เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 5

ความลับที่เก็บไว้ใต้เตียง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังปังๆ สามครั้งติด พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีที่ดังทะลุเข้ามาในห้องครัว ทำให้จังหวะการนวดแป้งซาวโดว์ในมือของหลินอิงชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที "หลินอิง! แกมัวทำอะไรอยู่ในนั้น ทำไมยังไม่ยอมออกไปกวาดลานบ้านอีก! หรือคิดว่าแต่งเข้าตระกูลจางแล้วจะทำตัวเป็นคุณนายขี้เกียจ ปล่อยให้ฉันคนนี้ต้องหลังขดหลังแข็งกวาดบ้านถูเรือนอยู่คนเดียวหรือไง!" เสียงโวยวายนั้นไม่ได้ทำให้หลินอิงรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ปลายนิ้วนุ่มนวลนวดคลึงแป้งสาลีเนื้อเนียนด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ใบหน้าเรียابเฉยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววรู้ทันความคิดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ตั้งแต่ที่เธอย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของสะใภ้รองผู้แสนอาภัพในยุคแปดศูนย์แห่งนี้ แม่สามีตระกูลจางมักจะหาเรื่องกลั่นแกล้งและโยนงานหนักมาให้เธอเสมอ ด้วยหวังว่าจะกดให้เธอจมอยู่กับกองงานบ้านจนเงยหน้าอ้าปากไม่ขึ้น แต่สำหรับอดีตเชฟเบเกอรี่มือหนึ่งที่ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับโลกมาแล้ว การจัดการกับคนเห็นแก่ได้สักคน ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะรับมือเลยค่ะ หลินอิงวางแป้งโดว์ลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างเบามือ เธอหันไปมองลูกชายตัวน้อย 'เสี่ยวเปา' ที่กำลังนั่งเคี้ยวขนมปังเนยสดคำโตด้วยแก้มตุง ดวงตากลมแป๋วของแกจ้องมองมาที่เธอด้วยความกังวล "แม่ครับ... ยายมาอีกแล้ว ลูกกลัว..." เสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับมือป้อมๆ ที่ดึงชายเสื้อของเธอไว้เบาๆ หลินอิงย่อตัวลงลูบศีรษะของลูกชายด้วยความอ่อนโยน แววตาที่มองเด็กชายเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น "ไม่ต้องกลัวนะคะคนเก่งของแม่ แม่บอกแล้วไงคะว่าเราจะไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกแล้ว ลูกนั่งรอแม่อยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวแม่จัดการเองค่ะ" เมื่อมั่นใจว่าเสี่ยวเปานั่งกินขนมต่ออย่างปลอดภัยแล้ว หลินอิงจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษแป้งออกจากผ้ากันเปื้อนสีสะอาด เดินไปปลดกลอนประตูแล้วเปิดออกกว้างอย่างไม่รีบร้อน ปัง! ประตูไม้เปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่สามี มือเหี่ยวย่นข้างหนึ่งถือไม้กวาดทางมะพร้าว ส่วนอีกข้างเท้าสะเอวรอเตรียมพ่นคำด่าทอชุดใหญ่ "อ๋อ แม่มาพอดีเลยค่ะ ลูกกำลังคิดอยู่พอดีว่างานบ้านวันนี้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี" หลินอิงชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสำลักคำพูดที่เตรียมไว้ แม่สามีชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นางหรี่ตามองลูกสะใภ้ที่วันนี้ดูแปลกตาไป รอยยิ้มจอมปลอมที่มักจะก้มหน้าก้มตาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวหายไปไหนหมด เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจายียวนฉันแบบนี้! นังสะใภ้อกตัญญู! ผัวแกส่งเงินมาให้ไม่เท่าไหร่ แกยังกล้าทำตัวเป็นคุณนายอีกเหรอ! วันนี้ถ้าแกไม่กวาดลานบ้านให้สะอาดเอี่ยม แล้วก็ซักผ้ากองโตนั่นให้เสร็จก่อนเที่ยง แกก็ไม่ต้องกินข้าวเที่ยง!" แม่สามีแผดเสียงลั่นจนเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงเริ่มชะเง้อมอง หลินอิงแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "เรื่องงานบ้าน เดี๋ยวฉันจัดการให้เรียบร้อยแน่นอนค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ..." หลินอิงก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "แต่ถ้าเรื่องข้าวเที่ยง... ถึงแม่ไม่ให้ฉันกิน ฉันก็มีวิธีหาของอร่อยให้ลูกกินอิ่มท้องได้มากกว่าข้าวต้มก้นหม้อที่แม่ซ่อนไว้ในตู้แน่นอนค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น ดวงตาของแม่สามีก็เบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธจัด นางอ้าปากพะงาบๆ จะต่อว่า แต่หลินอิงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องครัวแล้วปิดประตูกลอนลงกลอนดัง *คลิก* ทิ้งให้แม่สามี đứngด่าทออยู่หน้าห้องด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เมื่อกลับเข้ามาในความสงบของห้องครัว หลินอิงถอนหายใจออกมาเบาๆ การรับมือกับคนพาลในยุคนี้ต้องใช้ทั้งความเด็ดเดี่ยวและชั้นเชิง แต่นั่นเป็นเพียงงานอดิเรกย่อยๆ เท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ คือการจัดการกับ "ความลับ" ที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของเธอต่างหาก หลินอิงเดินตรงไปยังเตียงไม้เก่าๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เธอคุกเข่าลงแล้วเอื้อมมือไปดึงลังไม้เก่าที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดออกมา ปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ออกเบาๆ ก่อนจะเปิดฝาลังไม้นั้นขึ้น วูบ—! แสงเรืองรองสีทองอ่อนๆ สาดประกายออกมาจากก้นลังไม้ กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ป่าและดินชื้นหลังฝนโชยเตะจมูกทันที นี่คือ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" หรือมิติคู่ขนานส่วนตัวที่ติดตัวเธอมาหลังจากการย้อนเวลา มิตินี้ไม่เพียงแต่มีเตาอบวิเศษและวัตถุดิบทำขนมชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังมี "แปลงเกษตรมิติ" ที่อุดมสมบูรณ์จนน่าเหลือเชื่อ ดินในมิตินี้มีความมหัศจรรย์ สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลได้เร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า และให้ผลผลิตที่อุดมด้วยสารอาหารและรสชาติที่หวานฉ่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในยุคแปดศูนย์ที่ข้าวยากหมากแพงและผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอด แปลงผักมิตินี้คือขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดที่จะพลิกชีวิตของครอบครัวเธอให้หลุดพ้นจากความยากจน และที่สำคัญ... มันคืออาวุธลับในการสร้างสรรค์เบเกอรี่ระดับตำนานที่จะทำให้ตลาดมืดในเมืองต้องสั่นสะเทือน! หลินอิงตัดสินใจแล้วว่า วันนี้เธอจะเริ่ม "แอบปลูกผักมิติไว้หลังบ้าน" เพื่อเตรียมตัวทำเมนูเด็ดที่จะใช้กอบกู้ฐานะและตบหน้าคนที่ดูถูกเธอ เธอเอื้อมมือหยิบเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวมิติและสตรอว์เบอร์รีป่าสีแดงก่ำออกจากชั้นวางในมิติ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมาตั้งแต่ยังไม่ได้เพาะปลูก หลินอิงยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะค่อยๆ ปิดฝาลังไม้นั้นลงแล้วเก็บไว้ที่เดิมอย่างมิดชิด เธอเดินถือตะกร้าใส่เมล็ดพันธุ์มุ่งหน้าออกไปยังประตูหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่มีใครสนใจ มีเพียงกองฟางเก่าๆ และวัชพืชขึ้นรกเรื้อ เหมาะแก่การลงมือทำแปลงเกษตรลับๆ เป็นอย่างยิ่ง แดดยามสายส่องกระทบแผ่นหลังของหลินอิงขณะที่เธอกำลังก้มๆ เงยๆ ใช้เสียมเก่าๆ ขุดดินแปลงเล็กๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและลำคอระหง แต่แววตาของเธอกลับสว่างไสวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและประกายแห่งความหวัง เมื่อพรวนดินจนร่วนซุยได้ที่แล้ว หลินอิงก็หยิบเมล็ดพันธุ์วิเศษลงฝังกลบในดินทีละหลุมอย่างทะนุถนอม พร้อมทั้งพรมน้ำผสมน้ำยามิติพิเศษลงไปเพียงเล็กน้อย ทันทีที่หยดน้ำสัมผัสกับผืนดิน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด! พื้นดินสีน้ำตาลเข้มเริ่มสั่นไหวเบาๆ ต้นกล้าสีเขียวสดแทงยอดทะลุผืนดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วกระชั้นชิด กลิ่นหอมสดชื่นของใบไม้ผลิบานลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณหลังบ้าน กลิ่นหอมนั้นหอมหวานและเย้ายวนใจเสียจนแมลงภู่ตัวน้อยบินเข้ามาตอมว่อน หลินอิงยืนมองผลงานตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ ผักกาดมิติและสตรอว์เบอร์รีเติบโตอย่างงดงามพร้อมเก็บเกี่ยวได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ความมหัศจรรย์นี้คือเครื่องยืนยันว่า ชีวิตใหม่ของเธอในยุคแปดศูนย์แห่งนี้ จะต้องหอมหวานและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกกำลังจะเอื้อมมือไปเด็ดผลสตรอว์เบอร์รีลูกแรกออกจากกิ่ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินหลังบ้าน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธออย่างกะทันหัน "อิงอิง... น้องกำลังทำอะไรอยู่หลังบ้าน ทำไมถึงมีกลิ่นหอมแปลกๆ แบบนี้ล่ะ?" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่เอ่ยถามขึ้นทำเอาหลินอิงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหันขวับกลับไปมอง และพบกับสายตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ของ "จางเหว่ย" สามีหนุ่มนายทหารผู้ซื่อสัตย์ที่เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามก่อนกำหนด! ดวงตาของจางเหว่ยไม่ได้มองมาที่ตัวเธอ แต่มันกำลังจดจ้องตรงไปยังแปลงผักมหัศจรรย์ที่กำลังเรืองแสงเรื่อๆ อยู่เบื้องหลังร่างของเธออย่างเต็มตา! --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เบเกอรี่หอมกรุ่นในมิตินี้เติบโตไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%