนนั้น มีหวังบ้านแตกสลายแน่ หลินอิงไม่สนใจเสียงโวยวายที่ดังไล่หลังมา นางอุ้มเสี่ยวเปาเดินเลี่ยงออกมายังหลังบ้าน ที่ซึ่งมีประตูไม้บานเก่าที่เชื่อมต่อไปยัง "มิติลับเบเกอรี่" ซ่อนอยู่ เมื่อมั่นใจว่าพ้นสายตาของคนแก่เจ้าเล่ห์แล้ว นางจึงหมุนลูกบิดประตูมิติเข้าไปทันที กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยสดและวานิลลาแท้โชยเข้าปะทะจมูกทันที ช่วยชำระล้างความขุ่นมัวในจิตใจให้มลายหายไปจนหมดสิ้น ภายในพื้นที่มิติต่อเติมอันกว้างใหญ่ เตาอบสเตนเลสสตีลรุ่นทันสมัยจากโลกอนาคตกำลังส่งเสียงฮัมเบาๆ บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีวัตถุดิบชั้นเลิศวางเรียงราย ทั้งแป้งสาลีเนื้อละเอียด เนยโคราชแท้ และผลไม้เชื่อมในน้ำผึ้งป่า หลินอิงวางเสี่ยวเปานั่งลงบนเก้าอี้เบาะนุ่ม พร้อมกับหยิบคุกกี้เนยสดกรุบกรอบรูปทรงสัตว์น่ารักยื่นให้ลูกชายทานเล่น "แม่ครับ... คุณย่าดูท่าทางน่ากลัวจังตอนที่แม่พูดเรื่องจดหมาย" เสี่ยวเปาเคี้ยวคุกกี้กร้วมๆ พรางเงยหน้าถามด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว หลินอิงยิ้มบาง นั่งลงยองๆ เกลี่ยเศษคุกกี้ออกจากมุมปากให้ลูกชายอย่างทะนุถนอม "เสี่ยวเปาไม่ต้องกลัวหรอกค่ะลูก อีกสามวัน... พ่อจะกลับมาแล้วนะ พ่อจะปกป้องเราเอง และแม่นี่แหละที่จะทำให้คนพวกนั้นรู้สำนึกว่า การรังแกครอบครัวเรามันต้องแลกด้วยอะไร" นางหันกลับไปมองเตาอบที่กำลังเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ขนมเค้กชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนสูตรพิเศษที่นางตั้งใจจะทำเพื่อต้อนรับการกลับมาของสามีเริ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วทั้งห้อง การทำเบเกอรี่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางทำมาหากินเพื่อยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้น แต่มันยังเป็นอาวุธลับที่นางใช้ต่อกรกับความอยุติธรรมในสังคมยุคแปดศูนย์แห่งนี้ได้อย่างงดงามและเฉียบคม ทว่า ในขณะที่หลินอิงกำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กด้วยวิปครีมสีขาวเนียน เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นจากทางฝั่งโลกความเป็นจริง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะรัวเร็วดิบดีและร้อนรนผิดปกติ ไม่ใช่เสียงของแม่สามีอย่างแน่นอน อิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางวางอุปกรณ์แต่งหน้าเค้กลง เดินย้อนกลับผ่านประตูมิติออกไปยังห้องครัวบ้านตระกูลจาง เสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านหญิงสาววัยกลางคนดังทะลุประตูไม้เข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "หลินอิง! เปิดประตูเร็วเข้า!แย่แล้ว... แย่แล้วจ๊ะ!" อิงรีบปลดกลอนประตูออกทันที ใบหน้าของป้าหลี่เพื่อนบ้านข้างเคียงซีดเผือด เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและสายฝนที่เพิ่งเริ่มตั้งเค้า นางหอบหายใจตัวโยนก่อนจะคว้าแขนหลินอิงไว้แน่นด้วยความตกใจกลัว "เกิดอะไรขึ้นคะพี่หลี่ ตั้งสติก่อนแล้วค่อยๆ พูดค่ะ" หลินอิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ในใจจะเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี "ทางอำเภอ... ทางอำเภอเพิ่งส่งโทรเลขด่วนที่สุดมาแจ้งข่าวที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน..." ป้าหลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก "กองร้อยของจางเหว่ย... ประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างปฏิบัติภารกิจกู้ภัยแถบชายแดนตอนเหนือ... และตอนนี้ ทางการกำลังส่งตัวเขากลับมาด้วยรถพยาบาลทหาร... แต่... แต่สภาพของเขา..." คำพูดที่ขาดห้วงและสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดของป้าหลี่ ทำให้โลกทั้งใบของหลินอิงราวกับหยุดหมุนลงในพริบตาเดียว! -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความหวานไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%