เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 8

คนขี้อิจฉาเริ่มเคลื่อนไหว

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"คุณ... คุณได้ยินอะไรไปบ้างแล้วคะ?" คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของหลินอิงด้วยความรู้สึกที่กระชั้นชิดกว่าที่ตั้งใจไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะเธอกลัวความลับเรื่องมิติต่างโลกจะถูกล่วงรู้—เพราะสิ่งนั้นถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง—แต่เป็นเพราะแววตาคมกริบที่สะท้อนอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมันของจางเหว่ยต่างหาก ที่กำลังจ้องมองเธอราวกับต้องการอ่านทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของดวงวิญญาณ นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความเป็นบุรุษผู้ผ่านสนามฝึกฝนอย่างหนักหน่วงผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของไอน้ำยามค่ำคืนโชว์เข้าจมูก จางเหว่ยไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านผิดจากเมื่อก่อน บนโต๊ะไม้มีถาดขนมปังเนสด์สดใหม่ที่ยังอุ่นอยู่ วางเคียงข้างกับกระปุกแป้งขาวสะอาดและน้ำตาลทรายแดงที่ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แม้แต่บ้านคหบดีในตัวอำเภอก็ยังหามาครอบครองได้ยาก สายตาของสามีเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ใบเนียนนุ่มของภรรยา ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้ "ผมได้ยิน... เสียงภรรยาของผมกำลังวางแผนทำให้ครอบครัวเรากินดีอยู่ดีขึ้นค่ะ" น้ำทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนทำให้หลินอิงถึงกับชะงัก ลมหายใจที่ติดขัดค่อยๆ ผ่อนคลายลง นางลอบถอนหายใจยาวในใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่ได้ยินตอนที่นางกำลังบ่นพึมพำถึงระบบร้านเบเกอรี่วิเศษในห้วงมิติแน่ๆ "แค่doesนั้นเหรอคะ?" หลินอิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสงบตามแบบฉบับของอดีตเชฟมืออาชีพ "คุณไม่แปลกใจเลยหรือคะว่าแป้งขาวบริสุทธิ์กับน้ำตาลเหล่านี้... ฉันเอามาจากไหนในเมื่อเงินในกระเป๋าเราเพิ่งจะหมดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน" จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกก้าว มือหนากร้านจากการจับอาวุธและทำไร่เอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาเคลียข้างแก้มของภรรยา สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนน่าตกใจสำหรับชายชาติทหาร "ภรรยาของผมเป็นคนฉลาดและขยันขันอาสา ต่อให้คุณจะไปหาซื้อของเหล่านี้มาจากตลาดมืดด้วยความสามารถเฉพาะตัว หรือมีวิธีจัดการที่ชาญฉลาดอย่างไร... หน้าที่ของผมในฐานะสามี คือการปกป้องคุณและสนับสนุนคุณ ไม่ใช่การคาั้นคอซักไซ้ไล่เลียงเหมือนผู้ตรวจการแผ่นดินหรอกนะคะ" คำว่า 'นะคะ' ที่ถูกหยิบยกมาล้อเลียนสำนวนประจำตัวของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกและแววตาพราวระยับ ทำเอาหลินอิงถึงกับใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หญิงสาวค้อนใส่เขาคิ้วขมวด "ใครอนุญาตให้คุณมาหยอกล้อฉันกันคะ? ถอยไปเลยนะ ฉันต้องรีบอบขนมปังล็อตใหม่สำหรับส่งให้สหกรณ์ตำบลพรุ่งนี้เช้าอีก" บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมที่คละเคล้าไปกับกลิ่นหอมหวานของเนยแท้ที่อบอวลอยู่รอบตัว ทว่า... ความสงบสุขในยามวิกาลมักมีอายุสั้นเสมอ ยิ่งในหมู่บ้านชนบทที่ผู้คนต่างจ้องจับผิดชีวิตของเพื่อนบ้านราวกับมีเรดาร์ส่วนตัวแล้ว ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยย่อมกลายเป็นชนวนระเบิดชั้นดี เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดสีทองสาดส่องกระทบหลังคาบ้านตระกูลจาง หลินอิงกำลังงละมุนอยู่กับการนวดแป้งโดว์บนเขียงไม้เนื้อดี เสี่ยวเปาลูกชายตัวน้อยนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ข้างเตาไฟคอยช่วยส่งฟืนให้มารดาด้วยความกระตือรือร้น ทว่าความเงียบสงบในยามเช้ากลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ้าวที่ดังแว่วมาจากหน้าประตูรั้วบ้าน "ตายจริง! นี่มันกลิ่นอะไรกันน่ะ? หอมเหมือน... เหมือนขนมฝรั่งในร้านค้าใหญ่โตในเมืองเลยไม่ใช่เหรอ?" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างผอมเกร็งของป้าซุน เพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นประจำซอย ที่ถือวิสาสะผลักประตูรั้วไม้ไผ่เดินเข้ามาในเขตบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาด้วยสะใภ้บ้านข้างๆ ที่ทำคอยาวชะ้อมชะแงมองหาที่มาของกลิ่นหอม หลินอิงหยุดมือจากการนวดแป้ง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับจางเหว่ยที่เพิ่งเดินถือจอบเตรียมออกไปทำนาพอดี ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรู้ทัน นี่ไม่ใช่การมาทักทายตามประสาเพื่อนบ้านแน่นอน แต่เป็นการมา "ลาดตระเวน" เพื่อหาเรื่องจับผิดต่างหาก "อ้าว! พี่ซุน ลมอะไรหอบมาถึงนี่แต่เช้าคะเนี่ย?" หลินอิงส่งยิ้มทางการค้าออกไป ใบหน้ายังคงประดับด้วยความสุภาพแต่แววตากลับเยียบเย็น ป้าซุนกวาดสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณบ้าน ตั้งแต่โอ่งเก็บน้ำ ฟืนที่กองเป็นระเบียบ ไปจนถึงถาดขนมปังอบใหม่บนโต๊ะที่ไอน้ำยังลอยกรุ่น ดวงตาฝ้าฟางฉายแววริษยาและแปลกใจระคนกันจนปิดไม่มิด นางสูดจมูกฟุดฟิดราวกับสุนัขดมกลิ่น "แหม... น้องอิง บ้านเธอนี่ช่างน่าอิจฉาเสียจริงนะคะ เมื่อเดือนก่อนยังเห็นต้มข้าวต้มเจือจางจนแทบมองเห็นก้นหม้ออยู่เลย แต่วันนี้... โฮ่ๆๆ มีทั้งแป้งขาวละเอียด มีทั้งน้ำตาลทรายแดง แถมยังมีกลิ่นเนยหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนคนเขาโจษขานกันไปหมดแล้ว!" ป้าซุนจงใจเน้นเสียงคำว่า 'แป้งขาว' และ 'น้ำตาลทรายแดง' ให้ดังเป็นพิเศษ เพื่อเรียกความสนใจจากชาวบ้านคนอื่นๆ ที่เริ่มเดินมารวมตัวกันมุงดูที่หน้าบ้านมากขึ้น สะใภ้บ้านข้างๆ รีบเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด "นั่นน่ะสิคะพี่อิง หรือว่า... สามีของเธอแอบไปขุดเจอสมบัติโบราณที่ภูเขาหลังหมู่บ้านเข้า? หรือว่าไปทำอะไรไม่ถูกต้องตามกฎหมายมากันแน่? เงินทองหายากจะตาย ยุคสมัยนี้แม้แต่ข้าราชการยังต้องรัดเข็มขัด แต่บ้านเธอกลับมีกินมีใช้ฟุ่มเฟือยเสียยิ่งกว่าบ้านผู้ใหญ่บ้านเสียอีก!" คำพูดเชิงกล่าวหาลอยมาเข้าหูชาวบ้านที่มายืนมุง ต่างก็เริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทากันระงม สายตาทุกคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ความอิจฉาริษยาในยามวิกาลเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นความเกลียดชังกลายๆ เมื่อเห็นคนใกล้ตัวจู่ๆ ก็ยกระดับความเป็นอยู่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการกับพวกปากหอยปากปูเหล่านี้ แต่หลินอิงกลับยกมือขึ้นส่งสัญญาณห้ามไว้เสียก่อน ภรรยาสาวคลายผ้ากันเปื้อนออกจากเอวอย่างใจเย็น นางก้าวเดินออกมาจากห้องครัวด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญาที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตนเอง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้คนที่สบตาต้องรู้สึกหนาวเยือกในไขสันหลัง "อ๋อ... ที่แท้ก็สงสัยเรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัวเรานี่เองหรอกเหรอคะ?" หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือพิรุธแม้แต่น้อย นางกวาดสายตามองฝูงชนที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของป้าซุนที่กำลังเชิดขึ้นด้วยความท้าทาย "ถ้าพวกคุณสงสัย ทำไมไม่ลองใช้สมองคิดดูสักนิดล่ะคะว่า... ทำไมคนอื่นถึงยากจน แต่ตระกูลจางถึงเริ่มมีกินมีใช้ขึ้นมาได้?" ป้าซุนแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮึ! ก็เพราะพวกเธอแอบไปทำมาหากินผิดกฎหมายน่ะสิ! หรือไม่ก็... ไปขโมยของหลวงมา!" หลินอิงไม่ได้โกรธเคือง นางเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างมีชั้นเชิง "พูดจาระวังปากหน่อยนะคะป้าซุน การกล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน ในยุคนี้เขามีโทษฐานหมิ่นประมาทและทำลายชื่อเสียงนะคะ" น้ำเสียงของหลินอิงเปลี่ยนเป็นเฉียบคมขึ้นในทันที บรรยากาศรอบตัวนางกดดันจนผู้คนที่ส่งเสียงเซ็งแซ่เมื่อครู่ต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "ถ้าพวกคุณอยากรู้นักว่าเงินพวกนี้มาจากไหน..." หลินอิงหันไปหยิบขนมปังเนสด์ชิ้นโตที่เพิ่งอบเสร็จส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจขึ้นมาถือไว้ในมือ ชูขึ้นให้ทุกคนได้เห็นกันจะๆ ตา "เชิญเข้ามาดูสิคะ! มาดูด้วยตาของพวกคุณเองว่า 'น้ำพักน้ำแรง' และ 'ฝีมือ' ที่แท้จริง มันสร้างเงินทองให้งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไร!" คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำเอาป้าซุนและชาวบ้านถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ แต่ทว่า... ในวินาทีที่หลินอิงกำลังจะเปิดเผยเคล็ดลับการค้าขายของนางเพื่อตบหน้าคนขี้อิจฉาให้หน้าชา เสียงฝีเท้าที่ร้อนรนและเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกก็ดังแทรกขึ้นมาจากปากซอย "แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วคุณจาง! เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์อำเภอ... กำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านคุณแล้ว!" ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหยุดหอบหายใจอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ดวงตาของหลินอิงหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ *เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์มาเหรอ?* มาในจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะราวกับมีคนจงใจ "ชี้เป้า" ให้มาตรวจค้นบ้านของนางเสียเหลือเกิน! ป้าซุนที่หน้าซีดเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะอย่างสะใจในทันที นางหันมามองหลินอิงด้วยสายตาสสมน้ำหน้า "ฮ่าๆๆ! เห็นไหมล่ะคะ! ทำตัวร่ำรวยผิดปกติจนฟ้าดินยังทนไม่ไหว ส่งคนมาตรวจสอบแล้ว! คราวนี้แหละ เตรียมตัวไปนอนซังเตข้อหาค้ากำไรเกินควรและทำผิดกฎหมายได้เลย!" จางเหว่ยขบกรามแน่น ก้าวเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้เพื่อแสดงความปกป้อง ทว่าหลินอิงกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ แววตาของหญิงสาวไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับลุกโชนไปด้วยประกายแห่งความท้าทายที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ในเมื่อมีคนอยากเห็นเธอล่มจมนัก... นางก็จะแสดงให้ดูว่า การเอาคืนแบบ "หวานละมุนแต่เชือดเฉือนจนกระอักเลือด" มันเป็นอย่างไร! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* — ด้วยรักและกลิ่นเนยหอมกรุ่น, **เบเกอรี่มิติต่างโลก** (ค่ะ)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%